533.jpg
บุกรังสแกมโอร์เสม็ด  ประจานเขมรลวงโลก

บุกรังสแกมโอร์เสม็ด ประจานเขมรลวงโลก

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กองทัพนำสื่อไทย–ต่างประเทศกว่า 60 ชีวิตลุยพิสูจน์ศูนย์สแกมเมอร์โอร์เสม็ดประจานหลักฐานต่อชาวโลก สุดอึ้งมีครบครันทั้งโรงพยาบาลยันอาบอบนวด เจอห้องใช้จำคุก-เครื่องทรมาน พวกทำยอดไม่เข้าเป้า พร้อมเครื่องมือ-เอกสารใช้สอนหลอกลวงเกลื่อนขณะที่ “บิ๊กดุล”ลั่นหากมีปะทะรอบ 3 เป็นศึกใหญ่แน่ แต่ยังไม่มีสัญญาน ขอให้เที่ยวสงกรานต์สบายใจ

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย -กัมพูชา หรือ JIC พร้อมคณะได้นำสื่อมวลชนทั้งสื่อไทย และต่างประเทศกว่า 60 คน ลงพื้นที่บริเวณช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ในพื้นที่ที่ทหารไทยเข้าควบคุม และวางรั้วลวดหนาม ตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) เพื่อตรวจสอบแหล่งสแกมเมอร์จากพื้นที่จริง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จริงครั้งนี้ เพื่อพิสูจน์หลักฐานแหล่งปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ถูกระบุว่า เป็นภัยคุกคามระดับโลก บริเวณพื้นที่โอเสม็ด ใกล้กับช่องจอม ซึ่งภายในพื้นที่มีอาคารกว่า 160 หลัง แบ่งโซนออกเป็น A ถึง G ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายไทยสามารถควบคุมได้

จุดแรกไปสำรวจพื้นที่โซน E ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้สำหรับการหลอกลวงนานาชาติ อาทิ สหรัฐอเมริกา, อินเดีย, เวียดนาม หรือยุโรป เป็นต้น โดยภายในในอาคารจะมีการติดแผ่นป้ายระบุเวลาการทำงาน ส่วนใหญ่จะเริ่มงานในเวลา 21.00 น.- 03.00 น.เนื่องจากเหยื่อส่วนใหญ่จะอยู่ฝั่งทวีปยุโรป และอเมริกา

ภายในอาคาร ยังพบเอกสารต่างๆเกี่ยวกับบทสนทนา เพื่อให้สแกมเมอร์พูดตามสคริปที่จัดเตรียมไว้มีทั้งภาษาจีน, ญี่ปุ่น, เวียดนาม และภาษาอังกฤษโดยรูปแบบการหลอกมีหลายรูปแบบทั้งปลอมเป็นทหารพิเศษ, หลอกผู้ประกอบการร้านค้า, หลอกให้รักแล้วลงทุน,หลอกเชิญชวนทำธุรกิจ หรือการซื้อขายแบบออนไลน์ รวมถึงมีเอกสารที่สอนการหลอกเหยื่อซ้ำ

สำหรับในพื้นที่โซน E ส่วนใหญ่จะเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานสแกมเมอร์ชาวจีนหลากหลายบริษัท เพื่อใช้หลอกลวงคนจีนด้วยกัน, คนเวียดนาม, อเมริกา หรืออินเดีย ซึ่งภายในอาคารก็มีโต๊ะทำงาน, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, เอกสารที่ใช้ในการหลอกลวง, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อุปกรณ์สัญญาณอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ เกือบทุกห้องจะติดตั้งกลองสะบัดชัยสีแดงขนาดใหญ่ตรงกลางสลักภาพลายมังกรสีแดงที่อนุมานได้ว่า เมื่อหลอกลวงเหยื่อจนได้ยอดตามเป้าก็จะลั่นกรองเอาฤกษ์เอาชัย และยังติดโลโก้บริษัท พร้อมมอตโต้การทำงานว่าประสิทธิภาพของฝ่ามือ จะพิสูจน์คุณค่าการดำรงอยู่ของคุณหรือติดสุภาษิตจีนเชิงปลุกใจว่าถ้าเรามีจิตใจที่เข้มแข็ง เราสามารถกำหนดโชคชะตาของเราได้

นอกจากนี้ยังได้ไปดูห้องคุมขัง ของสแกมเมอร์ที่ไม่สามารถทำยอดให้เข้าเป้าได้ ต้องถูกนำตัวมาคุมขัง ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินของอาคารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่โซน E มีจำนวน 12ห้องจะเห็นได้ว่า ภายในห้องจะมีอุปกรณ์ทรมาน และมีความคับแคบไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมีเพียงขวดน้ำเล็กๆที่เอาไว้สำหรับปัสสาวะ พร้อมกับมีการติดกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามพฤติกรรมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งสแกมเมอร์แห่งนี้ เรียกได้ว่า มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งภายในพื้นที่จะมีทั้งร้านค้า หรืออ่างอบนวดรวมไปถึงมีโรงพยาบาลเป็นของตัวเองชื่อว่าโรงพยาบาล Zhong NAN Hospitalมีเครื่องมือครบครันยันห้องผ่าตัด คาดว่าใช้รักษาเฉพาะชาวจีนเท่านั้นเนื่องจากภาษาภายในโรงพยาบาลมีแต่ภาษาจีน

อย่างไรก็ตามโรงพยาบาลแห่งนี้ถูกใช้เป็นฐานที่ตั้งทางทหาร รวมถึงเป็นสถานที่ใช้ปล่อยโดรนพลีชีพ และจุดสไนเปอร์ในช่วงของการสู้รบที่ผ่านมาด้วย

นอกจากนี้ยังมีโซนเอ็นเทอร์เมนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีทั้งกาสิโน, คาราโอเกะ, อ่างอบนวด, โรงแรม และสถานที่ขายบริการทางเพศ ภายในห้องมีการจำลองเตียงเป็นเวทีมวย, กรงนก และมีอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกิจกรรมทางเพศโดยในพื้นที่นี้จะถือเป็นเขตหวงห้าม อนุญาตให้เฉพาะนักธุรกิจ,หรือระดับบอสชาวจีนเข้ามาสังสรรค์เท่านั้น ส่วนสแกมเมอร์ไม่มีสิทธิเข้าพื้นที่

ด้าน พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดีผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย – กัมพูชา หรือ JIC กล่าวภายหลังพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ว่าศูนย์ฯได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ฐานสแกมเมอร์ที่โอร์เสม็ด เป็นครั้งที่ 3 เพื่อมาดูสถานที่จริง โดยครั้งนี้ได้พาไปดูห้องที่เป็นห้องจำคุก เพื่อป้องกันไม่ให้คนหนีออกจากพื้นที่ดังกล่าว โดยมีการตั้งกฎในการลงโทษ

นอกจากนี้ยังมีที่ตั้งของโรงพยาบาล ซึ่งภาพรวมเป็นลักษณะของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ถือเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่มาก รวมถึงมีบอสที่จะควบคุมบังคับบัญชาในพื้นที่รวมทั้งยังพบห้องที่ใช้ในการทำงานของสแกมเมอร์ มีระบบติดต่อสื่อสาร และคู่มือสอนให้หลอกหลวง รวมถึงมีวิทยากรถือเป็นภัยคุกคามระดับโลกทั้งหมดนี้คือหลักฐานที่เป็นอันตรายกับผู้ที่บริสุทธิ์

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวต่อว่าพื้นที่ดังกล่าวไทยสามารถควบคุมพื้นที่ทั้งหมดอย่างเข้มแข็ง ซึ่งจากกรณีที่ฝ่ายกัมพูชานำคณะผู้สังเกตการณ์ หรือ AOT เข้ามาก็ไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่นี้ได้ หรือกรณีที่ทหารกัมพูชา มีการเลี้ยงฉลอง จนมีอาการมึนเมา และมีการยิงปืนยั่วยุเข้ามา ฝ่ายไทยก็ได้ยิงแจ้งเตือนไป ซึ่งเป็นไปตามกฎการใช้กำลัง

ส่วนการขยายผลเรื่องสแกมเมอร์ เรื่องนี้ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อส่งต่อข้อมูลไปยังองค์กรต่าง ๆ รวมไปถึงแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลหรือ องค์การนิรโทษกรรมสากล ซึ่งหากอยากเข้ามาดูพื้นที่จริง ฝ่ายไทยก็พร้อมพาเข้ามาดู เพื่อนำไปต่อยอด และถ่ายทอดหลักฐานต่างๆ เหล่านี้

ส่วนนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเสริมว่า กรณีที่นายฮุน มาเนต เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการไปร่วมการประชุม WHO ด้านสาธารณสุข ส่วนอาจจะมีการหารือกันในะดับทวิภาคี กับฝรั่งเศสก็ถือเป็นสิทธิ์ของกัมพูชา แต่ในส่วนของไทย มีสิทธิ์ที่จะหารือกับผู้นำในหลาย ๆ ชาติเช่นกัน

ด้านพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากหลักฐานที่ได้เห็นในวันนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า กัมพูชาเป็นฐานหลอกลวงประชาชนทั่วโลก ซึ่งเป็นรูปแบบของบริษัทในการทำสัญญาจ้างรับพนักงานมาฝึกอบรมเพื่อหลอกลวง โดยมีการจำลองโรงพัก ห้องสอบสวน อาทิ ประเทศออสเตรเลีย,บราซิล, ประเทศในยุโรป, อินเดีย, อินโดนีเซีย และเวียดนาม

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อมีการยึดพื้นที่นี้แล้ว แต่สถิติของสแกมเมอร์ในเมืองไทยยังไม่ลดลงนั้น อยากจะชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ใช้หลอกลวงคนไทย แต่ส่วนใหญ่เป็นการหลอกลวงคนต่างประเทศ ส่วนฐานบัญชาการที่ใช้หลอกลวงคนไทยจะอยู่ในเมืองปอยเปตเป็นส่วนใหญ่ เชื่อว่าในปอยเปตตจะมีลักษณะเช่นเดียวกันคือแบบครบวงจร ดังนั้นสแกมเมอร์ยังคงอยู่ต่อไป

ขณะที่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวการสู้รบในรอบ 3ว่า ขอให้มั่นใจข้อมูลของทางการและทหารในพื้นที่ หากจะมีการสู้รบจะต้องการแจ้งเตือน และอพยพประชาชน ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการรบกัน โดยมีประชาชนอยู่ในพื้นที่

“ส่วนตัวประเมินว่าหากจะมีการสู้รบอีกครั้ง จะเป็นการสู้รบขนาดใหญ่ หากเป็นประเทศฝั่งตรงข้ามก็ต้องคิดว่าจะมารบกับเราอีกหรือไม่ ดังนั้นขอให้เชื่อมั่นทหารทุกระดับชั้น ให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เล่นสงกรานต์ให้มีความสุขเรามีแผนรองรับอยู่แล้ว” พล.ท.อดุลย์กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top