533.jpg
เด็ดปีกมาเฟียยิว! ตม.รวบตัวการใหญ่ ‘ค้ายานรก’ หนีหมายจับบินซุกเกาะสมุย

เด็ดปีกมาเฟียยิว! ตม.รวบตัวการใหญ่ ‘ค้ายานรก’ หนีหมายจับบินซุกเกาะสมุย

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.59 น.

เด็ดปีกมาเฟียยิว! ตม.สุราษฎร์ฯ รวบตัวการใหญ่ค้ายานรกหนีหมายจับอิสราเอลบินซุกเกาะสมุย ค้นห้องเจอโคเคน-ยาอีเพียบ สั่งถอนวีซ่าพ่วงแบล็กลิสต์ถาวร

วันที่ 26 พ.ค. 69 พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี) ได้รับการประสานงานด่วนจาก กองกำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (กก.2 บก.สส.สตม.) ว่าทูตตำรวจอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้ประสานความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยช่วยติดตามจับกุมตัว นายทอล อายุ 36 ปี สัญชาติอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้ต้องหาสำคัญที่ทางการอิสราเอลต้องการตัวและได้ออกหมายจับไว้แล้ว ในฐานะเป็นตัวการสำคัญในขบวนการค้ายาเสพติดและก่ออาชญากรรมรุนแรงในประเทศอิสราเอล ก่อนจะบินหลบหนีคดีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย โดยชุดสืบสวนพบเบาะแสความเคลื่อนไหวล่าสุดในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเกาะสมุย


พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเกาะสมุย (ตม.เกาะสมุย) ลงพื้นที่ทำการตรวจสอบและติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งอนุมัติคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (เพิกถอนวีซ่า) เนื่องจากเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการสะกดรอยตามจนทราบพิกัดที่พักปัจจุบันของ นายทอล ซึ่งพบข้อมูลว่าเจ้าตัวได้เดินทางด้วยเครื่องบินพาณิชย์มาจากประเทศสิงคโปร์มาลงที่เกาะสมุย เจ้าหน้าที่ ตม.เกาะสมุย จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวไว้ได้ตามระเบียบ

จากการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปขยายผลตรวจค้นภายในห้องพักอย่างละเอียด ซึ่งผลการตรวจค้นถึงกับต้องผงะ เมื่อเจ้าหน้าที่พบ ยาเสพติดประเภทโคเคน, ยาอี (MDMA) และยาเสพติดชนิดผง ถูกแบ่งบรรจุแยกอยู่ในถุงพลาสติกขนาดเล็กหลายถุง พร้อมด้วยอุปกรณ์เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัลสำหรับยาเสพติด ซุกซ่อนอย่างมิดชิดอยู่ภายในห้องครัว ซึ่งลักษณะพฤติการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ชัดเจนว่า นายทอล มีพฤติกรรมตั้งตัวเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดให้แก่นักท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วย ไม่ใช่เพียงแค่เข้ามาหลบหนีคดีอย่างเดียว

จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายทอล ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นสมาชิกของเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดในประเทศอิสราเอลจริง และได้หลบหนีคดีเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ส่วนยาเสพติดและอุปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่ค้นเจอภายในห้องพักนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่าเพิ่งซื้อมาไว้สำหรับเสพเอง หลังจากเดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาะพะงัน

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การดังกล่าว เนื่องจากลักษณะของกลางมีการแบ่งบรรจุและมีเครื่องชั่งน้ำหนัก ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลทางเทคโนโลยีและเส้นทางเพื่อหาแหล่งที่มาและผู้ร่วมขบวนการในไทยต่อไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ตม.สุราษฎร์ธานี ได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ่อผุด (สภ.บ่อผุด) เพื่อดำเนินคดีในข้อหา "ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และประเภท 2 โดยผิดกฎหมาย" ซึ่งระบุว่าเมื่อกระบวนการดำเนินคดีและรับโทษตามกฎหมายไทยเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ ตม. จะดำเนินการผลักดันและส่งตัว นายทอล กลับไปดำเนินคดีต่อที่ประเทศอิสราเอลทันที นอกจากนี้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะดำเนินการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยอย่างเด็ดขาดถาวร

ด้าน พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวเน้นย้ำว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเชิงรุกของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บังคับการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปคร.ตร.) ที่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. ทั่วประเทศ เดินหน้ากวาดล้างและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวกระทำผิดกฎหมายในประเทศไทยอย่างจริงจัง

พร้อมทั้งฝากเตือนไปยังชาวต่างชาติทุกคนที่พำนักอยู่ในไทย ให้เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีเฉียบขาดและผลักดันออกนอกประเทศทุกรายโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวของประเทศไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top