วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569
ธัมมชโยติดบ่วง
คดีแพ่งไม่หมดอายุ
ปปง.ลุยไล่ยึดทรัพย์
ดีเอสไอ ยอมรับคดี “พระธัมมชโย” ฐานฟอกเงิน-รับของโจร ขาดอายุความ ยันติดตามตัวตลอด แต่ไม่พบ ส่วนมาตรการทางแพ่ง ยึดทรัพย์ได้ตลอดไม่มีหมดอายุความ ย้ำยึดทรัพย์คืนสหกรณ์ฯ คลองจั่น กว่า 1.4 พันล้านบาท ด้าน ปปง.แจงคดีแพ่งสิ้นสุดกระบวนการ ทรัพย์บางรายการอยู่ระหว่างขายทอดตลาด
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีปรากฏข่าวทางสื่อมวลชน ว่าพระธัมมชโย ยอมรับว่าคดีอาญาที่ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูรณ์ สุทธิผล) หรือพระธัมมชโย มีเพียงคดีฟอกเงินและรับของโจร ซึ่งมีอายุความ 15 ปี หลังจากที่ศาลออกหมายจับ ตลอดอายุความตามหมายจับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสะกดรอยได้พยายามติดตามตัวผู้ต้องหามาโดยตลอด แต่ไม่พบตัวพระธัมมชโย เมื่อครบอายุความ อัยการจึงต้องยื่นขอยุติดำเนินคดี ว่าในส่วนของมาตรการทางแพ่ง เกี่ยวกับการติดตามทรัพย์ ยังสามารถดำเนินการได้ตลอด
พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาดีเอสไอ สามารถติดตามยึดทรัพย์คืนให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น แล้ว 1,458 ล้านบาท และหากปรากฏทรัพย์สินเพิ่มเติม ก็สามารถยึดทรัพย์ได้อีกโดยไม่มีอายุความ ทั้งนี้ ยังมีคดีเกี่ยวเนื่องที่เกี่ยวพันอื่นๆ ซึ่งผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศ ดีเอสไอ ได้ประสานขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยแล้ว โดยยอมรับว่าเมื่อคดีหมดอายุความ หากพระธัมมชโย ปรากฏตัว ก็ไม่สามารถควบคุมตัวเพื่อดำเนินการทางอาญาได้แล้ว
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า คดีของพระธัมมชโย และ น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ได้สิ้นสุดลง เนื่องจากคดีขาดอายุความ โดยครบกำหนดอายุความ 15 ปี นับจากเช็คใบสุดท้ายปี 2554 (เลขรับทำคดีพิเศษปี 2559) ซึ่งอธิบดีดีเอสไอ สั่งการให้กองบริหารคดีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรวบรวมและรายงานข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมด สำหรับผู้รับผิดชอบคดี ให้ตรวจสอบตามเอกสารหรือหนังสือที่ส่งไปยังอัยการ รวมถึงหนังสือตอบกลับมายังดีเอสไอ เพื่อนำมาพิจารณาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและสรุปผลอย่างชัดเจน
ส่วนจำนวนคดีนั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน ทั้งนี้ พบว่ายังมีคดีมูลฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และคดีที่เกี่ยวกับการรับโอนหรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก นอกจากนี้ยังมีคดีฟอกเงินทางแพ่ง ซึ่งสำนวนอยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมเป็น 3 ส่วนสำคัญ เมื่อรวบรวมข้อมูลครบถ้วนแล้ว จะจัดทำเอกสารข่าวเพื่อชี้แจงต่อสื่อมวลชนต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่เกี่ยวกับคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ดีเอสไอ ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งจากอัยการคดีพิเศษ 4 ระบุว่ามีคำสั่งยุติการดำเนินคดีดังกล่าวเนื่องคดีขาดอายุความ
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยถึงกรณีที่ดีเอสไอ มีคำสั่งยุติการดำเนินคดีพระธัมมชโย และ น.ส.ศศิธร ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร เนื่องจากคดีหมดอายุความ ว่าก่อนหน้านี้ได้อายัดทรัพย์ในคดีดังกล่าวแล้วกว่า 1,400 ล้านบาท และดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งศาลได้สั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน เพื่อนำเงินมาคืนให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เพื่อนำไปเฉลี่ยคืนสมาชิกหรือผู้เสียหายไปแล้วบางส่วน แต่ยังมีทรัพย์สินบางส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น สถานปฏิบัติธรรมในต่างจังหวัด รวมถึงอาคารลูกโลกที่อยู่ภายในวัดพระธรรมกาย ที่ยังอยู่ระหว่างการขายทอดตลาด
พร้อมกันนี้ แหล่งข่าวจาก ปปง.เปิดเผยด้วยว่า ส่วนที่ดีเอสไอ สั่งยุติการดำเนินคดีอาญานั้นไม่มีผลต่อทางคดีแพ่ง เพราะทุกอย่างสิ้นสุดแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี