วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569
หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีคลิปวิดีโอเหตุการณ์ยื้อแย่งเด็กชายวัย 2 ขวบ ในพื้นที่อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยในคลิปปรากฏภาพ แม่เด็ก พยายามกอดลูกไว้แน่นแต่ถูก สามีและแม่ย่า ช่วยกันดึงตัวเด็กออกไป ท่ามกลางเสียงร้องไห้จ้าของลูกคนเล็กวัย 4 เดือนที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย
ล่าสุดทีมข่าวได้เดินทางไปพูดคุยกับสามี และย่าของผู้ร้อง ที่ปรากฏในคลิปไปยื้อแย่งหลาน 2 ขวบจากผู้เป็นแม่ ที่หนีไปอยู่บ้านอา ในอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยนายเอ็ม สามี ชี้แจงว่า หลังมีปากเสียงทะเลาะกับภรรยา เพราะภรรยาระแวงหึงหวงว่าตนไปมีผู้หญิงคนอื่นซึ่งไม่เป็นความจริงพอรู้ว่าภรรยาพาลูกหนีไปอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวด้วยความเป็นห่วงทั้งตนเองและย่า จึงไปขอร้องให้นายจ้างพาไปช่วยตามเอาภรรยาและลูกกลับ ไม่ได้มีเจตนาจะไปบุกรุกเพราะบ้านหลังดังกล่าว ตนกับภรรยาก็เคยไปด้วยกันหลายครั้ง แต่พอไปถึงภรรยาไม่ยอมกลับมาด้วย และไม่ให้เอาลูกมา แต่ด้วยความเป็นห่วงและสงสารลูก จึงบอกว่าจะพาลูกกลับไปก่อนแล้วค่อยตามไปก็ได้ แต่ภรรยาไม่ยอมจึงเกิดการยื้อแย่งกันตามในคลิป ส่วนที่พานายจ้างไปด้วยเพราะเห็นว่าเป็นผู้ใหญ่ภรรยาก็เคยทำงานกับเขาเหมือนกัน จึงให้ไปช่วยพูดคุย ไม่มีเจตนาจะพาไปข่มขู่ตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง ซึ่งหลังจากย่าพาหลานขึ้นรถแล้วก็มีการนั่งพูดคุยกันเป็นชั่วโมง ก็บอกว่าหากจะแยกทางกันจริง ก็จะแบ่งกันเลี้ยงคนละคน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอาคลิปไปร้องเรียนและแจ้งความจนกลายเป็นเรื่องเป็นราว
.jpg)
สามี ยังยืนยันว่า จะไม่ยอมให้ลูกไปกับภรรยา เพราะเป็นห่วงอนาคตลูกกลัวจะพเร่ร่อนไปเรื่อย เพราะภรรยาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ได้ทำงาน แล้วจะเลี้ยงดูลูกยังไง แต่หากภรรยาจะอ้างสิทธิ์ความเป็นแม่ ตนก็ขอใช้สิทธิ์ความเป็นพ่อเช่นกัน
ขณะที่ย่าของเด็ก ยืนยันว่าไม่เคยรังเกียจหรือดุด่าลูกสะใภ้เลย มีแต่ลูกสะใภ้ที่ชอบว่าย่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย เวลาที่ตนไปห้ามไม่ให้ลูกสะใภ้ทะเลาะกับลูกชาย เพราะลูกสะใภ้ชอบระแวงหึงหวงสามีแบบไร้เหตุผล บางครั้งก็ตามไประรานถึงที่ทำงาน เคยกระทั่งถือมีดไล่แทงลูกชาย แต่ลูกชายก็อดทนมาตลอด ส่วนสาเหตุที่ไปตามเอาหลานเพราะเป็นห่วง กลัวหลานอดอยากไม่มีอะไรกิน แต่ลูกสะใภ้ก็ไม่ยอมให้จึงเกิดการยื้อแย่งกัน ยืนยันจะไม่ให้หลานคืน จะเลี้ยงเองเพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ส่วนหลานคนเล็กหากลูกสะใภ้เลี้ยงไม่ไหวก็พร้อมจะเลี้ยงทั้งสองคน ส่วนเรื่องที่ลูกชายจะหย่ากับลูกสะใภ้ หรือจะคืนดีกันเป็นเรื่องของเขาสองคน ตัดสินใจกันเอง
ทั้งนี้ทีมข่าวยังได้โทรศัพท์ไปสอบถามนายจ้างคนที่ปรากฏในคลิปก็ยอมรับว่าเป็นตำรวจจริง แต่วันนั้นไปในฐานะนายจ้างไม่ได้ไปฐานะตำรวจ เนื่องจากนายเอ็ม และแม่นายเอ็ม ขอร้องให้พาไปตามหลาน เพราะเป็นห่วง ซึ่งในคลิปจะเห็นว่าสามีและย่าเป็นคนเดินเข้าไปพูดคุยก่อน แต่พอฝ่ายหญิงไม่ยอมและเกิดการยื้อแย่งเด็กขึ้น ตนจึงลงจากรถไปห้ามไม่ให้ยื้อแย่งเด็ก เพราะกลัวเด็กจะเป็นอันตราย
.jpg)
และยืนยันว่าไม่ได้มีการข่มขู่ เพราะต่อจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็มีการพูดคุยตกลงกัน โดยมีผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่มาร่วมพูดคุยด้วย ส่วนที่เจ้าของบ้านกล่าวหาว่าบุกรุกก็ยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะบุกรุก เพราะบ้านหลังดังกล่าวทั้งสองก็เคยไปด้วยกัน และจุดประสงค์ก็เพราะสามีตั้งใจจะไปตามภรรยาและลูกกลับบ้านเท่านั้น

.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี