วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ไทยช่วยไทยพลัสวันแรกฉลุย
ทะลัก23.7ล้านคน
แห่กดลงทะเบียนคึกคัก
ชาวบ้านดีใจรอตั้งแต่ตี4
รัฐบาลโวช่วยกระตุ้นศก.
ชี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่น
โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” กระหึ่ม! ประชาชนแห่ลงทะเบียนรับสิทธิวันแรกล้นหลาม ทะลุ 23.7 ล้านคนแล้ว ส่วนร้านค้าผ่านตรวจสอบแล้วกว่า 9.8 แสนราย รัฐบาลพอใจสถานการณ์เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ล่ม พบระบบมีปัญหาเล็กน้อย คุยฟุ้ง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าบรรยากาศการเปิดรับลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (สิทธิ 60/40) วันแรกซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลามตั้งแต่เริ่มเปิดระบบ เวลา 06.00 น.
โดยข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.00 น. หรือเพียงแค่ 2 ชั่วโมงหลังจากเปิดลงทะเบียน พบว่ามียอดผู้เข้าลงทะเบียนแล้วรวมทั้งสิ้นกว่า 18.6 ล้านคน จากให้โควตาจากเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ 30ล้านคน
สำหรับรายละเอียดผลการลงทะเบียนของกลุ่มประชาชนทั่วไป (นับถึงเวลา 8.00 น.) สามารถจำแนกสถานะได้ดังนี้ มีผู้มาลงทะเบียนรวม: 18,613,965 คน ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว: 14,627,838 คน อยู่ระหว่างรอตรวจสอบคุณสมบัติ: 3,767,538 คน ลงทะเบียนไม่สำเร็จ: 218,589 คน
ลงทะเบียนไม่สำเร็จกว่า2แสนราย
ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จกว่า 2 แสนรายนั้น พบว่าส่วนใหญ่จำนวน 218,399 คน เป็นผู้ที่อยู่ในฐานข้อมูล “ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” อยู่แล้ว ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับสิทธิวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาท/เดือน แบบเต็มจำนวนโดยอัตโนมัติ จึงไม่ต้องเข้ามาลงทะเบียนในระบบ 60/40 แต่อย่างใด ส่วนอีก 190 คนที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ เกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น เคยมีประวัติการกระทำผิดเงื่อนไขโครงการคนละครึ่ง เป็นต้น
ในส่วนของฝั่งผู้ประกอบการร้านค้า ข้อมูลระบุว่าปัจจุบันมีร้านค้ารายเดิมที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติจำนวน 977,296 ราย โดยร้านค้ากลุ่มนี้ไม่ต้องทำการสมัครใหม่ แต่จะต้องดำเนินการเข้าไปกดยืนยันรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเม็ดเงินสะพัดจากการใช้จ่ายของประชาชน ที่จะเริ่มคิกออฟโอนเงินเข้าแอปฯ เป๋าตัง ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้
ลงทะเบียนมากกว่า3แสนคนต่อวินาที
เพจ Krungthai Care ของธนาคารกรุงไทย โพสต์ข้อความระบุว่า เนื่องจากมีผู้ให้ความสนใจลงทะเบียนโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เป็นจำนวนมากกว่า 3แสนรายการต่อวินาที บางท่านอาจพบปัญหาระบบหน่วง ขณะนี้ทางธนาคารได้เร่งขยายระบบเพื่อรองรับการเข้าใช้งานให้ได้กว่า 7แสนรายการต่อวินาที เรียบร้อยแล้ว โดยมีคนลงทะเบียนสำเร็จแล้ว จำนวน 10 ล้านคน ภายในเวลา 23 นาที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ค Krungthai Care ระบุว่า เมื่อเวลา 08.40 น. มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง สำเร็จแล้วจำนวน 20 ล้านสิทธิ จากทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ
ปลัดคลังย้ำลงทะเบียนได้ถึง29พ.ค.
ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในส่วนของร้านค้านั้น มีร้านค้ารายเดิมที่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 977,296 ราย โดยต้องมากดยืนยันผ่านแอปฯ ถุงเงิน ประชาชนที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25 – 29 พ.ค. 2569 เวลา 06:00 – 22:00 น. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเท่านั้น ระยะเวลาโครงการรวม 4 เดือน (มิ.ย. – ก.ย. 69)
อย่างไรก็ดี ผู้ลงทะเบียนสำเร็จ สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ (วงเงินและการใช้จ่าย) ดังนี้ วงเงินรวมได้รับคนละ 4,000 บาท ตลอดโครงการ ใช้สิทธิได้สูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน และสูงสุด 200 บาทต่อวัน (สิทธิรัฐช่วยจ่าย) หากใช้ไม่หมดในแต่ละเดือน ไม่สามารถทบไปใช้ในเดือนถัดไปได้ และสิทธิจะถูกรีเซ็ตใหม่เวลา 06:00 น. ของทุกวัน
‘ภราดร’ปลื้ม ลงทะเบียนราบรื่น
เมื่อเวลา 10.25 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวมการลงทะเบียนในโครงการไทยช่วยไทยพลัส วันแรก ว่า ผู้ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส จะมีอยู่ 2 กรณี คือ สำหรับคนที่เคยเป็นผู้ใช้สิทธิ์เดิม สามารถลงทะเบียนยืนยันใช้สิทธิ์ได้ทันที และผู้ที่ไม่เคยอยู่ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะต้องรอการยืนยันสิทธิ์ที่ต้องส่งไปถามยังกระทรวงมหาดไทยผ่านระบบออนไลน์ อาจต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ 3 วัน หรืออาจใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากต้องรอตรวจสอบการลงทะเบียนของกระทรวงมหาดไทย อาจทำให้จำนวนผู้ได้รับสิทธิ์เต็มแล้ว นายภราดร กล่าวกว่า เท่าที่ตนทราบ หลังเปิดลงทะเบียน 25 นาที มีผู้ได้รับสิทธิ์ไปแล้ว 10 ล้านสิทธิ และปัจจุบัน ณ ขณะนี้เหลืออีก 8 ล้านสิทธิ ส่วนผู้ที่ขึ้นให้รอการตรวจสอบสิทธิ์ 3 วัน ทางระบบได้กันสิทธิ์ไว้ให้แล้ว หากผ่านกระบวนการตรวจสอบ ถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์แล้ว
บัตรคนจนยังใช้ตัวเลข13.2ล้านสิทธิ์
เมื่อถามถึงผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายภราดร กล่าวว่า มีการร้องเรียนมาจำนวนมาก โดยชาวบ้านได้สะท้อนว่า คนจนจริง ไม่ได้รับสิทธิ คนที่ได้รับสิทธิไม่ได้จนจริง จึงเห็นว่า อาจถึงเวลาจะต้องทบทวนสิทธิ์ 13.2 ล้าน ไปให้ทางกระทรวงมหาดไทย สำรวจคนที่ไม่ได้อยู่ใน 13.2 ล้านสิทธิว่า ใครอยู่ใต้เกณฑ์ความยากจน โดยร่วมกับตัวเลขของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก่อนส่งให้ทางกระทรวงการคลัง ก่อนที่จะใช้ตะแกรงต่างๆ ที่กระทรวงการคลัง มีทั้งเงินรายได้ต่อปี มีการครอบครองที่ดิน รวมไปถึงเป็นผู้ประกอบการหรือไม่ คาดว่า จะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือน โดยในช่วง 2 เดือนแรกของโครงการ จะใช้ตัวเลขที่ 13.2 ล้านสิทธิถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนตัวเลขหากมีความชัดเจนแล้ว
เมื่อถามถึงการเสนอโครงการเข้ามายังคณะกรรมการกลั่นกรอง ในการใช้งบประมาณก้อนที่ 2 และหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และยังไม่ได้พูดคุย กรณีดังกล่าวมีเพียงการพูดคุยถึงระบบลงทะเบียนเท่านั้น
ร้านค้าลงทะเบียนต่อเนื่อง
ที่กระทรวงการคลัง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยความคืบหน้าการลงทะเบียนใช้สิทธิโครงการ“ไทยช่วยไทย พลัส” ว่า ณ เวลา 12.00 น. มีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนแล้วจำนวน 22,631,987 คนในจำนวนนี้ ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 17,374,758 คน อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ 4,921,910 คน และลงทะเบียนไม่สำเร็จ 335,319 คน ทั้งนี้ ยังมีสิทธิสำหรับประชาชนคงเหลืออีก 7,368,013 สิทธิ ณ เวลา 12.00 น.
โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 335,153 คน ขณะที่อีก 166 คน เป็นกรณีอื่นๆ เช่น เคยทำผิดเงื่อนไขโครงการ คนละครึ่ง เป็นต้น
นายวินิจ กล่าวว่า ในส่วนของร้านค้าพบว่า ร้านค้ารายเดิมที่ผ่านเกณฑ์มีจำนวน 977,296 ราย แบ่งเป็นอยู่ระหว่างยอมรับเงื่อนไข (T&C) จำนวน 584,997 ราย และลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 392,299 ราย สำหรับร้านค้าใหม่ มีจำนวน 9,013 ราย โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 7,059 ราย และผ่านการตรวจสอบแล้ว 1,954 ราย ในจำนวนนี้ อยู่ระหว่างยอมรับเงื่อนไข 274 ราย และลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 1,680 ราย ส่งผลให้ปัจจุบันมีร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จและพร้อมให้บริการในโครงการรวมทั้งสิ้น 393,979 ราย
รัฐบาลพอใจลงทะเบียนไม่ล่ม
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลพอใจระบบลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เรียบร้อยดี มีปัญหาเพียงเล็กน้อย ยังไม่ถึงกับล่ม ถือว่าระบบมีความไหลลื่นมีเสถียรภาพมากกว่าทุกรอบที่ผ่านมา ทั้งนี้ พบว่าปัญหาเกิดขึ้นแค่ช่วงแรกที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. พบมีความล่าช้าเล็กน้อย ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยได้เร่งแก้ไขปัญหาระบบลงทะเบียน โดยการขยายระบบเพื่อรองรับการเข้าใช้งานให้ได้กว่า 7 แสนรายการต่อวินาที จากเดิมจำนวนมากกว่า 3 แสนรายการต่อวินาที
แจงสาเหตุสแกนใบหน้าไม่ผ่าน
สำหรับกรณีที่ประชาชน “สแกนใบหน้าไม่ผ่าน” นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการกดรับสิทธิ แต่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ประชาชนเปิดใช้งานแอปฯ เป๋าตังเป็นครั้งแรก หรือเคยลบแอปฯ ออก และดาวน์โหลดติดตั้งใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC ซึ่งสามารถดำเนินการได้ที่ตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย หรือสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ สำหรับกลุ่มผู้ลงทะเบียนที่ขึ้นหน้าจอ ““กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน” เป็นกลุ่มที่ไม่เคยลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสมาก่อน แต่มาลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งกลุ่มนี้จะต้อง ใช้เวลาตรวจคุณสมบัติ และเงื่อนไข ตามที่ได้กำหนดไว้แล้วก่อนหน้านี้
“ตั้งแต่ วันที่ 1 มิ.ย.นี้ เริ่มใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รัฐให้ 60% เดือนละ 1,000 บาท หากต้องการใช้เต็มวงเงิน 100% ประชาชนต้องเติมเงิน 40% คือ เติมเดือนละ 667 บาท รัฐบาลขอย้ำ ต้องใช้เดือนต่อเดือนเท่านั้น หากใช้ไม่หมดยอดถูกตัด ไม่ทบเดือนถัดไป สรุป 4 เดือน ตลอดระยะเวลาโครงการ ประชาชนต้องเติม 2,667 บาท เพื่อใช้จ่ายเต็มวงเงิน 6,667 บาท” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
ชาววิเชียรบุรีลงทะเบียนแน่นแบงก์
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทะเบียนวันแรกของโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ซึ่งกำหนดเปิดให้ประชาชนผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ลงทะเบียนรับสิทธิ เป็นวันแรก ในพื้นที่อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีประชาชนในพื้นที่เดินทางมารอรับบริการที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาวิเชียรบุรี เป็นจำนวนมากจนแน่นขนัดบริเวณหน้าธนาคาร และมีแถวคิวประชาชนบางส่วนยาวล้นออกมาถึงบริเวณริมถนนด้านหน้าธนาคาร
โดยกลุ่มใหญ่ที่เดินทางมาในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงประชาชนที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้งานระบบสมาร์ทโฟนและแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ซึ่งเดินทางมาเพื่อขอคำแนะนำ ยื่นเอกสาร และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารดำเนินการลงทะเบียนรับสิทธิให้ในระบบ
จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณประชาชนอย่างรวดเร็ว ทางธนาคารกรุงไทย สาขาวิเชียรบุรี ได้มีการบริหารจัดการและจัดระเบียบพื้นที่เพื่อรองรับมหาชนอย่างเร่งด่วน โดยการนำเก้าอี้มาตั้งจัดเป็นแถวตอนบริเวณลานจอดรถของธนาคาร เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมารอคิวสามารถนั่งพักคอยได้อย่างเป็นระเบียบและไม่แออัด
ขณะเดียวกัน บริเวณตู้ ATM ของธนาคารก็มีความคึกคักไม่แพ้กัน เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากมาต่อคิวเพื่อทำขั้นตอนการยืนยันตัวตน (Dip Chip) ซึ่งเป็นขั้นตอนและกระบวนการสำคัญสำหรับผู้ระบบล็อก หรือผู้ที่มีปัญหาในขั้นตอนการสแกนใบหน้าเข้าสู่ระบบและยืนยันบัญชีผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน
ชาวกำแพงเพชรจองคิวตั้งแต่เช้า
ส่วนบรรยากาศที่หน้าธนาคารกรุงไทยสาขาคลองขลุง ม.2 ต.ท่ามะเขือ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ตั้งแต่ช่วงเวลา 07.30 น. ประชาชนเดินทางมารอคิวกันจำนวนมากเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยกดยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ์ “โครงการไทยช่วยไทยพลัส”กันอย่างหนาแน่น บางรายเจอปัญหาโหลดแอปฯเป๋าตังไม่สำเร็จ เนื่องจากเปลี่ยนเบอร์มือถือและเครื่องใหม่ บางคนไม่เคยได้รับสิทธิ์โครงการของรัฐแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งครั้งนี้ก็อยากเป็นผู้มีสิทธิได้รับบ้าง โดยส่วนใหญ่รู้สึกดีใจที่รัฐบาลได้ให้สิทธิ์โครงการครั้งนี้ บางคนก็ไม่มั่นใจว่าที่มาต่อแถวรอคิวจะได้รับสิทธิ์หรือไม่ โดยก่อนที่ธนาคารจะเปิดทำการมีเจ้าหน้าที่คอยแตกบัตรคิวและช่วยยืนยันตัวตนพร้อมแก้ปัญหาเบื้องต้นให้กับผู้มารอคิว เพื่อลดระยะเวลาการขึ้นไปทำรายการข้างบนและหากสำเร็จก็จะได้เดินทางกลับไม่ต้องรอ
สำหรับบรรยากาศในช่วงระหว่างรอบางคนก็นำข้าวเหนียวและอาหารมารับประทานรอ เนื่องจากเดินทางมาตั้งแต่เช้ามืดข้าวเช้าไม่ได้กิน โดยเดินทางมากันยกครอบครัวเพื่อหวังที่จะลงทะเบียนยืนยันตัวตนให้สำเร็จ
หญิงชราคิวแรกดีใจได้มีเงินซื้อข้าว
ส่วนผู้ที่เดินทางมาคิวแรกคือ นางแจ๋ว ตลอดภพ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.2 ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ได้นำรองเท้ามาต่อคิวคนแรกโดยบอกว่าเดินทางมาตั้งแต่ เวลา 04.30 น. เนื่องจากตนเองเปลี่ยนเบอร์มือถือและเครื่องใหม่ แต่เครื่องเก่าก็เคยได้รับโครงการ ซึ่งตนดีใจมากที่รัฐบาลมีโครงการนี้มาให้ถึงคนละ 4,000 บาท จึงจะนำเงินไปซื้อข้าวสารไว้กิน
น.ส.สุนทร โวอ่อนสี อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ม.8 ต.โพธิ์ทอง อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร เล่าว่า วันนี้พาลูกชาย 2 คน มาลงทะเบียนรับสิทธิ์ เนื่องจากที่ผ่านมาลูกชายไม่เคยได้รับสิทธิ์โครงการของรัฐอะไรเลย ซึ่งตนพึ่งมาถึงก็นำรองเท้ามาจองคิว โดยใช้เชือกผูกรองเท้าเอาไว้เพราะกลัวว่าจะจำรองเท้าของตนเองไม่ได้ ซึ่งวันนี้มากันทั้งครอบครัว 3 แม่ลูก อย่างน้อยก็ขอให้ได้สักคนเพราะกินอยู่ด้วยกัน ซึ่งตนเองไม่มีสามีก็ต้องดูแลลูกทั้งสอง
ชาวเบตงแห่รับสิทธิ์คึกคัก
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาสุขยางค์ อ.เบตง จ.ยะลาพบว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาต่อคิวรอโดยใช้รองเท้ามาตั้งเพื่อแสดงคิวเพื่อเข้าใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนธนาคารเปิดทำการ เพื่อยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลังจากประชาชนหลายรายไม่สามารถดำเนินการยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบด้วยตนเอง จึงเลือกเดินทางมาติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อขอความช่วยเหลือ
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนทั้งวัยทำงานและผู้สูงอายุทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชาชนที่สามารถดำเนินการยืนยันสิทธิ์ผ่านตู้บริการอัตโนมัติหน้าธนาคารด้วยตนเองได้สำเร็จ จะทำให้ช่วยลดระยะเวลาการรอคิวลงได้บางส่วน ซึ่งประชาชนที่มารอลงทะเบียนหลายคนระบุว่า โครงการนี้สามารถช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพและแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเศรษฐกิจปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนต้องการให้ภาครัฐปรับปรุงขั้นตอนการลงทะเบียนและยืนยันสิทธิ์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมทั้งเพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี เพื่อลดปัญหาความยุ่งยากและความแออัดของผู้มาใช้บริการในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย
ปชช.ลงทะเบียนทะลุ23.7ล้านคน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เพิ่มกำลังซื้อ และช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กับการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ
ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น. พบว่า มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 23,755,197 คน โดยเป็นผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส จำนวน 18,012,406 คน และผู้ลงทะเบียนใหม่จำนวน 5,742,791 คน
ในจำนวนผู้ลงทะเบียนใหม่ มีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว 5,357,641 คน คิดเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ของผู้สมัครใหม่ทั้งหมด ขณะที่ผู้ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอยู่ที่ 385,150 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 384,975 คน และมีผู้เคยทำผิดเงื่อนไขในโครงการคนละครึ่ง จำนวน 175 คน
9.8แสนร้านค้าผ่านตรวจสอบแล้ว
ด้านการลงทะเบียนร้านค้า พบว่า มีร้านค้า Whitelist จากโครงการคนละครึ่ง พลัส เดิม จำนวน 977,296 ราย โดยในจำนวนนี้ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 449,087 ราย และอยู่ระหว่างร้านค้ายอมรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ (T&C) จำนวน 528,209 ราย
ขณะเดียวกัน มีร้านค้าสมัครใหม่เพิ่มเติมอีก 12,117 ราย โดยผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 5,245 ราย แบ่งเป็นร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งาน 4,524 ราย และอยู่ระหว่างยอมรับเงื่อนไข 721 ราย
ส่งผลให้ปัจจุบันมีร้านค้าในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้วรวมทั้งสิ้น 982,541 ราย แบ่งเป็นร้านค้าที่พร้อมใช้งานแล้ว 453,611 ราย และอยู่ระหว่างยอมรับเงื่อนไข 528,930 ราย
สะท้อนเชื่อมั่นมาตรการกระตุ้นศก.
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของทั้งประชาชนและผู้ประกอบการต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อย ชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
“รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนและผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบสมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อใช้สิทธิประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไปพร้อมกัน” นางสาวลลิดากล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี