วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ดีอี เตือนข่าวบิดเบือน “โควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดในไทย ผู้ติดเชื้อกว่า 70% มีอาการเจ็บคอรุนแรง” สร้างความ วิตกกังวลให้ ปชช.
วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,883 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 7,125 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 7,122 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 3 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 27 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวปลอม 6 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง โควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดในไทย ผู้ติดเชื้อกว่า 70% มีอาการเจ็บคอรุนแรง
อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง สํานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ปล่อยเลขล็อคกองสลาก งวดวันที่ 1 มิ.ย. 69
อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยระวังอิหร่านใช้ขีปนาวุธโจมตีจังหวัดกระบี่ หากให้อเมริกาใช้ฐานทัพ
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง จองคิวทำใบขับขี่ออนไลน์ทุกชนิด ผ่าน TikTok
อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน อีโบลาระบาดเร็ว ยอดเสียชีวิตพุ่ง 220 ราย ยอดผู้ป่วยต้องสงสัยในคองโกสูงกว่า 1,100 คน เข้าไทยมาแล้ว 100 คน
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรุงไทยใจป้ำ เปิดสินเชื่อให้พ่อค้า แม่ค้า ปิดหนี้ ผ่านบัญชี TikTok ktb1148
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง การทางพิเศษฯ ส่ง SMS เรียกเก็บค่าผ่านทาง
อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง ทองคำเปลวตกแต่งอาหาร ที่ผลิตจากทอง 99.6% สามารถกินได้
สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “โควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดในไทย ผู้ติดเชื้อกว่า 70% มีอาการเจ็บคอรุนแรง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวบิดเบือน” โดยข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 - 23 เมษายน 2569 พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในประเทศไทย คิดเป็น 50.95% จากตัวอย่างที่ตรวจพบ JN.1 (24.97%), XEC (9.14%) ซึ่งในปี 2568 พบว่า จำนวนผู้ป่วยและการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มสูงในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน และจากการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในการแพร่ระบาดในช่วงเวลาเดียวกัน
ทั้งนี้พบว่า สายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นการกลายพันธุ์ในตำแหน่งโปรตีนหนามหลายจุดที่เพิ่มเติมจากสายพันธุ์ JN.1 ทำให้มีความสามารถในการแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น และหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น
ในส่วนของสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด 19 ระหว่างวันที่ 10-16 พฤษภาคม 2569 พบผู้ติดเชื้อ 12,700 ราย เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่พบประมาณ 8,000 ราย ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยต่อวันเพิ่มจาก 56 ราย เป็น 73 ราย ผู้ป่วยหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เฉลี่ยประมาณ 1 รายต่อวัน โดยสายพันธุ์ที่ระบาดสายพันธุ์หลักคือ NB.1.8.1 ซึ่งพบมากกว่าครึ่งของผู้ป่วยที่ตรวจพบในประเทศ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี