533.jpg
ซุบซิบกทม.:20 พฤษภาคม 2569

ซุบซิบกทม.:20 พฤษภาคม 2569

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.52 น.

ซุบซิบกทม.

ว่าด้วยโศกนาถกรรมอุบัติเหตุเสียหายร้ายแรง กรณีรถไฟพุ่งชนรถเมล์ที่จอดแช่อยู่บนรางรถไฟเนื่องจากการจราจรติดขัด เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 บริเวณถนนจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน(แยกอโศก-ดินแดง) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 8 ศพ บาดเจ็บสาหัสอีก 30 กว่าราย งานนี้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรับผิดชอบทั้งหลายต้องไม่มองข้าม ...คนเสียชีวิตบาดเจ็บหากใครบ้าจี้จะพูดว่า มูลเหตุเกิดจากความมักง่ายของ รถไฟ รถประจำทาง หรือรถที่ติดขัดอยู่บนถนนซึ่งรอสัญญาณไฟ “เขียว-เหลือง-แดง ” อาจไม่ใช่ข้อสรุปง่ายอย่างนั้น เพราะสัญญาณไฟดังกล่าวบางที่บางแห่งถูกตั้งเวลาไว้นานจนรถบนถนนมีการสะสมทับเส้นทางรถไฟหนาแน่นชนิดหลีกหลบไปทางไหนไม่ได้ ขณะที่บางแห่งไม่ตั้งเวลาเอาไว้...ซึ่งภาพเสี่ยงมรณะนี้ปรากฏให้แลเห็นตลอดในเขตพื้นที่ กทม. สืบเนื่องเพราะการจราจรติดขัดเป็นปกติวิสัย กอร์ปกับปัญหาการสะสมของรถยนต์บนถนน โดยทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลให้เกิดโศกนาถกรรมความเสียหายทั้งสิ้น...แน่นอนพอเกิดเหตุ “ชะตากรรมชะตาทราม” ขึ้น การคิดแก้ไขประเภท“วัวหายแล้วคิดล้อมคอก”ก็อุบัติมาทันทีทันใดอีกเช่นกัน คือ มีเสียงพูดออกมาว่าจุดตัดรถไฟทุกแห่งใน กทม. ถนนทางเดินรถควรเป็นอุโมงค์ หรือต้องยกระดับเส้นทางเสียทั้งทางรถไฟและทางรถยนต์ ...วลีดังกล่าวไม่ว่าจะออกมาจากคำพูดของใคร ถ้าไม่ใช่สักแต่จะแสดงออกเหมือนลิ้นไร้กระดูกอย่างเดียว ตรงนี้ต้องบอกว่าสร้างสรรค์ แต่ถ้าพูดไปแล้วพอเรื่องอัปมงคลจางหาย น้ำลายต่างๆก็แห้งเหือดไปด้วย อย่างนี้แบบนี้ถือว่าใช้ไม่ได้ เพราะปัญหาเส้นทางตัดกันกลายเป็นจุดเสี่ยงที่น่าหวาดเสียวสันหลังมาเสมอต้นเสมอปลาย ที่สำคัญหลายครั้งพอเกิดปัญหาร้ายแรงก็มักจะแสดงปัญญาแก้ไขลักษณะ“ปล่อยโวหาร”กันแทบทุกครั้งทุกเรื่องไม่ละอายชาวบ้าน...โดยเฉพาะจุดตัดรถไฟกลางเมืองพูดกันมานานแล้ว สุดท้ายก็เกี่ยงกันว่าใครจะทำใครจะเป็นเจ้าภาพ และก็เงียบหายไปกับสายลมแสงแดด ครั้นพอเกิดเหตุ“บัดซบ”ขึ้นมาอีกก็แสดงทรรศนะกันอีก แถมครั้งนี้ยังคุยไกลไปถึงการศึกษาแนวทางที่จะไม่ให้รถไฟเข้าเมือง โดยสายใต้ต้องหยุดแค่ตลิ่งชัน(สถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์สร้างไว้ทำหงอกหักอะไร)สายตะวันออกให้หยุดอยู่ลาดกระบัง ตรงนี้วิพากษ์วิจารณ์หึ่ง ใช้สมองคิดแก้ไขกันจริงๆหรือเปล่า และแนวทางแก้ไขถูกต้องตามหลักความจำเป็นของประชาชนหรือไม่ เพราะ ค่าโดยสารรถไฟราคาถูกสำหรับประชาชนนั้นเขามีความจำเป็น เจ้าของปั้มน้ำมันบางปั้มไม่เข้าใจ   ถ้ารถไฟถูกกำหนดให้ไปสุดกันตรงนั้น ใครจะรับช่วงต่อ และรับช่วงต่อชาวบ้านต้องจ่ายเงินอีก หรือว่ามีเงินจากปั้มน้ำมัน ที่เจ้าของปั้มสำรองรับผิดชอบเอาไว้ให้ ...จริงๆไปตรวจสอบกันก่อนว่าเหตุวิปริตที่อุบัติขึ้นอะไรเป็นปัญหาหลักๆ เช่น ถนนจุดตัดกันอยู่ใกล้กับป้อมสัญญาณไฟจราจรแค่ไหนเท่าไหร่ เพราะยิ่งใกล้จะยิ่งเสี่ยงกับสัญญาณไฟจรจรที่ทำให้เกิดรถติดขัดสะสมต่อเนื่องจนคร่อมทางรถไฟ เนื่องจากสัญญาณไฟปรับเปลี่ยนไม่แน่นอน ...หรือต้องดูว่าถนนจุดตัดรถไฟทั้งหมดต้องมุดดิน หรือต้องยกระดับ ที่สำคัญการจราจรใน กทม.หนาแน่นเกือบทุกแห่ง รถไฟเองก็ไม่ควรคิดว่าหยุดชะลอไม่ได้ ใครขวางแล้วต้องพุ่งชน ...(มีต่อ)


ไผ่ฎำ

036

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top