533.jpg
ไทยโต้เขมร กล่าวหาชายแดนช่องจอม! ยืนยันยึดข้อตกลง GBC ไม่รุกล้ำ

ไทยโต้เขมร กล่าวหาชายแดนช่องจอม! ยืนยันยึดข้อตกลง GBC ไม่รุกล้ำ

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.02 น.

ไทยโต้เขมร กล่าวหาชายแดนช่องจอม! ยืนยันยึดข้อตกลง GBC ไม่รุกล้ำ เปลี่ยนแปลงกำลังตามแนวชายแดน ชี้ พื้นที่ถูกใช้เป็นฐานทหาร-ศูนย์สแกมข้ามชาติ จำเป็นต้องดำเนินมาตรการด้านความมั่นคง ย้ำ ไทยยึด ความจริง ความโปร่งใส ความร่วมมือ คือ รากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2569 ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา (JIC) ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการปรากฏกำลังของทหารไทยในพื้นที่บริเวณช่องจอม จว.สุรินทร์ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ดังนี้


1.ยึดมั่นถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด ประเทศไทยขอยืนยันความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อถ้อยแถลงร่วมที่ได้ตกลงกันในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 โดยเฉพาะ ข้อ 2 ทั้งสองฝ่ายจะคงกำลังในตำแหน่งปัจจุบัน (Troop Deployment Line) และงดเว้นการกระทำใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในพื้นที่ กองกำลังฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการรุกล้ำ ขยายกำลัง หรือเปลี่ยนแปลงตำแหน่งจากแนวที่ตกลงร่วมกันแต่อย่างใด

2.มาตรการของไทยเพื่อสถาปนาความมั่นคงและรักษาความปลอดภัย มิใช่การบังคับใช้กฎหมาย การปรากฏกำลังของฝ่ายไทย มิใช่การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศโดยฝ่ายเดียว แต่เป็นมาตรการด้านความมั่นคงและการรักษาความปลอดภัยที่จำเป็น อันเกิดจากภัยคุกคามข้ามชาติที่มีอยู่จริงในพื้นที่ชายแดนจากการค้นพบว่ากองกำลังกัมพูชาใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานทหารโจมตีไทย

3.ไทยควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางทหาร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานทหารของกองกำลังกัมพูชาเพื่อโจมตีไทย ดังนั้น การดำเนินการของไทยเป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตยและในลักษณะ เพื่อการป้องกัน (Defensive) จำกัดขอบเขต (Limited) มุ่งลดอันตราย (Preventive) มิใช่การใช้อำนาจเหนืออธิปไตยของประเทศอื่น

4.ยึดกลไกทวิภาคี ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี เช่น คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) การสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างทั้งสองฝ่าย การดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้หลักการ ลดความตึงเครียด (de-escalation)

5.ยึดข้อเท็จจริง ไม่ใช่การบิดเบือน สถานการณ์ดังกล่าวไม่ควรถูกตีความผ่านกรอบของการบิดเบือนข้อมูล ข้อเท็จจริงจากหลักฐานในพื้นที่ชี้ให้เห็นว่า นอกจากการใช้อาคารสถานที่เป็นฐานทหารโจมตีไทย ยังเป็น scam compound ขนาดใหญ่ ไทยจึงเปิดให้สื่อมวลชน เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาคมโลก สะท้อนถึงความโปร่งใสของการดำเนินการของไทยในเรื่องนี้ หลักฐานที่ตรวจพบในพื้นที่ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการศึกษา วิเคราะห์ และสนับสนุนการดำเนินการต่อต้านสแกมต่อไป อาทิ ซิมการ์ดจากต่างประเทศจำนวนมาก สคริปต์การหลอกลวงหลายภาษา โครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับการดำเนินการสแกมในระดับอุตสาหกรรม สะท้อนอย่างชัดเจนว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศ ที่ต้องร่วมกันต่อต้านต่อไป

6.ความรับผิดชอบร่วมกัน การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ไม่ใช่การเผชิญหน้า ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้แล้ว (ถ้อยแถลงร่วม ข้อ 8 และ 10) ในการป้องกันข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การสื่อสารที่ยั่วยุหรือบิดเบือน จะยิ่งบ่อนทำลายความร่วมมือดังกล่าว

การดำเนินการของประเทศไทยตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ การเคารพข้อตกลงร่วม การคุ้มครองประชาชน การรักษาเสถียรภาพของภูมิภาค แนวทางข้างหน้าควรมุ่งไปสู่ ความร่วมมือและทางออกร่วมกัน มากกว่าการสร้างความขัดแย้งผ่านเรื่องเล่า

“ความจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือ คือ รากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top