รวบผัวเมียบัญชีม้า แก๊งร้านค้าลวงโลกหลอกสาวโรงงานสูญกว่า 5 แสน

รวบผัวเมียบัญชีม้า แก๊งร้านค้าลวงโลกหลอกสาวโรงงานสูญกว่า 5 แสน

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.04 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสองผัวเมียบัญชีม้าแก๊งร้านค้าลวงโลก หลอกสาวโรงงานสูญกว่า 5 แสนบาท 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์, พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ที่ 2 


สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายโสฬส อายุ 52 ปี และ น.ส.กาญจนา อายุ 52 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน 1.นายโสฬส (สามี) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 460/2568 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ,ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือ บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนฯ และศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ จ.312/2568 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ข้อหา “ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ฯ 

2.น.ส.กาญจนา (ภรรยา) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดพล ที่336/2568 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ข้อหา“โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนฯ” 

การจับกุมเกิดขึ้นที่บ้านพัก ที่ ม.4 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พฤติการณ์ ก่อนการจับกุม เมื่อวันที่ 5 มีนาคม  2568 ขณะที่ผู้เสียหายพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี หลังเลิกงานนั่งเล่นติ๊กต๊อกที่บ้านพัก ได้มีคนร้ายใช้ติ๊กต๊อกชื่อ Attipong Amatayakul ทักชวนให้ทำงานออนไลน์หารายได้เสริม โดยอ้างว่าสามารถเปิดร้านค้าขายสินค้าในเว็บไซต์ Web.goods-dd.com และจะได้รับค่าตอบแทนประมาณ 25% ของยอดขาย

ต่อมาผู้เสียหายได้ลงทะเบียนเปิดร้าน และถูกแนะนำให้เลือกสินค้ามาลงขาย เมื่อมีคำสั่งซื้อจะต้องโอนเงินค่าสินค้าไปก่อนเพื่อสร้างยอดขาย จากนั้นจะได้รับเงินคืนพร้อมกำไร แต่หากเป็นการซื้อขายสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ จะต้องโอนเงินบาทเพื่อแลกผ่านแอดมินไลน์ชื่อ “TikTok shop”

แอดมินได้ส่งคิวอาร์โค้ดพร้อมเพย์ของผู้ต้องหาทั้งสองให้ผู้เสียหายโอนเงิน เมื่อโอนเงินเข้าไปแล้ว ระบบจะแสดงยอดขายและกำไร ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง กระทั่งต้องการถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้ โดยถูกอ้างว่าต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อแก้ไขระบบ สุดท้ายสูญเงินรวมกว่า 500,000 บาท จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบุรี

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้เสียหายในพื้นที่ สถานีตำรวจภูธรพล จังหวัดขอนแก่น ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน สูญเงินกว่า 100,000 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีของ น.ส.กาญจนา

ขณะเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่พบ น.ส.กาญจนา อยู่หน้าบ้านจึงเข้าควบคุมตัวได้ทันที ส่วน นายโสฬส อาศัยจังหวะชุลมุนวิ่งหลบหนีไปทางหลังบ้าน แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นสุนัขของผู้ต้องหายืนเฝ้าอยู่บริเวณพุ่มหญ้า จึงเข้าตรวจสอบและพบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ ก่อนควบคุมตัวไว้ได้ในที่สุด

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า มีอาชีพเก็บของเก่าขาย และก่อนหน้านี้มีชายชาวต่างด้าวชื่อ “แซม” มาชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารในจังหวัดสระแก้ว พร้อมสแกนใบหน้า โดยได้รับค่าจ้างคนละ 5,000 บาท จากนั้นถูกนำตัวส่งกลับ และภายหลังเริ่มมีหมายเรียกจากตำรวจ จึงพากันหลบหนีและย้ายที่อยู่เรื่อยมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจเตือนประชาชนว่า การขายหรือเปิดบัญชีม้าเป็นความผิดอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับ ไม่ควรเห็นแก่ผลตอบแทนระยะสั้น พร้อมแนะนำให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของงานออนไลน์ก่อนตัดสินใจลงทุน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top