วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
ไฟป่าลามหนัก
ผู้ว่าฯเชียงใหม่สั่งปรับแผน
แม่ฮ่องสอนจับคนลอบเผา
ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เอาจริง สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ จับผู้ลักลอบเผาป่าหารังต่อ เอาผิด ข้อหาหนัก ส่วนพ่อเมืองเชียงใหม่ สั่งปรับกลยุทธ์ ออกลาดตระเวนดับไฟป่า หลังจากพบนับพันจุด ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน ระดมทรัพยากรยับยั้งต้นเพลิงเร่งด่วน
เมื่อวันที่ 1 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิบูรณ์ แววบันฑิต ผวจ.แม่ฮ่องสอน และนายณพล พาหุมันโต นายอำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดับไฟป่าพื้นที่ ต.เวียงเหนือ อ.ปาย ทั้งนี้ ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยลักลอบเผาป่า ไว้ได้ 1 ราย บริเวณกระท่อมไม่มีเลขที่ พื้นที่หมู่ 8 ต.เวียงเหนือ อ.ปาย โดยเป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน อายุ 51 ปี อาศัยอยู่ที่หมู่ 2 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย พร้อมของกลาง ไฟแช็ก, รังต่อ 6 ชั้น และเสื้อสีแดงคอปกแขนสั้น
เบื้องต้นได้ดำเนินคดีตามความผิดมาตรา 54 ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง แผ้วถางหรือ เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปาย ดำเนินคดี
ด้านนายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงสั่งการให้ปรับแผนการทำงานใหม่โดยเน้นการลาดตระเวนให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เกิดเหตุจริง พร้อมกำชับให้นายอำเภอ ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเร่งสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยง กำหนดเป้าหมายสูงสุด คือการเฝ้าระวังไม่ให้มีการลักลอบเข้าไปในเขตป่า เพื่อสกัดกั้นการเกิดเพลิงไหม้ตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการระดมกำลังเข้าไปดับไฟในพื้นที่ป่าที่เข้าถึงยาก
อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดได้ตัดสินใจประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อันเนื่องมาจากสถานการณ์อัคคีภัยไฟป่า แล้วใน 6 อำเภอ 38 ตำบล 324 หมู่บ้าน และ 27 ชุมชน ประกอบด้วย
อ.ฮอด อ.สะเมิง อ.เชียงดาว อ.ดอยสะเก็ด อ.แม่แตง และ อ.แม่วาง ซึ่งการประกาศครั้งนี้ไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งอำเภอ แต่เป็นการระบุเจาะจงเฉพาะรายตำบล และรายหมู่บ้านที่เกิดสถานการณ์ไฟป่าขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรเป็นไปอย่างตรงจุด โดยหัวใจสำคัญคือการปลดล็อกอำนาจหน้าที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง สามารถนำงบประมาณและทรัพยากรส่วนตัวที่มีอยู่ มาใช้ในการระงับยับยั้งเหตุได้ทันที
ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการประกาศให้ จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ หลังจากค่าฝุ่น PM.25 เกินมาตรฐานหรือไม่ ว่าช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางไปในพื้นที่ภัยพิบัติ พร้อมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนทราบเบื้องต้น ว่าแต่ละจังหวัด จะดำเนินการตามดุลยพินิจ และความจำเป็นเร่งด่วน โดยกำชับให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าไปบัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่
เมื่อถามว่ามีความจำเป็นในการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ หรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้ที่จะประกาศ คือผู้ว่าราชการจังหวัด และให้คนอยู่หน้างานเป็นผู้พิจารณา ตนให้อำนาจและการตัดสินใจไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมย้ำว่าให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่สร้างความมั่นใจ และเตรียมการช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน และมอบหมายให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ ลงพื้นที่พร้อมอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
อีกด้านหนึ่ง นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ดัดแปรสภาพอากาศเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในบรรยายกาศ โดยทราบข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเป็นฝุ่นที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นหลัก พร้อมมองว่าสถานการณ์สภาพอากาศขณะนี้น่าจะเอื้อต่อการปฏิบัติการฝนหลวง
ต่อมานายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจห้องปลอดฝุ่นใจกลางเมืองเชียงใหม่ ซึ่งจัดทำขึ้นที่ศูนย์สร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ หรือศูนย์ URC ตั้งอยู่บริเวณภายในหอพื้นถิ่นล้านนา โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมกับทีมสถาปนิกล้านนา ใช้เป็นสถานที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้พักคอยในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 ในอากาศสูงเกินมาตรฐาน จากนั้น ผวจ.เชียงใหม่ ด้แจกหน้ากากอนามัยชนิด N95 สำหรับป้องกันฝุ่นให้ประชาชน
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดทำห้องปลอดฝุ่นไว้คอยบริการประชาชน 2,004 ห้อง กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ที่โรงพยาบาลและหน่วยบริการสาธารณสุข 570 ห้อง ศูนย์พัฒนาการเด็ก 417 แห่งรวม 559 ห้อง หน่วยงานภาครัฐและเอกชน 606 ห้อง และสถานศึกษา110 แห่ง รวม 269 ห้อง
ส่วนพระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ นำคณะสงฆ์ และจิตอาสา ลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจภายใต้กิจกรรมเซฟลมหายใจชาวเชียงใหม่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมดับไฟป่าพื้นที่เสี่ยง โดยพระครูอ๊อด กล่าวว่า พื้นที่เกิดไฟป่าส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน ทำให้การเข้าควบคุมเพลิงยาก ส่งผลให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว บางจุดไม่สามารถเข้าถึงได้ อย่างไรก็ตาม ได้ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่ง พร้อมกับร่วมเฝ้าระวังและแจ้งเหตุทันทีเมื่อพบไฟป่า เพื่อจำกัดความเสียหาย ลดผลกระทบที่เกิดขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี