พลังชุมชน! 'ป้อมยามหมู่บ้านสีขาว' แจ้งเบาะแสพบกระเป๋าต้องสงสัยซุกวัด ตรวจค้นเจอยาบ้า 500,000 เม็ด ฝ่ายปกครอง-ทหาร-ตำรวจขยายผลตามรวบ 2 สาวไทย-ลาว พร้อมเฮโรอีนอีก 5.8 กิโลกรัม คารถตู้
วันที่ 28 พ.ค. 69 จากนโยบายเชิงรุกของจังหวัดเลยที่มีการจัดตั้งคณะทำงานป้อมยามประจำหมู่บ้าน เพื่อเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร โดยมุ่งเน้นการสร้าง ‘หมู่บ้านสีขาว’ ปลอดภัยยาเสพติด ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชนและภาครัฐ เพื่อร่วมกันสกัดกั้นภัยคุกคามตามแนวชายแดนและภายในท้องถิ่น ครอบคลุมทั้งพื้นที่ตอนในและพื้นที่ชายแดนครบทั้ง 920 หมู่บ้าน รวมถึงป้อมยามชุมชนในเขตเทศบาลเมืองอีก 20 แห่ง โดยนำโมเดล ‘หนึ่งตำบล หนึ่งป้อมยามประจำหมู่บ้าน’ มาใช้เป็นแกนหลักในการลดจำนวนผู้เสพผู้ค้า
ล่าสุด ขับเคลื่อนความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมจากการแจ้งเบาะแสอันสะท้อนความตื่นตัวของภาคประชาชน โดยการอำนวยการของ นายอภินันต์ สุวรรณโค นายอำเภอเชียงคาน ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน บ้านคกงิ้ว หมู่ 5 ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ว่ามีชาวบ้านในพื้นที่สังเกตพบกระเป๋าเดินทางเดินทางปริศนาบรรจุสิ่งของต้องสงสัย น่าเชื่อว่าจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมายหรือยาเสพติด ถูกนำมาซุกซ่อนทิ้งไว้บริเวณวัดโพธิ์ชัยศรี บ้านคกงิ้ว จึงกลัวว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัย
หลังรับแจ้งเหตุ นายอำเภอเชียงคานจึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง และสมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเชียงคานที่ 5 (ร้อย อส.อ.เชียงคาน ที่ 5) ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งบูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.246, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงคาน, หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และตำรวจน้ำเชียงคาน รุดไปยังจุดที่ได้รับแจ้งภายในวัดโพธิ์ชัยศรี
จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบตามกายภาพภายในวัด เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าต้องสงสัยจำนวน 2 ใบ วางหลบสายตาอยู่ เมื่อทำการเปิดออกตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และของกลางภายใน ถึงกับตะลึงเมื่อพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวนทั้งสิ้น 85 แพ็ค โดยสามารถแยกเป้าหมายเป็น แพ็คขนาดใหญ่จำนวน 80 แพ็ค และแพ็คขนาดเล็กอีกจำนวน 5 แพ็ค นับรวมยาบ้าทั้งหมดได้ประมาณ 500,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกการตรวจยึดของกลางส่งมอบให้สถานีตำรวจภูธรเชียงคาน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เปิดยุทธการขยายผลติดตามคนร้ายในทันที จากการลงพื้นที่สืบสวนระแวกชุมชนและสอบปากคำให้การของชาวบ้านผู้พบเห็นเหตุการณ์ ยืนยันข้อมูลตรงกันว่า ก่อนหน้านี้ได้เห็นหญิงสาวจำนวน 2 คน ช่วยกันหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางทั้ง 2 ใบดังกล่าว เข้ามาภายในบริเวณวัดท่าทางมีพิรุธ ก่อนจะรีบเดินออกมา ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ปาณิสรา (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้าน ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย และ นางเกษร (ไม่มีนามสกุล) ชาวบ้านผาลาด เมืองชะนะคาม แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการผสมจึงกระจายกำลังสกัดกั้นตามเส้นทางและสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาหญิงทั้ง 2 รายเอาไว้ได้ในที่สุด พร้อมทั้งตรวจยึดยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิดเป็น รถยนต์ตู้ ยี่ห้อ ฮุนได เอสวัน (Hyundai H-1) สีน้ำเงิน ทะเบียนกรุงเทพมหานคร และจากการตรวจค้นตัวและภายในรถยนต์อย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ต้องตะลึงซ้ำเมื่อพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองยังได้ซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) เพิ่มเติมไว้อีกจำนวน 28 ถุง น้ำหนักรวมกว่า 5.832 กิโลกรัม หวังลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัว น.ส.ปาณิสรา และนางเกษร ผู้ต้องหาชาว สปป.ลาว พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 500,000 เม็ด, เฮโรอีนน้ำหนัก 5.832 กิโลกรัม และรถยนต์ตู้ฮุนได นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงคาน เพื่อตั้งข้อหา ‘ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและเฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นยาเสพติดนำเข้าโดยผิดกฎหมาย’ ก่อนจะควบคุมตัวดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย และขยายผลหาผู้บงการใหญ่ในเครือข่ายข้ามชาติรายนี้ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี