วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน แถลงความสำเร็จหลังหารือทางการสหรัฐอเมริกา เดินหน้ายกระดับการปราบปรามการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
8 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) พร้อมด้วย นางหัทยา คูสกุล อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ และ นางสาวโสภณา บุญ-หลง ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กระทรวงแรงงาน ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการและผลการหารือร่วมกับทางการสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ณ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้น 7 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 21–25 เมษายน 2569 ผู้แทนทางการไทยได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าพบหน่วยงาน TIP Office ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลและจัดระดับ Tier ของสหรัฐอเมริกา โดยได้นำเสนอผลการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร. กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้เน้นย้ำถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงพลเมืองสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ชื่นชมประเทศไทยในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ (War Room) ที่บูรณาการร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายได้อย่างเป็นรูปธรรม และเตรียมนำไปเป็นต้นแบบ รวมถึงชื่นชมความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ FBI ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการอายัดทรัพย์สิน ซึ่งส่งผลดีต่อการประเมินระดับ Tier ของประเทศไทย

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ยังได้รายงานกับสหรัฐฯ ถึงกรณีการตรวจสอบภายหลังการทลายฐานสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ในประเทศกัมพูชา ซึ่งพบผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมกับนานาประเทศในการรวบรวมพยานหลักฐาน พบข้อมูลเกี่ยวกับการกักขังหน่วงเหนี่ยว การทรมาน และการบังคับใช้แรงงาน รวมถึงพบอุปกรณ์ทางการแพทย์บางประเภท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม
สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทยนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดมาตรการเชิงรุกใน 2 มิติ ได้แก่
1. ป้องกันไม่ให้มีฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งผลกระทบต่อคนไทย
2. สกัดกั้นไม่ให้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน เพื่อหลอกลวงเหยื่อชาวต่างชาติเข้าไปยังประเทศที่สาม
โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมเปิดตัวระบบ “Shield” เพื่อใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลและเส้นทางการเงินของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์กับนานาประเทศแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเป็นการยกระดับวอร์รูมสู่ระดับนานาชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่นี้ร่วมกัน พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่พบฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ภายในประเทศ และหากพบการลักลอบใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการ จะดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาดทุกราย

ด้าน นางหัทยา คูสกุล อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับ Tier 2 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และมีพัฒนาการสำคัญในการจัดทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons Report : TIP Report) ซึ่งเป็นรายงานประจำปีของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทางการสหรัฐฯ ได้กล่าวชื่นชมหน่วยงานของไทยที่มีการบูรณาการความร่วมมืออย่างเป็นเอกภาพ มีการบังคับใช้กฎหมายใหม่ พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ และมีสถิติการจับกุมที่เข้มข้น
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Online Scam) ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมุ่งเน้นกระบวนการติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย
.jpg)
ขณะที่ นางสาวโสภณา บุญ-หลง ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานในฐานะทีมสหวิชาชีพ ได้ดำเนินการเชิงรุกในการคัดแยกและระบุตัวผู้เสียหายจากขบวนการคอลเซ็นเตอร์และการหลอกลวงหางานออนไลน์ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือเหยื่อผู้เสียหายอย่างเป็นระบบและมืออาชีพ
ทั้งนี้ การหารือร่วมกับทางการสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ ได้รับความชื่นชมจากสหรัฐฯ ต่อการบูรณาการความร่วมมือของหลายหน่วยงานในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อประเทศไทยในการประเมินการจัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ เนื่องจากไทยมีความพยายามในการป้องกัน การปราบปราม และการคัดแยกเหยื่ออย่างจริงจังและต่อเนื่อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี