วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569
กอ.รมน.ลุยสอบ
ใช้รถหลวงลอบยิงสส.
อ้างความผิดเฉพาะตัว
กอ.รมน.แถลงผลสอบ“ใช้รถหลวง”ลอบยิง“สส.ประชาชาติ”เร่งสอบวินัย “น.อ.มนตรี”หากเอี่ยว ไล่ออกราชการ ฟันซ้ำอาญา ม.151-157 “มทภ.4” ย้ำเป็นการกระทำส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวนโยบาย-คำสั่ง ของหน่วยงานใด พร้อมเดือดโต้ “ทวี สอดส่อง”นั่งเก้าอี้ทุกตำแหน่ง แก้ไฟใต้ไม่จบ ชี้มีคนอยากป่วน เมิน นักการเมือง-สส.ชี้นำอะไร ย้ำทุกอย่างอยู่ที่การสอบสวน ตร.ปมใช้รถหลวงยิงสส.
เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)ขอชี้แจงกรณีเหตุลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการนำรถยนต์ของทางราชการไปใช้ในการก่อเหตุดังกล่าว ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า รถยนต์คันที่เกี่ยวข้องเป็นรถกระบะของทางราชการ สังกัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดนราธิวาส ส่วนหน้า ซึ่งกำหนดให้ใช้ในภารกิจธุรการภายในหน่วยและอยู่ภายใต้การควบคุมตาม ระเบียบ กอ.รมน. ว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. 2553อย่างเคร่งครัด โดยระเบียบดังกล่าวกำหนดให้การใช้รถราชการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการเท่านั้น ต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามลำดับชั้น และต้องมีการบันทึกการใช้รถอย่างเป็นระบบเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้
จากการสอบสวนพบว่า นาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ ผู้รับผิดชอบดูแลยานพาหนะของหน่วย ได้อนุญาตให้ เรือเอก วิโรจน์ เกตุมณี ยืมรถยนต์ราชการไปใช้ในลักษณะส่วนตัวโดยไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไม่ว่าจะเป็นการจัดทำเอกสารขออนุญาต การระบุภารกิจ เวลา และสถานที่ใช้งาน ตลอดจนไม่ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามสายการบังคับบัญชา อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบและคำสั่งของทางราชการอย่างร้ายแรง โดยมีการยืมรถรวม 3 ครั้ง ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจึงมีมติว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดในหลายมิติ โดยในส่วนของความผิดทางแพ่ง เป็นการกระทำโดยจงใจฝ่าฝืนระเบียบของทางราชการ อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐ ผู้กระทำต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ในส่วนของความผิดทางวินัย การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรง ฐานละเลยต่อหน้าที่ราชการ และกระทำการโดยมิชอบจนก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทางราชการ ซึ่งขณะนี้หน่วยได้ดำเนินการส่งตัวกลับต้นสังกัด และเสนอให้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. 2457 โดยมีโทษสูงสุดถึงขั้นปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ
สำหรับความผิดทางอาญา แบ่งออกเป็นสองประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประเด็นแรก คือ การมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบยิง ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน และประเด็นที่สอง คือ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส จะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ ตามกฎหมาย โดยเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151ในกรณีเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและมาตรา157ในกรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต
ทั้งนี้การดำเนินการในทุกมิติเป็นไปตามหลักความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ และหลักนิติธรรมที่กอ.รมน.ยึดถืออย่างเคร่งครัดโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4ส่วนหน้าได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนอย่างเต็มที่ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรมและสามารถตรวจสอบได้
ด้าน พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นการกระทำในลักษณะส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ ที่ฝ่าฝืนระเบียบและกฎหมายอย่างชัดเจน มิได้เป็นนโยบาย คำสั่งหรือการดำเนินการใด ๆ ของหน่วยงาน และไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจของ กอ.รมน.แต่อย่างใด พร้อมทั้งได้กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลทรัพย์สินของทางราชการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก
“กอ.รมน. ขอยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ละเว้นต่อผู้กระทำความผิดทุกกรณี เพื่อรักษาวินัย มาตรฐานของหน่วยงาน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน”พลโท นรธิปกล่าวย้ำ
แม่ทัพภาคที่ 4ยังชี้แจงกรณีนำรถยนต์กอ.รมน.นราธิวาส รถกระบะโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน ญจ 6847 กรุงเทพฯโดย นาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ อนุญาตให้อดีตทหารเรือ เรือเอกวิโรจน์ เกตุมณี ยืมไปใช้ก่อเหตุยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมาว่าหลังเกิดเหตุ ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วนได้ประสานกับผบ.ตำรวจภาค9ให้ดำเนินคดีเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
ในส่วนของ กอ.รมน.นราธิวาส ที่มีผู้ว่าฯเป็นผอ.รมน.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง รายงานมาแล้ว จึงได้แจ้งสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือ ปรมน.กองทัพเรือ จึงมีการย้ายนาวาเอก มนตรีโตประเสริฐ ออกจากพื้นที่ไปประจำ ปรมน.ทร. ตนได้บอกกองทัพเรือว่าให้ลงโทษเต็มอำนาจที่กองทัพเรือมีอยู่
“โดยที่ผ่านมามีการสอบสวนไปแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ไปบอกสื่อเท่านั้นแต่ สส.ไปพูดเองว่าไม่ใช้อำนาจอัยการศึก แต่จริงๆเขาก็ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้น ผมไม่สนใจว่านักการเมืองหรือสส.ไปชี้นำอะไร แต่ การจะชี้ว่าใครผิด ต้องอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.ทวี สอดส่องท่านเป็นมาทุกตำแหน่ง ท่านอยู่มากี่ปี เป็นทั้งเลขาฯศอ.บต.อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอจนเป็น รมว.ยุติธรรม ยังแก้ปัญหาชายแดนใต้ไม่จบเลย เพราะเราแก้ที่ปลายเหตุ” มทภ.4 กล่าว
โดยแนะอยากให้รมว.ศึกษาธิการ มาดูรร.ปอเนาะ รร.สอนศาสนา เอกชน ว่าเป็นไปตามหลักสูตรที่กำหนด ให้งบประมาณสนับสนุนหรือไม่ มันมีคนที่ที่ไปปลูกฝังความคิดไม่ดีมีแน่นอน ให้ไปดูว่าเขาเรียนภาษาไทยควบคู่กับภาษามลายู หรือไม่ เพราะเหตุการณ์ยังเกิดขึ้น ก็เพราะมีคนอยากให้เกิด ตนเป็นคนตรงไปตรงมา ผู้บังคับบัญชาให้ลงมาดูแลพื้นที่ให้เกิดความสงบให้ได้ ตนก็ทำตามภาระหน้าที่ คนทำผิดตนไม่เอาไว้จะไม่เอาส่วนราชการไปปกป้อง เป็นเรื่องส่วนบุคคล เพราะกอ.รมน.ก็มีทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองและส่วนราชการอื่น ขึ้นกับกอ.รมน. ทุกคนก็ล้วนอยากให้บ้านเมืองสงบ
“แม้ผมทำหน้าที่มทภ.4 มา6เดือนแล้ว แต่ผมเคยลงมาทำงานที่นี่มาก่อนแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่เพื่อให้เกิดความสงบ และให้ความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน ผมไม่มีอคติกับใครทั้งสิ้นแต่ขออย่าปรักปรำส่วนราชการและขอให้ให้กำลังใจในทุกองค์กรก็ย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ถ้ามีเป็นเนื้อร้ายก็ต้องตัดออก เราได้พยายามในการแก้ไขปัญหาในทุกทาง แม้แต่การต้องคุยกับโจร ก็ต้องเอาคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับทางราชการ ไปคุยแต่บางเรื่องบอกสื่อก็ไม่ได้
ในการแถลงครั้งนี้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และพล.ต.ต.ประยูร โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.นราธิวาส นำทีมแถลงข่าวความคืบหน้าคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ
มีรายงานว่า หนึ่งในความคืบหน้าสำคัญ คือ การจับกุมตัว นายธนภัทร (ขอสงวนนามสกุล) หนึ่งในมือปืนที่ถูกออกหมายจับ โดยจับกุมตัวได้ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างหลบหนี ซึ่งยังต้องติดตามตัว ร.อ.วิโรจน์ มือปืนอีก 1 คน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี