533.jpg
ดิ่งสยองพัทยา! หนุ่มจีนตกตึกร่างทะลุหลังคากระจก-พาดคานเหล็กดับอนาถ

ดิ่งสยองพัทยา! หนุ่มจีนตกตึกร่างทะลุหลังคากระจก-พาดคานเหล็กดับอนาถ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.35 น.

ดิ่งสยองพัทยา! นักท่องเที่ยวจีนวัย 33 ปี ตกตึกชั้น 6 ร่างทะลุหลังคากระจก พาดคานเหล็กโรงแรมดังดับอนาถ

วันที่ 21 พ.ค. 69 พ.ต.ต.อลิส พวงไสว สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญ มีบุคคลพลัดตกจากที่สูงลงมาเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณโรงแรมแห่งหนึ่งพื้นที่เมืองพัทยา ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งเหตุจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบในจุดเกิดเหตุทันที


ในจุดเกิดเหตุ บริเวณโครงหลังคากระจกด้านหน้าทางเข้าตัวอาคารของโรงแรม เจ้าหน้าที่พบภาพอันน่าสยดสยองและสลดใจบนขื่อคานโครงเหล็กหลังคา พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ MR.CHEN อายุ 33 ปี สัญชาติจีน สภาพศพสวมกางเกงบ็อกเซอร์ขาสั้นเพียงตัวเดียว ช่วงลำตัวพาดห้อยติดค้างอยู่บนคานเหล็กอย่างทุลักทุเล มีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกายและมีเลือดไหลหยดสาดกระเซ็นลงมายังพื้นด้านล่างจนแดงฉานไปทั่วบริเวณ นอกจากนี้ยังมีแผ่นกระจกหลังคาแตกละเอียดร่วงกราวเกลื่อนพื้นทางเข้า เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งทำการกั้นพื้นที่ ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องขยับเข้าใกล้จุดเกิดเหตุเด็ดขาด

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขึ้นไปตรวจสอบภายในห้องพักของผู้เสียชีวิต คือห้องเลขที่ 3607 ตั้งอยู่บนชั้นที่ 6 ของโรงแรม จากการเข้าตรวจค้นพบเพื่อนชายนสัญชาติจีนรายหนึ่งนอนหลับลึกอยู่บนเตียงภายในห้อง ตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบพบบนโต๊ะและพื้นห้องมีขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มหมดแล้ว รวมถึงเปลือกเมล็ดธัญพืชซึ่งเป็นกับแกล้ม ถูกกินทิ้งไว้เกลื่อนกลาดทั่วบริเวณ ทว่าเจ้าหน้าที่ไม่พบร่องรอยของการต่อสู้รื้อค้น หรือร่องรอยอาชญากรรมแต่อย่างใด

จากการสอบสวนข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาท่องเที่ยวและเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้พร้อมกับกลุ่มเพื่อนชาวจีนจำนวนหลายคน โดยเปิดห้องพักแยกกันหลายห้อง และเข้าพักเป็นคืนที่สองแล้ว โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายสัญชาติเดียวกันนอนพักอยู่ในห้อง 3607 เพียงสองคน ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่าเหตุใดผู้ตายจึงพลัดตกลงมาจากระเบียงห้องพัก

ด้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของโรงแรม ซึ่งยังอยู่ในอาการตื่นตระหนกตกใจอย่างรุนแรง เล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามปกติ ได้ยินเสียงวัตถุขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากร่วงหล่นลงมากระแทกกับหลังคากระจกบริเวณด้านหน้าทางเข้าโรงแรมเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คล้ายระเบิด ตนและพนักงานคนอื่นๆ จึงพากันรีบวิ่งออกมาตรวจสอบ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องตกใจสุดขีดจนแทบช็อค เมื่อพบร่างของนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวนอนพาดคาแน่นอยู่บนคานเหล็กหลังคาและมีเลือดไหลนอง จึงรีบตั้งสติแล้วโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยให้รุดมาช่วยเหลือ

ทั้งนี้ ปฏิบัติการกู้ร่างผู้เสียชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากศพติดอยู่บนโครงหลังคาสูง เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ฯ ต้องใช้ระบบเชือกมัดรัดร่างกายอย่างแน่นหนา ก่อนส่งกำลังพลโรยตัวขึ้นไปเพื่อค่อยๆ ลำเลียงร่างอันไร้วิญญาณลงมาสู่พื้นด้านล่างได้อย่างปลอดภัย จากนั้นได้นำศพไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณเป็นการชั่วคราว ก่อนจะทำเรื่องส่งต่อไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการผ่าชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการตายและตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์หรือสารเคมีในร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวเพื่อนร่วมห้องพักชาวจีนรายดังกล่าวไปสอบปากคำเครียดที่สถานีตำรวจ เนื่องจากถือเป็นบุคคลสุดท้ายที่อยู่กับผู้เสียชีวิตในห้องพัก เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุพลัดตกจากการมึนเมา หรือเกิดจากสาเหตุอื่นใดแน่ เพื่อคลี่คลายคดีให้กระจ่างต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top