529.jpg
‘เชียงใหม่’แย่ อากาศร้ายสุด ไฟป่า-ฝุ่นควัน พบกว่า787จุด

‘เชียงใหม่’แย่ อากาศร้ายสุด ไฟป่า-ฝุ่นควัน พบกว่า787จุด

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เชียงใหม่แย่

อากาศร้ายสุด

ไฟป่า-ฝุ่นควัน

พบกว่า787จุด

เชียงใหม่ยืนหนึ่ง เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก จมฝุ่นพิษ-ไฟป่า 787 จุด ขณะที่จุดความร้อนสะสม 1 มกราคม-29 มีนาคมรวม 3,859 จุด ส่วนไฟป่าแม่ฮ่องสอนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบแล้ว 610 จุด ค่ามลพิษพุ่งสูงด้าน รองผู้ว่าฯชี้ปัญหาดับไฟป่ายุ่งยากซับซ้อน ยันเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการแต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์ฝุ่นและควันจากไฟป่า ยังปกคลุมตัวเมืองและหลายพื้นที่ ทำให้มองเห็นควันสีขาวขุ่นทั่วบริเวณ จนมองไม่เห็นพระอาทิตย์ และยังพบผงสีขาว ดำและเทา ฝุ่นจากควันไฟป่าที่ลอยมาเกาะตามรถยนต์ที่จอดไว้ โดยเฉพาะตามที่โล่งจะมีเศษฝุ่นเกาะหนา


ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จ.เชียงใหม่ เปิดเผยข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) จาก GISTDA รวม 22 อำเภอ 787 จุด โดยมากที่สุดใน อ.เชียงดาว 49 จุด , อ.สะเมิง 100 จุด , อ.พร้าว 96 จุด , อ.แม่แตง 92 จุด , อ.ฮอด 50 จุด , อ.แม่วาง 42 จุด , อ.ดอยสะเก็ด 41จุด , อ.แม่ออน 25 จุด , อ.ออมก๋อย 24 จุด , อ.ไชยปราการ 23 จุด , อ.สันกำแพง 20 จุด , อ.แม่อาย 19 จุด , อ.สันทราย 18 จุด , อ.ดอยเต่า 17 จุด , อ.แม่แจ่ม 15 จุด , อ.หางดง 13จุด , อ.ดอยหล่อ 10 จุด , อ.จอมทอง 10 จุด , อ.แม่ริม 8 , อ.เวียงแหง 6 จุด , อ.กัลยาณิวัฒนา 5 จุด และ อ.ฝาง 4 จุด ส่วนจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–29 มีนาคม 2569 รวม 3,859 จุด

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบคุณภาพอากาศในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ พบว่าขึ้นเป็นอันดับ 1 จากการจัดอันดับเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก แบบเรียลไทม์ โดยเว็บไซด์ IQAIR.COM ดัชนีคุณภาพอากาศ US.AQI ตรวจวัดได้ 205 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ส่วนการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 วัดได้ 130 มคก./ลบ.ม.เป็นสีม่วง มีผลกระทบต่อทุกคนอย่างรุนแรง ความเข้มข้น PM2.5 ขณะนี้เป็น 26 เท่าของค่าแนวทาง PM2.5 ประจำปีขององค์การอนามัยโลก ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายนอกบ้าน ปิดหน้าต่างเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศภายนอก สวมหน้ากากภายนอกบ้าน และเปิดเครื่องฟอกอากาศ

เช่นเดียวกับการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากศูนย์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านเว็บไซด์ https://www.cmuccdc.org ดัชนีคุณภาพอากาศ จากสถานีตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นรายชั่วโมง พื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจวัดตามจุดต่างๆ ทั้ง 25 อำเภอ รวม 107 จุด พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 101 จุด เป็นสีแดง 93 จุด สีส้ม 8 จุด คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพมาก มีค่าตั้งแต่ 52–712 มคก./ลบ.ม.ค่าฝุ่นเกินจาก 100 มคก./ลบ.ม.รวม 88 จุด เกินกว่า 500 มคก./ลบ.ม.รวม 7 จุด พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มากที่สุดที่ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว วัดได้ 712 มคก./ลบ.ม.

ส่วนที่ จ.แม่ฮ่องสอน นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ ต.เมืองแปง อ.ปาย ว่าหลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าสถานการณ์มีความซับซ้อนและยากต่อการควบคุม โดยไฟป่าอยู่ในพื้นที่ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ในการเข้าควบคุม เนื่องจากสภาพภูมิประเทศและปัจจัยทางธรรมชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปรับแผนการทำงาน โดยเน้นการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคประชาชน

เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันวางแผนกระจายกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์ดับไฟป่า เข้าพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบมีการดำเนินการที่สำคัญประกอบด้วย การจัดทำแนวกันไฟ เพื่อจำกัดวงการลุกลามของเพลิง ปฏิบัติการดับไฟภาคสนาม การทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อาสาสมัครและชาวบ้านในพื้นที่ การสนับสนุนทรัพยากร ระดมเครื่องมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ที่สำคัญคือความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ

อย่างไรก็ตาม มีการมอบแนวทางปฏิบัติโดยการควบคุมสถานการณ์ต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่หากสถานการณ์เกินขีดความสามารถของพื้นที่ ให้เร่งประสานงานขอรับการสนับสนุนจากระดับจังหวัดทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที นอกจากนี้ทางจังหวัด ได้สั่งการให้รายงานผลการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินสถานการณ์รายวันและวางแผนรับมือตามระดับความรุนแรงของไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติมในช่วงฤดูแล้งนี้

ด้านศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ จ.แม่ฮ่องสอน รายงานจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS พบจุดความร้อน 610 จุด

ขณะที่ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละอองในภาคเหนือ ซึ่งอยู่ในระดับสูงหลายพื้นที่ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของจุดความร้อน (Hotspot) ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน จึงสั่งการให้ปรับแผนปฏิบัติการช่วงเดือนเมษายนนี้ พร้อมเตรียมเปิดหน่วยปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อบรรเทาปัญหาในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเร่งด่วน

ขณะเดียวกันยังคงหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ ที่ จ.พิษณุโลก ปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ เพื่อดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเน้นใช้เทคนิคดัดแปรสภาพอากาศ กระตุ้นการเกิดเมฆเพื่อช่วยดูดซับและระบายฝุ่นละอองในพื้นที่เป้าหมาย เพิ่มความชื้นในบรรยากาศ ช่วยให้ปริมาณฝุ่นเบาบางลง ทั้งนี้ การปฏิบัติการจะพิจารณาตามสภาพอากาศเป็นสำคัญ อาทิ ค่าความชื้นสัมพัทธ์ ทิศทางลม และการก่อตัวของเมฆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top