วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
รอบรั้วเมืองใต้ : 30 เมษายน 2569
***รอบรั้วเมืองใต้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับนี้ ผู้เขียนขอเข้าร่ายข่าวสังคม ชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม ตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น...เรื่องของ ไฟใต้ เป็น ภัยคุกคาม ที่มาจาก ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ และ ศาสนา ที่เกิดขึ้นอย่าง ยาวนาน และยัง จบไม่ได้ในปี 2570 อย่างที่ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่มี ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. แจกแจง ต่อ รัฐสภา ทั้งกับ สภาล่าง และ สภาบน ที่บอกว่าปี 70 การก่อเหตุจะเป็นศูนย์ ปีนี้ปี 69 ความ รุนแรงยังคงที่ และ บางครั้ง เลวร้าย กว่าเดิม เช่นการ ยิงรถยนต์ของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งไม่มี เหตุผล ที่จะ รองรับ ว่าปี 70 สถานการณ์ของ ไฟไต้ จะ ยุติ เรื่องนี้ สมช. กำลัง ให้ ยาหอม ที่ ผิดเวลา หรือ กำลัง โกหก คำโต กับ ประชาชน ยิ่งในเรื่องการ อ้างว่า คุณภาพชีวิต ความยากจน ในพื้นที่ของ ประชาชน ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น ถามว่า ดีขึ้นตรงไหน วันนี้ เมื่อ 60 ปี ที่ผ่านมา สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาคือ โง่ จน เจ็บ โง่ หมายถึงความล้มเหลวในการจัดการเรื่องการศึกษา จน. หมายถึง เศรษฐกิจ และการทำมาหากินในพื้นที่ ซึ่ง ว่างงาน ตกงาน ต้อง ไปขายแรงงาน ใน มาเลเซีย และ ต่างถิ่น เจ็บ คือเรื่อง สุขอนามัย ที่ อ่อนด้วย ผ่านมา 60 ปี วันนี้ปัญหา โง่ จน เจ็บ ยังอยู่เต็มพื้นที่ การจัดการศึกษาที่ ล้มเหลว การแก้ปัญหาความยากจนไม่สำเร็จ คนในพื้นที่ยัง ตกงาน ไม่มีงานทำ ไร้แรงงานฝีมือ ไปขายแรงที่ มาเลเซีย ปีละ 200,000 คน ไป ขายแรงงาน เป็น รปภ. ในภูมิภาคต่างๆ ที่ไม่ใช่ บ้านเกิดเมืองนอน ภาวการณ์ขาดสารอาหาร ขาดโภชนาการ ทุพลภาพ ต่อ เยาวชน เป็นจำนวนมาก ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือความล้มเหลวด้าน สาธารณสุข ไหน ตรงไหน ที่ สมช. ว่าทุกอย่างดีขึ้น ชี้ซิ ชี้เลย จะได้เห็นกัน จะจะ เมื่อ ทุกอย่างที่ สมช. แถลง สวนทางกับ ข้อเท็จจริง ถามว่า ปัญหาภาพรวม ของ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะ ยุติ ได้อย่างไร อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สอบถามกับ เลขาธิการ สมช.ดูหน่อยก็ได้นะ ว่า รายงานชิ้นนี้ ทำไมจึง สวนทาง กับ ข้อเท็จจริง ในพื้นที่
***เคยเขียนมาหลายครั้งว่า โต๊ะการพูดคุยสันติสุข ระหว่าง ตัวแทนของรัฐบาล กับตัวแทนของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น ที่มี นายพลทหาร นอกราชการคนล่าสุด เป็นไปไม่ได้ และหากให้ เดินหน้าต่อ จะเป็นภัยกับประเทศไทย เพราะท่านไม่เข้าใจ นโยบายของ บีอาร์เอ็น แค่การที่ท่าน แถลงข่าวล่า บีอาร์เอ็น หยุดการก่อการร้าย ไม่ต้องการเอกราชแล้ว ก็ ถือเป็นความ ผิดพลาด ในการ สื่อสาร
***ดังนั้น เมื่อ นายกรัฐมนตรี มีการเปลี่ยนตัว หัวหน้าคณะพูดคุย เป็น ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ หรือ ขสช. จึงเป็นทางออกในการ เดินหน้าต่อของ โต๊ะการเจรจาสันติสุข เพราะ ผอ.สขช. เป็นผู้ มีความเข้าใจ ในเรื่องของ บีอาร์เอ็น และ ขบวนการพูดคุย และ เป็น พลเรือน ที่ไม่ได้มาจาก กองทัพ หรือ ทหาร แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ที่ สำคัญที่สุด คือที่ นโยบาย ของ กองทัพ ของ รัฐบาล ว่ามีการกำหนดกรอบการพูดคุยอย่างไร และ หัวหน้าคณะพูดคุยฯ มี อิสระ ในการ ตัดสินใจแค่ไหน ถ้ากรอบการพูดคุยฯ ยังมาจาก กองทัพ ใครมาเป็น หัวหน้าคณะพูดคุยฯ ย่อมไม่ต่างกัน ที่ สำคัญ การ เดินหน้า”พูดคุยฯ ระหว่าง หัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่ กับ บีอาร์เอ็น ต้อง ยกเลิก กรอบการพูดคุยที่ใช้อยู่ก่อนหน้านี้ และมาร่างกรอบการพูดคุยใหม่ รวมทั้งการยื่นข้อเสนอผ่าน มาเลเซีย ที่ทำหน้าที่ ผู้นวยความสะดวกในการพูดคุย ให้ นำเอา แกนนำ บีอาร์เอ็น ที่เป็น ตัวจริง มาเป็น หัวหน้าคณะพูดคุยของ บีอาร์เอ็น ไม่ใช่ เป็น กลุ่มบีอาร์เอ็นยุโรป ที่นำโดย หิพนี มะเระ อดีต อิหม่าน บันนังสตา และพวก ที่เป็นผู้ที่ถูก คอนโทรล โดย องค์กรเอ็นจีโอสากล ของ ชาติตะวันตก เรื่องนี้ไม่อยาก “ติเรือทั้งโกลน” จะให้โอกาส ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ. สขช. เดินหน้า จัดตั้งคณะพูดคุยฯ แล้วค่อยดูว่า มีอะไรที่ใหม่กว่า หรือ ย่ำรอยเท้าเดิม ของคณะพูดคุยฯ ที่ผ่านมา
***คดี พยาม สังหาร กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ จ.นราธิวาส มี ตัวละครที่เป็น เจ้าหน้าที่ นายวิกโยธิน ที่ยัง ประจำการอยู่ 2 คน คนหนึ่งมียศ เป็น นาวาเอก คนหนึ่งมียศ เป็น นาวาตรี ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พยายามให้ ตำรวจ ออกหมายจับ ในฐานะที่เป็น ผู้สมรู้ร่วมคิด กับ ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ที่ถูก จับกุมได้แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ คนในสามจังหวัด ให้ความสนใจติดตามอย่าง ใกล้ชิด ว่าสุดท้ายแล้ว กองทัพเรือ จะมีการ ไฟเขียว ให้มีการ จับกุมตัว หรือ ตำรวจ กล้าพอที่จะ ออกหมายจับ หรือไม่ คนที่ต้อง รับศึกหนักคือ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส นั่นเอง
***อีกเรื่องที่ต้อง จับตา เรื่องการ แก้ปัญหา ไฟใต้ มี กองทัพ มีการส่ง กำลังรบพิเศษ ที่นำโดย “หัวหน้าเด็จ” พล.ต. เสด็จ อาคะจักร มาเป็นผู้นำ หน่วยสันติสุข เข้ามาเพื่อรวม ดับไฟใต้ ทั้งเรื่องการทำลาย แหล่งบ่มเพาะ และการ ไล่ล่า กองกำลังติดอาวุธ ของ บีอาร์เอ็น ในพื้นที่ “หัวหน้าเด็จ” มีความสำเร็จใน สงครามการสู้รบ ที่ ชายแดน กัมพูชา เป็นผู้นำกำลังเข้ายึด ปราสาทตาควาย หรือเนิน 350 ที่ได้รับการ ชื่นชม ถึงความ เฉียบขาด และ กล้าหาญ แต่ สงครามประชาชน ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นคนละ เวอร์ชั่น หรือ คนละเรื่องกับ สงครามชายแดน กัมพูชา เรื่องนี้ คือ หัวใจ ของ ปัญหา ที่จะใช้ ยุทธวิธี ในการ เอาชนะทหาร กัมพูชา มาแก้ปัญหาของ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ นี้คือเรื่องที่ต้อง ระมัดระวัง.....จังหวัดพัทลุง ยังคงความเป็น เมืองเถื่อน เหมือนในอดีตที่เคยเป็น พื้นที่สีแดง ถีบลงเขา เผาในถัง เมื่อ กำนัน คนหนึ่ง ที่เป็นผู้นำท้องที่เป็นคนของ ฝ่ายปกครอง ให้ วิธีการ ลงโทษ คน ลักตัวด้วง ด้วยการ จับใส่กุญแจมือกับต้นไม้ และ เอา รังมดแดง มาว่าที่หัว เพื่อให้ มดแดงกัด เป็นเวลา 4 ชั่วโมง จน ญาติผู้เสียหายต้องไปตาม ตำรวจ แต่ ตำรวจ ก็ไม่ได้ทำอะไร เพียงประสานงานให้กำนัน มา ไขกุญแจมือ วันนี้เรื่องนี้ กลายเป็น ประเด็นร้อน ที่มีการ แจ้งความ และ ร้องขอความเป็นธรรมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด พ.ต.อ.ณัฐภาคย์ นุ้ยโดด ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เจ้าของพื้นที่ สำนวนให้ดี อย่างให้มีความ ลำเอียง เดี่ยวจะ ติด ร่างแห ไปด้วย
***อีกเรื่องที่ ร้อนๆ ที่ พัทลุง เมื่อ อดีต สส. หนุ่ม ของ เขต 2 พัทลุง ทำร้ายร่างการ นายกเทศบาลตำบลพนางตุง ท่ามกลางธารกำนัล ในงานศพ วันนี้ ธานิน ทองพูล นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลพนางตุง ได้เข้ายื่นเรื่อง ต่อ สุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้มีการ ดำเนินคดี กับ อดีต สส.ซึ่งมี พ่อเป็น นักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง ก็ต้องติดตามกันให้ดี ว่าจะมีการใช้ กฎหมายเถื่อน เกิดขึ้น หรือไม่
***อีกครั้งที่ต้อง ฝากไปยัง รัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เรื่อง ตู้เกม กว่า 50 ตู้ ที่ ยังมีการเปิดให้ บริการ แก่นักการพนัน ใน เมืองด่านนอน เทศบาลตำบลสำนักขาม โดยผู้ เล่น ต้องเป็น สมาชิก มีการ อำพราง สถานที่วางตู้เกมอย่างมิดชิด มี ตำรวจ ในพื้นที่ อำนวยความสะดวก มีนักการพนัน ทั้ง คนไทย และ มาเลเซีย เป็น ลูก ค้า แต่ ตำรวจ สภ.สะเดา และ นายอำเภอสะเดา เฉยเมย ไม่ ดำเนินการ ตรวจสอบ ว่า ผิดกฎหมายหรือไม่ ก็ต้องฝากให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่ง เจ้าหน้าที่นอกพื้นที่เข้าตรวจสอบ หาข้อเท็จจริง และ ดำเนินการ กวาดล้างด้วย
***รัฐบาล ทุ่มสุดตัวกับ แลนด์บริดจ์ หรือ สะพานบก ที่ เชื่อมทะเลฝั่งอันดามัน กับ อ่าวไทย โดยคาดหวังว่า สงครามในตะวันออกกลาง ที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และความ หนาแน่น ในการเดินเรือใน ช่องแคบมละกา ที่อาจจะเกิด วิกฤติ ในอนาคต แลนด์บริดจ์ คือ ทางออก ในการ เดินเรือขนส่งสินค้า ที่จะ มาแทนที่ และหาก แลนด์บริดจ์ เกิดขึ้นได้จริง ก็จะมี อุตสาหกรรม มากมาย ที่จะเกิดขึ้นตามมาเป็นไปตาม เขตอุตสาหกรรม เอสอีซี แต่กว่าที่จะ สำเร็จ คงต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะยังมี ขบวนการอีกมากมาย ทั้งเรื่องการ ทำความเข้าใจกับประชาชน และเรื่องแผนสิ่งแวดล้อม
***ดังนั้นเมื่อภาคใต้ตอนบนมี เอสอีซี ในภาคใต้ตอนล่าง ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลควร ผลักดัน เมืองต้นแบบแห่งอนาคต หรือ นิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา ให้เกิดขึ้น พร้อมๆ กันไป เพราะ นิคมอุสาหกรรมจะนะ รัฐบาลเพียงแค่ เห็นชอบ เอกชนผู้ลงทุน จะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด และ การศึกษาการจัดทำแผนแม่บท โดย สภาพัฒน์ฯ ก็เสร็จเรียบร้อย รอเพียงการนำเข้า ครม. เท่านั้น เรื่อง นิคมอุตสาหกรรมจะนะ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีคมนาคม มีการ หาเสียง เอาไว้ และ เป็นความ คาดหวัง ของคน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะเห็น ความ เปลี่ยนแปลง ที่จะเกิดขึ้นกับการ พัฒนาเศรษฐกิจในครั้งนี้
***ปิดท้ายด้วย ข่าวร้าย ของ ประชาชนไทย เมื่อ เอกนัฎ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบ ขั้นบันได โดยผู้ใช้ไฟจำนวน 400 หน่วยขึ้นไปต้องจ่ายค่าไปหน่วยละ 5 บาท ใครที่เคยจ้ายค่าไฟ เดือนละ 2,500 บาท ก็จะต้องจ่าย 5,000 บาท เฉพาะนั้น เตรียมรับ ค่าใช้ไฟ ที่ต้องแพงขึ้นแบบ มหาโหด ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี