วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
542.jpg
แพทย์เตือนภัยเงียบ! ลองโควิด 2026 มาพร้อมภาวะสมองล้า

แพทย์เตือนภัยเงียบ! ลองโควิด 2026 มาพร้อมภาวะสมองล้า

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.41 น.

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2026 มีทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด พญ.วรฉัตร เรสลี อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ และเจ้าของช่อง TikTok "หมอเมเล่าให้ฟัง" (@vorachatreslee) ได้โพสต์คลิปในวันที่ 24มิ.ย 2026 โดยระบุว่าแม้ความรุนแรงของโรคโควิด-19 จะลดลงจนไม่น่ากังวลเรื่องปอดอักเสบเหมือนในอดีต แต่สิ่งที่น่าจับตามองในขณะนี้คือภาวะ "ลองโควิด" (Long COVID) รูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทโดยตรง ซึ่งผู้ป่วยต้องอาศัยการดูแลและฟื้นฟูร่างกายอย่างถูกวิธี

 


ความรุนแรงลดลง ไม่พบภาวะปอดอักเสบรุนแรง

โควิด-19 ในปี 2026 มีความแตกต่างจากช่วงปี 2020 อย่างมาก ความรุนแรงของโรคลดลง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีเพียงอาการติดเชื้อที่ทางเดินหายใจส่วนบนเท่านั้น ไม่พบภาวะปอดอักเสบรุนแรงหรืออัตราการเสียชีวิตสูงเหมือนช่วงแรกของการระบาด อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้องกลับมาเฝ้าระวังกลุ่มอาการหลังจากการติดเชื้อ หรือ "ลองโควิด" อย่างใกล้ชิด

 

ลองโควิด 2026: กระทบระบบประสาทและก่อให้เกิดสมองล้า

ข้อมูลพบว่า ผู้ที่ติดเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยที่ระบาดในช่วงนี้ ได้แก่ สายพันธุ์ JN.1 และสายพันธุ์วอนิมบัส (Vonimbus) หรือ NB.181 มีโอกาสเกิดภาวะลองโควิดได้ประมาณ 3-5% สิ่งที่แตกต่างคือ ลองโควิดในอดีตมักทำให้เกิดพังผืดในปอด แต่ในปัจจุบันจะส่งผลให้เกิดภาวะระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ (Autonomic Dysfunction) ร่างกายจะเสมือนอยู่ในโหมดเอาชีวิตรอดและไม่ยอมปิดโหมดต่อสู้ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้อไม่มีแรง นอนไม่หลับ และมีภาวะสมองล้า (Brain Fog) ทำให้รู้สึกคิดช้าหรือความจำลดลง

 

3 วิธีฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรง

เพื่อป้องกันและรักษาภาวะลองโควิด พญ.วรฉัตร แนะนำให้ปรับสภาพแวดล้อมเพื่อส่งสัญญาณให้ร่างกายรับรู้ว่าหายป่วยแล้ว โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นสารอาหารหลักให้ครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีนและผักใบเขียว ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่มากเกินไป

ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ควรเริ่มจากการออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การเดิน วิ่งจ็อกกิ้ง หรือยกน้ำหนักเบา ๆ ให้อยู่ในระดับหัวใจโซน 2 เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานตามปกติ และเป็นการป้องกันภาวะกล้ามเนื้อสลายจากการนอนพักนานเกินไป

ดูแลการนอนและหลีกเลี่ยงสารกระตุ้น ควรจัดเวลานอนและตื่นให้เป็นระบบ รับแสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้า และงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหลังช่วงเที่ยง (เช่น ชา กาแฟ ช็อกโกแลต น้ำอัดลมบางประเภท) รวมถึงงดแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด เพราะสารเหล่านี้จะรบกวนการนอนหลับและขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูตัวเองของร่างกาย

โควิด-19 ในปัจจุบันไม่ได้น่ากลัวในแง่ของการทำลายปอดอีกต่อไป แต่ถือเป็นบททดสอบสำคัญที่ชี้วัดว่าร่างกายของเรามีความพร้อมและสามารถฟื้นตัวหลังจากการเจ็บป่วยได้ดีเพียงใด

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top