533.jpg
อาจารย์แก้กรรม รอดคุก! ศาลให้ประกัน 1.5 แสน เงื่อนไขเพียบ

อาจารย์แก้กรรม รอดคุก! ศาลให้ประกัน 1.5 แสน เงื่อนไขเพียบ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.29 น.

21 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป.นำตัว นายไพศาล แสนไชย หมอแก้กรรมชื่อดัง อายุ 67 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยผู้อื่นอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และพรากผู้เยาว์อายุกว่่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก

โดยพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันทื่ 7 พฤษภาคม 2569 นายธรธัญย์ ผู้เสียหาย เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายไพศาล ผู้ต้องหา โดยผู้ร้องมีอาการปวดหัวเรื้อรัง แต่แพทย์แจ้งว่าไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ มารดาของผู้กล่าวหาจึงพาไปพบกับนายไพศาล ผู้ต้องหา ซึ่งเชื่อว่าสามารถรักษาอาการป่วยให้หายขาดได้ด้วยวิธีเหนือธรรมชาติ ประกอบกับผู้ต้องหาเคยออกรายการทีวี มีชื่อเสียง ทำให้ดูน่าเชื่อถือจึงพาไปหาผู้ต้องหาที่ ต.ป่าซาง จ.ลำพูน


ต่อมาวันที่ 2 พฤษภาคม ผู้กล่าวหาและมารดาได้เดินทางไปถึงและรอคิว จนกระทั่งเวลา 17.30 น.ผู้ต้องหาบอกว่าตัวผู้กล่าวหามีกรรมหนักให้รอเป็นคิวสุดท้าย พอเวลา 19.30 น.จึงเรียกให้ผู้กล่าวหาเพียงคนเดียวเดินตามไปห้องที่ 2 และให้ถอดเสื้อผ้าก่อนลงมือทำอนาจารผู้กล่าวหา และกำชับห้ามเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง

ก่อนที่เวลา 22.00 น.วันเดียวกันผู้ต้องหาได้บอกว่าจะต้องทำพิธีแก้กรรมอีกครั้ง โดยให้ผู้กล่าวหามายืนตรงหน้า และได้กระทำอนาจารอีกครั้ง เป็นเหตุให้ผู้กล่าวหาได้รับผลกระทบทางจิตใจเป็นอย่างมาก และได้รับความเสียหาย จึงเข้ามาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อผู้ต้องหา

พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับจากศาลอาญาก่อนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่บ้านพัก ต.ป่าซาง จึงแสดงตนจับกุมส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ขณะที่ นายสมัชญ์ อายุ 17 ปีเศษ ผู้เสียหายอีกราย พร้อม น.ส.ชมพูนุท มารดา ได้ไปพบผู้ต้องหา โดยเชื่อว่าสามารถรักษาอาการปวดหลังได้โดยวิธีเหนือธรรมชาติ ก่อนที่ผู้เสียหายพร้อมพวก 4 คน ได้เดินทางไปยังบ้านของผู้ต้องหา โดยในวันที่ 9 กุมภาพันธุ์ 2569 ผู้ต้องหาได้เรียกผู้กล่าวหาและพวกเข้าไปพบและสอบถามอาการป่วย แต่ผู้ต้องหากลับไม่สนใจอาการป่วย สอบถามเกี่ยวกับอายุ ก่อนเรียกเข้าไปในห้องเพียงลำพัง โดยคนอื่นที่มากับผู้เสียหายออกไปรับประทานอาหาร อันเป็นการพาหรือแยกผู้กล่าวหาขณะอายุ 17 ปีเศษ ออกไปจากการดูแลของผู้ปกครอง หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้สั่งให้นั่งสมาธิและสอบถามผู้เสียหายเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ ก่อนกระทำอนาจารแต่ผู้เสียหายตกใจรีบขยัยตัวออกห่าง หลังจากนั้นได้ให้ผู้เสียหายกลับไปนั่งที่เก้าอี้เช่นเดิม เป็นการกระทำอนาจารต่อผู้เยาว์ หลังจากนั้นผู้เสียหายเล่าให้ผู้กล่าวหาฟัง การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง จึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยผู้อื่นไม่สามารถขัดขืนได้ กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยบุคคลนั้นอยู่ในสภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ อัยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 มาตรา 278 แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 3 (18) แห่ง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 30 พ.ศ.2568 และพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร

ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธโดยตลอด

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนต้องสอบพยานอีกหลายปาก รอผลการตรวจประวัติอาชญากรผู้ต้องหา รอผลการตรวจพิสูจน์หลายรายการและอื่นๆ ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนมีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่ 21 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน นี้

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหากระทำผิดร้ายแรง หากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าอาจจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐาน

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาญาตินายไพศาล ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ล่าสุด ศาลอาญา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ประกอบกับตามเอกสารท้ายคำร้องประกอบการขอปล่อยชั่วคราว มีอายุ 67 ปี และมีโรคประจำตัวซึ่งมีกำหนดนัดพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ซึ่งเกี่ยวกับคดีนี้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดมาในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาในระหว่างสอบสวน โดยมีประกันในวงเงิน 150,000 บาท โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลทุก 2 เดือน และห้ามผู้ต้องหากระทำการอย่างใดหรือพิธีกรรมใดต่อบุคคลอื่นในลักษณะทำนองเดียวกับพฤติกรรมคดีนี้ , ห้ามมิให้ผู้ต้องหาพบหรือเข้าใกล้หรือยุ่งเกี่ยวกับผู้เสียหายและครอบครัว , ห้ามผู้ต้องหามิให้ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือกระทำการอันเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนหรือการดำเนินคดี กับห้ามผู้ต้องหาเดินทางนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล โดยให้ทำสัญญาประกัน

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top