วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ระทึกเมืองศรีสะเกษ! หนุ่ม 21 ชักปืนสู้ตำรวจจราจรขณะตรวจค้น ก่อนทิ้งรถวิ่งหนีซุกป่า สุดท้ายจนมุมคลั่งหนักหัวโขกรถสายตรวจ-กัดลิ้นตะโกน 'ยิงผมที'
วันที่ 26 พ.ค. 69 เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขวัญขึ้นในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจงานจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ กำลังออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราความเรียบร้อยและกวดขันวินัยจราจรตามปกติ กระทั่งขับรถมาถึงบริเวณถนนรัตนวงษา ช่วงระหว่างสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้สังเกตเห็นชายต้องสงสัยขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ ไอ สีเขียว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร มีลักษณะท่าทางรุกลี้รุกลนและมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด

เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจึงได้ส่งสัญญาณเรียกให้หยุดรถเพื่อขอทำการตรวจค้น ซึ่งในตอนแรกชายคนดังกล่าวยอมจอดรถและให้ความร่วมมือแต่โดยดี โดยเป็นคนเปิดเบาะรถจักรยานยนต์ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยตัวเอง ทว่าในจังหวะที่เจ้าหน้าที่กำลังเอื้อมมือตรวจค้นอยู่นั้น สายตาได้ไปสะดุดเจออาวุธปืนซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะ ทันใดนั้นชายต้องสงสัยกลับตัดสินใจก่อเหตุอุกอาจด้วยการเอื้อมมือพยายามคว้าอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวขึ้นมาเล็งใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหวังเปิดทางหนี
ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดนาทีเป็นนาทีตาย เจ้าหน้าที่จราจรสะบัดตัวเข้าปัดป้องมือปืนและควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้หวุดหวิด ทำให้คนร้ายเกิดอาการตกใจและอาศัยจังหวะชุลมุนทิ้งรถวิ่งหลบหนีข้ามรั้วเข้าไปภายในบริเวณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 (สพป.ศก. เขต 1) อย่างรวดเร็ว
หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ พ.ต.อ. นรินทร์ บุพตา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ได้สั่งการด่วนที่สุด (วิทยุสั่งการ) ให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทุกภาคส่วน ทั้งชุดสืบสวนสอบสวน, ตำรวจงานจราจร และตำรวจสายตรวจปราบปราม สนธิกำลังร่วมกันปูพรมไล่ล่าปิดล้อมพื้นที่โดยรอบในรัศมีจุดเกิดเหตุอย่างเข้มข้น ทั้งการเดินเท้าปูพรมตรวจเช็กและการขับรถลาดตระเวน ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนที่อยู่ละแวกดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนราชการและเกรงว่าคนร้ายที่พกอาวุธติดตัวอาจจะไปจับตัวประกันหรือก่อเหตุซ้ำ

กระทั่งในเวลาต่อมา ด้วยการปิดล้อมอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามล็อกตัวชายผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้สำเร็จ ขณะนอนแอบซ่อนตัวอยู่บริเวณพงหญ้าและป่ารกร้างด้านหลังสำนักงาน สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 ตรวจสอบประวัติทราบชื่อภายหลังคือ นายดนัย อายุ 21 ปี เป็นชาวบ้านหมู่ 9 ต.โนนปูน อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ โดยในขณะที่ถูกจับกุมตัว นายดนัยอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งอย่างหนัก พูดจาวกวนไม่รู้เรื่อง และมีลักษณะอาการเหมือนคนขาดสติเนื่องจากฤทธิ์ยาเสพติด
ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัวนายดนัยขึ้นท้ายรถกระบะสายตรวจเพื่อนำตัวไปโรงพัก คนร้ายรายนี้เกิดอาการโวยวายอาละวาดอย่างรุนแรง พยายามเอาศีรษะของตัวเองโขกกระแทกเข้ากับขอบกระบะเหล็กของรถตำรวจหลายครั้ง และพยายามพ่นน้ำลายพร้อมกับกัดลิ้นตัวเอง เพื่อหวังฆ่าตัวตายหนีความผิด พร้อมทั้งส่งเสียงตะโกนพูดจาวกไปวนมาซ้ำๆว่า ‘อยากตาย ยิงผมทิ้งที ยิงผมเลย’ และพยายามจะกระโดดทิ้งตัวลงจากรถสายตรวจตลอดเวลา ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้ความระมัดระวังและกำลังอย่างมากในการช่วยกันล็อกตัวเพื่อไม่ให้เกิดเหตุบานปลายหรือเกิดความสูญเสียเพิ่มเติม
หลังจากควบคุมสถานการณ์จนสงบลง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้ย้อนกลับไปตรวจสอบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟของคนร้ายที่จอดทิ้งไว้ตรงจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งผลการตรวจค้นเพิ่มเติมพบ ยาบ้าจำนวน 4 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในซองบุหรี่ใต้เบาะรถ นอกจากนี้ยังสามารถยึดของกลางอาวุธปืนของกลางที่เป็นชนวนเหตุ คือ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วยลูกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัด ที่บรรจุอยู่ภายในแม็กกาซีนปืนสภาพพร้อมใช้งานได้ทันที

จากการสอบสวนในเบื้องต้นที่สถานีตำรวจ นายดนัย ยังไม่สามารถให้การที่ใจความและชัดเจนได้ เนื่องจากยังมีอาการหลอนยาและพูดจาวกวน วนไปวนมา คล้ายคนเพิ่งเสพสารเสพติดเกินขนาดอย่างหนัก แต่ในส่วนของกลาง เจ้าตัวยอมรับสารภาพอ้อมแอ้มว่าเป็นยาบ้าและอาวุธปืนของตนเองจริง
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาหนักแก่ นายดนัย ในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พยายามต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวเข้าห้องขังเพื่อรอให้สติอารมณ์เย็นลง ก่อนจะทำการสอบปากคำต่อหน้าทนายความและดำเนินการส่งฟ้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี