วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569
14 เมษายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปพ.ร่วมกันจับกุม นายณัฐภัทร อายุ 27 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิด 1.หมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.2001/2567 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ฐาน “ฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” 2.หมายจับศาลอาญา ที่ 2466/2568 ลงวันที่ 22 เมษายน 2568 ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
3.หมายจับศาลจังหวัดศรีสะเกษ ที่ จ.444/2568 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ฐาน “ฉ้อโกงประชาชน หรือสนับสนุนให้ฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง”

สถานที่จับกุม บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษธนบุรี แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพมหานครฯ พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อช่วงต้นปี 2567 ผู้เสียหายได้รู้จักชายคนหนึ่งผ่านทางแอปพิเคชั่นไลน์ ซึ่งต่อมาบุคคลดังกล่าวได้ชักชวนผู้เสียหายร่วมลงทุน รับผลตอบแทนสูง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ผู้ก่อเหตุได้ให้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารชื่อผู้ต้องหาและอีกหลายๆบัญชี ความเสียหายประมาณ 8 แสนกว่าบาทหลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อผู้ก่อเหตุได้ คาดว่าโดนหลอกลวงจากแก๊งมิจฉาชีพ จึงได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดี
ตามกฎหมายพฤติการณ์ในการจับกุม ก่อนทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่านายณัฐภัทร ได้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษธนบุรี กรุงเทพมหานคร และจะถูกปล่อยตัว จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่
กรมราชทัณฑ์เพื่ออายัดตัวตามหมายจับ และได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อ นายณัฐภัทร สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ.จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอยหล่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า ตนได้ถูกชักชวนจากรุ่นพี่ทราบเพียงชื่อเล่นว่า “เนท” อายุประมาณ 35 ปี ได้ให้ตนเปิดบัญชีให้ทั้งหมด 6 บัญชี ได้ค่าจ้าง 4,000 บาท ตนได้นั่งรถทัวร์จากหมอชิตไปลงที่ อ.อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว แล้วมีรุ่นพี่กับคนฝั่งทางปอยเปต ประเทศกัมพูชา มารับตัวไปเพื่อทำ
การแสกนใบหน้าอยู่ที่ประเทศกัมพูชาได้ 3 - 4 วัน จากนั้นจึงได้กลับมาที่ประเทศไทย และได้นั่งรถทัวร์กลับมายังกรุงเทพมหานคร เบื้องต้นขอให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนภัย ประชาชนจากคดีลักษณะนี้ซึ่งเป็นการหลอกลวงลงทุนผ่านสื่อออนไลน์ที่กำลังระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยมิจฉาชีพมักแฝงตัวเข้ามาทางแอปพลิเคชันแชท เช่น ไลน์ ใช้โปรไฟล์ปลอมสร้างความน่าเชื่อถือ อ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน หรือมีช่องทาง
ทำกำไรพิเศษ เพื่อชักชวนให้ร่วมลงทุน พร้อมเสนอผลตอบแทนสูงเกินจริงในระยะเวลาสั้นเมื่อเหยื่อหลงเชื่อจะถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่นหลายบัญชี ซึ่งเป็นบัญชีม้าที่ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และหลังจากได้รับเงินแล้ว มิจฉาชีพจะรีบโอนหรือถอนเงินออกทันทีก่อนจะตัดการติดต่อ ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถติดตามเงินคืนได้“อย่าเชื่อคำชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี