วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569
ในช่วงฤดูร้อน สภาพพื้นที่ทางภาคอีสานจะพบแต่ความแห้งแล้ง ผืนดินแตกระแหง แหล่งน้ำแห้งขอด ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคถ้วนหน้า รวมถึงอาหาร การกิน แมลง สัตว์ต่างๆที่อาศัยอยู่ตามป่าใกล้บ้าน เริ่มเหลือน้อยลง บางแห่ง สัตว์ป่าต่างๆ ได้อพยพขึ้นเขาเข้าป่าทึบ เพราะมีอาหารสมบูรณ์เพียงพอมากกว่า
ทว่า ยังมีสัตว์บางชนิดบางประเภท ยังคงหลงเหลือไว้ให้จับกิน ไม่ว่าจะเป็น แมงกีนูน ปู กิ้งก่า(กะปอม) จักจั่น ตามฤดูกาล ซึ่งมีไม่มากและเริ่มจะหมดลงเช่นกัน ถ้าหากไม่ช่วยกันอนุรักษ์ อีกไม่นานคงสูญพันธุ์แน่นอน
นางนารี อารมดี อายุ 52 ปี มีอาชีพทำนา ช่วงว่างทำนา จะเดินหาติดจักจั่น มาทำเป็นอาหาร เพื่อประหยัดเงิน หากมีคนซื้อ จะแบ่งขายให้ราคากันเองอีกด้วย
นางนารี อมรมดี อายุ 52 ปี ชาวนา อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ระหว่างที่กำลังนำจักจั่นออกจากปลายไม้ไผ่เพื่อใส่ถุงตาข่าย บอกว่า ก่อนนั้น ช่วยพ่อแม่ทำนาปลูกข้าว กระทั่งแต่งงาน มีครอบครัว ได้ย้ายมาอยู่บ้านสามี ที่ ตำบลบุ่ง โดยได้ส่วนแบ่งที่นามรดก จำนวน 5 ไร่ เพื่อทำการปลูกข้าวเหนียวพอได้กินปีชนปี ส่วนสามีหลังว่างทำนา จะไปรับจ้างทำงานทั่วไปในตัวเมืองอำนาจเจริญ เพื่อหาเลี้ยงบุตร 2 คน พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องแต่ละวัน
นางนารี กล่าวว่า ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูร้อน หน้าแล้ง จึงใช้เวลาว่างตระเวนจับจันจั่น ที่บริเวณต้นไม้หลายชนิดป่าดงบักอี่ ใกล้บ้าน ซึ่ง จะมีแมลงจักจั่น เกาะอยู่กิ่งไม้หรือลำต้น ส่งเสียงร้องดังระงมไปทั่วบริเวณ โดยการจับจักจั่นมาทำเป็นอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการคั่ว ป่น ก้อย เรียกว่าเป็นเมนูจานเด็ด ที่แสนอร่อยไม่แพ้กัน เมื่อใครได้เปิบแล้วติดใจไม่รู้ลืม แถมเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอีกต่างหาก โดยนำความรู้จากพ่อแม่ที่เคย บอกสอนมาตั้งแต่เด็ก ด้วยการ นำไม้ไผ่ยาวประมาณ 5 – 6 เมตร ปลายเรียว ที่ปลายไม้ไผ่ ติดตังหรือกาว สำหรับจับจักจั่น ซึ่งการทำตังหรือกาว มีวิธีทำที่ไม่ยาก คือ เริ่มแรก ด้วยการนำเอายางต้นหาดและน้ำยางจากต้นยาง มาผสมกันใส่หม้อต้มไฟแล้วคนให้เข้ากันจนข้นราวๆ 20 นาที จากนั้นนำมาเทใส่กระบอกไม้ไผ่แล้วปิดปากให้สนิท พร้อมกับเตรียมถุงตาขาย สำหรับใส่จักจั่น และน้ำดื่ม เมื่อเตรียมเครื่องมือให้ครบถ้วนแล้ว จะเดินไปตามเสียงจักจั่นร้อง เมื่อพบเห็นตัวจักจั่นเกาะอยู่บนกิ่งไม้หรือลำต้น จะใช้ไม้ที่ปลายทากาว ติดไปที่ตัวจักจั่น จนตัวจักจั่นดิ้นไม่หลุด แล้วแกะออกนำใส่ถุงตาข่ายที่เตรียมไว้ ซึ่งในแต่ละวันจะ จับจักจั่นพอทำเป็นอาหารอย่างเดียว ถ้ามีคนอยากได้ จะแบ่งให้ราคาแล้วแต่จะให้ บางครั้งจะให้ฟรีด้วยซ้ำ เพื่อนำไปปรุงทำอาหารจานโปรด ซึ่งมีให้ทานปีละ 1 ครั้งเท่านั้น การจับจักจั่น ไม่เน้นขาย จะจับเพื่อบริโภคอย่างเดียว เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่งด้วย...
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี