วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
โดนล็อกคาด่าน! ตม.นครพนม รวบ 2 หนุ่มเวียดนาม คาพรมแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ขณะเตรียมชิ่งหนีซุก สปป.ลาว เช็กประวัติพบหมายจับศาลนนทบุรี ข้อหาหนัก ‘เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ-ฟอกเงิน’ ส่งตัวให้ตำรวจไซเบอร์ดำเนินคดีด่วน
วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) มีรายงานผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติครั้งสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม (ตม.จว.นครพนม) ฝ่ายงานตรวจบุคคลและพาหนะ ร่วมบูรณาการกำลังกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.นครพนม ได้ทำการสกัดกั้นและจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติรายสำคัญ ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวตามหมายจับของกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) หรือตำรวจไซเบอร์ โดยสามารถรวบตัวได้ในขณะที่ผู้ต้องหากำลังยื่นเอกสารหนังสือเดินทางเพื่อเตรียมตัวหลบหนีออกนอกราชอาณาจักรไปยังฝั่ง สปป.ลาว จำนวน 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ Mr.NGOC อายุ 33 ปี และ Mr.TU อายุ 39 ปี ทั้งคู่เป็นบุคคลสัญชาติเวียดนาม

จากการตรวจสอบสารบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์และหมายจับออนไลน์พบว่า บุคคลสัญชาติเวียดนามทั้งสองรายนี้ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 902/2569 และ 903/2569 ลงวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ซึ่งเกี่ยวโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ระดับสากล โดยถูกดำเนินคดีในข้อหาฉกรรจ์หลายกระทง ประกอบด้วย ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันทำและใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันใช้เครื่องหมายราชการปลอมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบด้วยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูง
ในระหว่างการเข้าแสดงตัวและล็อกตัวจับกุมของเจ้าหน้าที่นั้น ผู้ต้องหาชาวเวียดนามทั้งสองรายต่างแสดงสีหน้าวิตกกังวลและตกใจอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากไม่คาดคิดว่าระบบคัดกรองของด่านตรวจคนเข้าเมืองจะมีความละเอียดและรวดเร็ว จนสามารถตรวจพบหมายจับฉลุยในระหว่างขั้นตอนการตรวจพาสปอร์ต

โดยกลุ่มผู้ต้องหา รับสารภาพเบื้องต้นว่า กำลังเตรียมเดินทางข้ามพรมแดนไปยัง สปป.ลาว เพื่อใช้เป็นทางผ่านในการเดินทางต่อไปยังประเทศเวียดนามบ้านเกิดเพื่อกบดาน ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการบันทึกการจับกุม ณ ด่านพรมแดน เจ้าหน้าที่ ตม.นครพนม ได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งมอบต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 บก.สอท.2 เพื่อนำตัวไปขยายผลหาเพื่อนร่วมขบวนการและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
สำหรับการโชว์ผลงานลากคอผู้ต้องหาข้ามชาติในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายและการอำนวยการเชิงรุกของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ผบก.ตม.4) และ พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 ที่ได้ร่วมกันมอบนโยบายสั่งการให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองและจุดผ่านแดนถาวรทุกแห่งทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับ ควบคุม และตรวจสอบบุคคลรวมถึงพาหนะเข้า-ออกราชอาณาจักรอย่างรัดกุม โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ยึดหลักกฎหมายและเทคโนโลยีการตรวจสอบอย่างเคร่งครัดเพื่อสกัดกั้นกลุ่มมิจฉาชีพ

ทางด้าน ตม.จว.นครพนม ภายใต้การบังคับบัญชาของ พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.ตม.จว.นครพนม และ พ.ต.ท.สุภมิตร กะตะศิลา รอง ผกก.ตม.จว.นครพนม ได้ขานรับนโยบายดังกล่าวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจเพิ่มความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบเอกสารเดินทาง และจัดชุดสืบสวนออกเอ็กซเรย์พื้นที่ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มอาชญากรและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ประเทศไทยเป็นฐานที่มั่นหรือเป้าหมายในการหลบหนีคดีออกนอกประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี