วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
แฉเลือกตั้งส.อ.ท. พิรุธใช้นอมินีส่อซื้อเสียง จี้โมฆะ
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อคัดเลือกประธานส.อ.ท.คนใหม่ ซึ่งเกิดการประท้วงให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ สมาชิก ส.อ.ท. และผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีกรรมการสรรหา ได้ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อเรียกร้องให้พิจารณาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพื่อรักษาหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใสขององค์กร
นายวิวรรธน์ ระบุในหนังสือโดยสรุปว่า มีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. เพราะปรากฏข้อเท็จจริงที่มีนัยสำคัญต่อความสุจริตของกระบวนการเลือกตั้ง จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของสภาฯ พบเส้นทางการเงินจริง ทำให้ตนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเข้าข่ายลักษณะความผิดทางกฎหมายอย่างร้ายแรงในประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้หรือไม่
นายวิวรรธน์ อ้างว่าหนึ่งในข้อกังวล คือ มีขบวนการซื้อเสียงและอาจจะมีการให้พนักงานของบริษัทนั้นๆมาเป็นผู้แทน 1 ใน 3 เปรียบเสมือนเป็นนอมินีจำนวนมาก ซึ่งอาจจะเป็นหลักสิบหลักร้อยบริษัท มีหลักฐานเส้นทางการเงินบางส่วนอย่างชัดเจน พร้อมรายชื่อนอมินี นอกจากนี้มีการสมัครสมาชิกใหม่จำนวนมากในช่วงเวลาใกล้การเลือกตั้ง และมีความเป็นไปได้ของความเชื่อมโยงระหว่างผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนหนึ่งกับกลุ่มบุคคลหรือองค์กรเดียวกันที่อาจจะมีปัญหาด้านธรรมาภิบาลที่เหมาะสม
“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ สร้างข้อครหาในวงกว้างว่ากระบวนการได้มาซึ่งคะแนนเสียงอาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและไม่เป็นธรรม ซึ่งไม่ใช่เพียงประเด็นทางเทคนิคของการเลือกตั้ง แต่ผมเห็นว่าเป็นวิกฤติด้านธรรมาภิบาลของการเลือกตั้ง ซึ่งผมได้แจ้งประธานดำเนินการเลือกตั้งไปแล้วว่า “ไม่ว่าผู้ใดเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้ง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก็เป็นฝ่ายแพ้” การเป็นตัวแทนก็จะไม่สง่างาม เป็นวิกฤติด้านธรรมาภิบาล และอาจนำไปสู่วิกฤติความเชื่อมั่นต่อองค์กรในระยะยาว” นายวิวรรธน์ ระบุ
นายวิวรรธน์ ได้เสนอแนวทางเร่งด่วน 3 ประการต่อประธาน ส.อ.ท. ได้แก่ 1.ให้มีการตรวจสอบเชิงลึกอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะประเด็นกระบวนการปลอมแปลงเอกสารและเปลี่ยนแปลงชื่อผู้แทนใช้สิทธิ์ของสมาชิก และการทุจริต ซื้อเสียง แหล่งที่มาของการชำระค่าสมัคร 2.ขอให้เปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสมาชิกอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และ 3.หากปรากฏข้อเท็จจริงที่มีนัยสำคัญ ให้พิจารณาดำเนินการให้การเลือกตั้งครั้งนี้ “เป็นโมฆะ” และจัดให้มีการแก้ไขกฎระเบียบการเลือกตั้งใหม่
นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางปรับปรุงการเลือกตั้งในระยะยาว เช่น กรรมการ ส.อ.ท.ต้องเป็นตัวแทนครบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและทุกจังหวัด , ปรับสัดส่วนให้สะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจริง , การเลือกตั้งต้องไม่สร้างรูปแบบให้มีแรงกดดันทางธุรกิจที่ทำให้ต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง เช่น ต้องให้ customer & supplier มีความเป็นอิสระในการลงคะแนนเสียง และคะแนนต้องเป็นความลับ เป็นต้น
“ผมได้เคยร้องเรียนศาลปกครองไปแล้วครั้งหนึ่ง ประมาณปี 2556 เพื่อให้แก้ไขกฎระเบียบการเลือกตั้งให้มีความเหมาะสม และผู้ใหญ่ในสภาอุตสาหกรรมในขณะนั้นรับปากว่าจะมีการแก้ไขให้เหมาะสม ผมและคณะจึงดำเนินการถอนฟ้อง ด้วยความคาดหวังว่าจะมีกฎระเบียบในการเลือกตั้งที่ดี ที่ใช่ แต่สุดท้ายไม่มีการแก้ไข และเกิดเป็นปัญหาเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน และหากครั้งนี้จะปล่อยให้ผ่านไปแล้วบอกว่าจะดำเนินการแก้ไข ผมก็ไม่เชื่อว่าจะมีฝ่ายไหนดำเนินการแก้ไขให้เหมาะสมได้เช่นเดิม การปล่อยให้กระบวนการเดินหน้าต่อไป ไม่แก้ไขให้ถูกต้อง จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้รุนแรงขึ้น ในทางกลับกันการตัดสินใจอย่างยึดหลักธรรมาภิบาล และให้ความสำคัญกับประโยชน์ขององค์กรเหนือสิ่งอื่นใด จะเป็นหนทางเดียวในการรักษาศักดิ์ศรีของ ส.อ.ท.ไว้ได้ดีที่สุด” นายวิวรรธน์ ระบุ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี