533.jpg
เล็งให้ออกราชการ พ.ต.อ. เอี่ยวแก๊งกรรโชกทรัพย์ ตม. 2.5 ล้าน

เล็งให้ออกราชการ พ.ต.อ. เอี่ยวแก๊งกรรโชกทรัพย์ ตม. 2.5 ล้าน

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.08 น.

โฆษก ตร.ยืนยันสั่งต้นสังกัดพิจารณา ให้“พ.ต.อ.” ออกจากราชการไว้ก่อน หลังพบหลักฐาน อยู่คนละหน่วยงาน แต่เข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการกรรโชกทรพย์ จนถูกออกหมายจับ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงคดีของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกรวม 6 คน ถูกจับกุมในข้อหา “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์” หลังผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้กำกับการตํารวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าแจ้งความว่าถูกข่มขู่เรียกเงินจำนวน 2.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับไม่ไลฟ์สดโจมตีการทำงาน เกี่ยวกับขบวนการลักลอบนำผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกักของ ตม. ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานเกี่ยวกับการจับกุมผู้เกี่ยวข้องในคดีตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว


โดยขณะนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งไปยังต้นสังกัด ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของพฤติกรรมข้าราชการตำรวจที่ถูกออกหมายจับ  เนื่องจากมีหลักฐานที่ระบุชัดเจนว่านายตำรวจคนดังกล่าวนั้นมีสังกัดอยู่ในพื้นที่ภาคใต้แต่กลับปรากฏมาอยู่ในพื้นที่นครบาล และอยู่ในขบวนการจนถูกออกหมายจับ หากเข้าข่ายกระทำความผิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มีระเบียบและขั้นตอนในการพิจารณาเรื่องของวินัยอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ซึ่งตามขั้นตอนผู้ถูกกล่าวหาก็จะต้องรายงานตัวต่อต้นสังกัดว่าต้องคดีอาญา จากนั้นต้นสังกัดก็จะรายงานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนที่จะพิจารณาในเรื่องของด้านการปกครอง เบื้องต้นคาดว่าจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน พร้อมยืนยันว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายว่า หากตำรวจทำถูกต้องทำดี ก็จะส่งเสริมให้รางวัลและให้เจริญก้าวหน้าก้าว แต่ถ้าประพฤติชั่วกระทำผิดและมีพยานหลักฐานรับฟังได้ ก็ฟันไม่เลี้ยง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ ยังย้ำว่า “ ในเรื่อง ของระเบียบวินัยตำรวจ มีระเบียบที่ชัดเจนตามกฏหมาย ท้ายที่สุดถ้ามีความผิดชัดเจน สามารถมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้ ขอให้ประชาชนมั่นใจ แม้ว่าที่ผ่านมาในห้วง 2-3 วันที่ผ่านมา จะมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจที่ไปทำร้ายประชาชน หรือขบวนการร่วมกรรโชกทรัพย์เงินตำรวจด้วยกัน แต่อยากให้แยกแยะว่า การกระทำดังกล่าว เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับองค์กร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เคยช่วยเหลือคนผิด

เมื่อถามว่าการจับกุมนายอัจฉริยะ และผู้ร่วมขบวนการเงียบผิดปกติ และมีการซุ่มนำตัวไปฝากขังที่ศาลด้วย ตำรวจปิดข่าวหรือมีความกังวลใจเรื่องถูกฟ้องกลับหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า “เรื่องการถูกฟ้องกลับ ยืนยันเป็นสิทธิของผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาอยู่แล้ว ที่จะใช้สิทธิฟ้องกลับชุดจับกุมหรือพนักงานสอบสวน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องหวั่นไหวอะไร เพราะมันเกิดขึ้นในหลายคดี และใจคดีนี้ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ศาลอนุมัติหมายจับ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นถือว่ามีการตรวจสอบหลักฐานและจากหน่วยงานอื่น มีการตรวจสอบจากกระบวนการยุติธรรม จนศาลอนุมัติออกหมายจับแล้ว”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top