542.jpg
สปสช. เปิดเงื่อนไขบัตรทอง 30 บาท 'ผ่าตัดรักษาโรคอ้วน' ย้ำเป็นข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม

สปสช. เปิดเงื่อนไขบัตรทอง 30 บาท 'ผ่าตัดรักษาโรคอ้วน' ย้ำเป็นข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.08 น.

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง 30 บาท” ว่า ปัจจุบันสิทธิบัตรทองครอบคลุมถึงบริการผ่าตัดรักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery) แล้ว

การรักษานี้มีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยลดน้ำหนัก ลดความรุนแรงของโรคร่วม และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดย สปสช. เน้นย้ำว่า


“บริการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็น แต่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ทางวิชาการอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการปรับพฤติกรรมและควบคุมน้ำหนักตามระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงการประเมินจากทีมแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้การรักษาเกิดประโยชน์และมีความปลอดภัยต่อผู้ป่วยมากที่สุด ย้ำว่าไม่ใช่ทางเลือกแรกของการรักษา แต่ต้องเป็นไปตามความจำเป็นทางการแพทย์” ทพ.อรรถพรกล่าว
 

 

ใครบ้างที่เข้าเกณฑ์รับสิทธิผ่าตัดรักษาโรคอ้วน?

ผู้ป่วยที่จะเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ ต้องได้รับการประเมินตามหลักวิชาการ ทั้งในด้านความพร้อมของร่างกาย จิตใจ และความสามารถในการดูแลตนเองหลังผ่าตัด โดยมีเกณฑ์เบื้องต้นดังนี้:

ผู้รับบริการต้องมีอายุระหว่าง 18-65 ปี

ผู้ป่วยต้องมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกินเกณฑ์ที่กำหนด ร่วมกับมี "โรคร่วม" ที่สัมพันธ์กับโรคอ้วน

ตัวอย่างโรคร่วมที่เข้าเกณฑ์ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคไขมันพอกตับ หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด

 

แนวทางการรักษาก่อนพิจารณาผ่าตัด

สปสช. ระบุชัดเจนว่า การผ่าตัดไม่ใช่ทางเลือกแรกของการรักษา แต่เป็นทางเลือกเมื่อการดูแลด้วยวิธีมาตรฐานไม่ได้ผล โดยมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามดังนี้:

ผู้ป่วยต้องผ่านการควบคุมน้ำหนักและปรับพฤติกรรมภายใต้คำแนะนำของทีมแพทย์เฉพาะทาง (เช่น อายุรกรรมต่อมไร้ท่อและนักโภชนาการ) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน แต่ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้

ผู้ป่วยต้องเข้ารับคำแนะนำเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ โดยต้องมีสถิติการเข้ารับคำแนะนำไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ก่อนการผ่าตัดในระยะเวลา 6 เดือน

ผู้ป่วยต้องสามารถลดน้ำหนักลงให้ได้ 5-10% จากน้ำหนักเดิมก่อนการผ่าตัด ภายในระยะเวลา 3 เดือน

 

ขั้นตอนการอนุมัติและการเข้ารับบริการ

เมื่อผ่านเกณฑ์การประเมินเบื้องต้น หน่วยบริการจะทำการประเมินความพร้อมและยื่นขออนุมัติล่วงหน้าผ่านระบบ Bariatric Surgery PA

การอนุมัติจะพิจารณาในรูปแบบของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิชาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อผ่านการพิจารณาอนุมัติ ผู้ป่วยจึงจะได้รับการนัดหมายเพื่อเข้ารับการผ่าตัด

การผ่าตัดจะดำเนินการในหน่วยบริการที่มีศักยภาพ มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีทีมสหสาขาวิชาชีพคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

หลังการผ่าตัด จะมีการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านโภชนาการ การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน และผลการรักษาในระยะยาว

ทพ.อรรถพร กล่าวทิ้งท้ายว่า บริการนี้เป็นสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ เพื่อให้การรักษาเกิดประโยชน์และมีความปลอดภัยสูงสุด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top