วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
พัทลุงเมืองคนดุ! โจ๋บุกยิงถล่มร้านหมาล่า นักข่าวท้องถิ่น-โจทก์ร่วม 7 ชีวิตวิ่งหนีกันให้วุ่น แฉ!เหิมเกริมย้อนกลับมากราดยิงซ้ำรอบสอง
วันที่ 25 พ.ค. 69 เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่ร้านอาหารและคุกคามสื่อมวลชนอย่างรุนแรง โดย พ.ต.ต.สุกฤษฎ์ สงแสง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายกราดยิงใส่ร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ตัวเมืองพัทลุง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานรุดเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน
ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นร้านจำหน่ายหมาล่า บริเวณโต๊ะนั่งหน้าร้านพบร่องรอยความเสียหายจากการถูกคมกระสุนปืนยิงเข้าใส่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังตรวจสอบพบชิ้นส่วนหัวกระสุนและปลอกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกกระจายอยู่จำนวนหนึ่ง จึงได้ทำการบันทึกภาพและเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานหลัก
ในขณะที่กลุ่มผู้เผชิญเหตุยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตระหนก ประกอบด้วย นายนิติกร อายุ 26 ปี ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นประจำจังหวัดพัทลุง, เจ้าของร้านหมาล่า, พนักงาน และกลุ่มเพื่อนชายหญิง รวมทั้งหมด 7 คน ซึ่งทุกคนแคล้วคลาดรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
จากการสืบสวนและสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาหลังจากที่ร้านหมาล่าได้ปิดให้บริการลงแล้ว นายนิติกร (นักข่าวท้องถิ่น) พร้อมด้วยเจ้าของร้านและกลุ่มเพื่อนรวม 7 คน ได้มานั่งล้อมวงพูดคุยกันอยู่ที่โต๊ะบริเวณหน้าร้าน
ระหว่างนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นชายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันผ่านมา ก่อนจะชักอาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าหน้าบริเวณร้านจำนวน 3 นัดเสียงดังสนั่น แล้วเร่งเครื่องหลบหนีไป ซึ่งในตอนแรกทุกคนคิดว่าเป็นการยิงปืนคะนองแก้วของวัยรุ่นและเหตุการณ์น่าจะสงบลงแล้ว
แต่ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึง 3 นาที กลุ่มคนร้ายกลุ่มเดิมได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ทว่ารอบนี้แท็กทีมมาพร้อมรถจักรยานยนต์เพิ่มอีก 1 คัน รวมเป็น 2 คัน มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 4 คน พร้อมอาวุธปืนในมือถึง 2 กระบอก โดยคนร้ายได้ใช้แผนกระจายตัว คันหนึ่งขี่เลยร้านไปจอดดักด้านหน้า ส่วนอีกคันจอดประกบท้ายก่อนถึงร้าน
จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดได้เปิดฉากใช้อาวุธปืนรัวยิงกราดเข้ามาใส่บริเวณโต๊ะที่นายนิติกรและกลุ่มเพื่อนนั่งอยู่อย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้ทั้ง 7 ชีวิตต้องกระโดดหลบกระสุนพุ่งทะยานหนีตายเข้าไปซ่อนตัวอยู่ภายในตัวร้านอย่างโกลาหล ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะพากันซิ่งรถจักรยานยนต์หลบหนีไปกับความมืด
ด้าน หญิงอาวุโสอายุ 53 ปี ซึ่งมีบ้านพักอาศัยอยู่ติดกับร้านหมาล่าจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตอนเกิดเหตุเสียงปืนรอบแรกดังขึ้น ตนตกใจมากจึงเดินออกมาส่องดูว่าเกิดอะไรขึ้นและมีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่ แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว กลุ่มวัยรุ่นก็ขี่รถย้อนกลับมากราดยิงซ้ำรอบสองอย่างดุเดือด จนตนต้องมุดหัววิ่งหนีตายเอาชีวิตรอดกลับเข้าบ้านเช่นกัน
‘ทุกวันนี้ในพื้นที่รู้สึกไม่ปลอดภัยเลย วัยรุ่นพวกนี้เหิมเกริมและน่ากลัวมาก ยิงปืนกันกลางเมืองหลวงเหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป แถมยังใจคอเหี้ยมเกรียมย้อนกลับมายิงซ้ำตั้งสองรอบ เหมือนไม่เกรงกลัวกฎหมายหรือตำรวจเลยสักนิด’ ชาวบ้านข้างร้านระบุด้วยความหวาดกลัว
เหตุการณ์ครั้งนี้ ได้สร้างความตื่นตระหนกและหวาดผวาให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดพัทลุงเป็นอย่างมาก เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่จังหวัดพัทลุงเกิดเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับวัยรุ่นใช้อาวุธปืนไล่ขี่รถยิงถล่มกันค่อนข้างถี่และมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ เมื่อคืนวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพิ่งจะเกิดเหตุสลดแก๊งวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงถล่มคู่อริจนทำให้เยาวชนอายุเพียง 15 ปี เสียชีวิตคาที่ และมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ซึ่งสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมาเกิดเหตุซ้ำรอยคุกคามกราดยิงใส่ร้านอาหารที่มีผู้สื่อข่าวท้องถิ่นนั่งอยู่ด้วยในครั้งนี้
ซึ่งชาวบ้านต่างเรียกร้องให้ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง สั่งการชุดหนุมานหรือชุดสืบสวนเร่งลากคอแก๊งโจ๋อุกอาจกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุด ก่อนที่จะมีผู้บริสุทธิ์ต้องสังเวยชีวิตไปมากกว่านี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี