533.jpg
กกร.หั่นจีดีพีเหลือ1.2-1.6% เหตุราคาพลังงานพุ่ง-เงินเฟ้อดีด

กกร.หั่นจีดีพีเหลือ1.2-1.6% เหตุราคาพลังงานพุ่ง-เงินเฟ้อดีด

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.45 น.

กกร.หั่นจีดีพีเหลือ1.2-1.6% เหตุราคาพลังงานพุ่ง-เงินเฟ้อดีด

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกภาวะชะลอตัว แต่เงินเฟ้อสูง ความเสี่ยงสำคัญคือขาดแคลนน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบ ทำให้การผลิตโลกเกิดภาวะชะงักงัน ส่งผ่านไปตลอดห่วงโซ่อุปทานและไปถึงผู้บริโภค


ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ดีดตัวสูงขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยปี 2569 จะเร่งตัวขึ้นมาอยู่ในช่วง 2.0%-3.0% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 0.2%-0.7% จากราคาน้ำมันขายปลีกที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด ขณะที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น การส่งออกที่จะได้รับผลกระทบจาก logistics disruption ตลอดจนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดการเดินทางราว 1 ล้านคนในช่วงสามเดือนข้างหน้า

“คาดว่าการเติบโตของ GDP ไทย ปี 2569 จะลดมาอยู่ที่ 1.2%-1.6% จากเดิมคาดว่าจะโตที่ 1.6% -2.0% ขณะที่ยังคงประมาณการณ์ส่งออกอยู่ที่ -1.5 ถึง -0.5% อย่างไรก็ดีราคาน้ำมันอาจสูงขึ้นมากกว่าที่ประเมินหากเหตุการณ์ขยายวงกว้างขึ้นซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป” นายเกรียงไกร กล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวว่า กกร. ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกดดันต่อต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง จึงสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งบรรเทาผลกระทบแบบเฉพาะกลุ่ม เช่น SMEs และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการกำกับดูแลไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา ตลอดจนออกมาตรการช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งเพื่อให้ผู้ประกอบการคงราคาสินค้าได้ มาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนการผลิต เสริมสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจ

นอกจากนั้น ควรพลิกวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาสในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ยกระดับความสามารถการแข่งขัน เพิ่ม “กันชน” หรือศักยภาพในการรองรับแรงกระแทก สู่ความยืดหยุ่นอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในมิติความมั่นคงและการลดต้นทุนพลังงาน สอดคล้องกับแนวทาง Reinvent Thailand

ที่ประชุม กกร. ได้ให้ความสำคัญกับการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ (แผน PDP 2026) โดยมองว่านอกจากเป็นแผนพลังงานแล้ว ควรเป็นยุทธศาสตร์หลักยกระดับความสามารถแข่งขันของประเทศ ควบคู่การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอให้เร่งประกาศโครงสร้างค่าไฟฟ้าปี 2569-2573 ที่สะท้อนต้นทุนจริงในปัจจุบัน จัดตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐ-เอกชนด้านพลังงาน เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดให้แผน PDP 2026 ตอบโจทย์ด้านความมั่นคง และการแข่งขันในระยะยาว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top