538.jpg
เพชรบูรณ์วิกฤต! ฝนถล่มสะสมทะลุ 100 มม. ผู้ว่าฯสั่งสแตนด์บาย 24 ชั่วโมง

เพชรบูรณ์วิกฤต! ฝนถล่มสะสมทะลุ 100 มม. ผู้ว่าฯสั่งสแตนด์บาย 24 ชั่วโมง

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.05 น.

ปภ.ยกระดับเตือนภัย 71 จังหวัดรวม กทม. รับมือฝนถล่มหนัก-น้ำท่วมฉับพลันถึง 1 มิ.ย. ด้านผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์สั่งตรึงกำลัง 24 ชม. หลังเรดาร์จับฝนสะสม 'นาเฉลียง' พุ่งปรี๊ด 110 มม. เสี่ยงน้ำป่าหลากหล่มสัก-วิเชียรบุรี

วันที่ 30 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์ภัยพิบัติไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยจำนวน 71 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2569 โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข้อมูลทัศนวิสัยและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด


สำหรับพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดศูนย์กลางที่ต้องเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อเนื่องในหลายอำเภอ ล่าสุด นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีคำสั่งด่วนที่สุดถึงนายอำเภอทุกอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ให้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยอย่างเข้มข้น (ระหว่างวันที่ 28–30 พฤษภาคม 2569) โดยกำชับให้จัดเตรียมกำลังพล ทรัพยากร เครื่องมือแพทย์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และแผนเผชิญเหตุให้พร้อมเข้าประจำจุดเสี่ยงเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานด้านการทางหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เตรียมทีมเคลื่อนที่เร็วเข้าแก้ไขปัญหาทันทีหากเกิดเหตุต้นไม้ล้มขวางทาง ดินสไลด์ชัน หรือเสาไฟฟ้าหักโค่น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการสัญจรและการใช้ชีวิตของประชาชน

ขณะที่ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดเพชรบูรณ์ และเรดาร์ตรวจอากาศประเมินสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก พบว่าปริมาณน้ำฝนสะสมหลายจุดพุ่งสูงเกินเกณฑ์เฝ้าระวังอย่างน่าเป็นห่วง โดยมีสถิติจุดสำคัญดังนี้ ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ มีปริมาณฝนสะสมสูงสุดวัดได้ 110 มิลลิเมตร , ต.ยางสาว อ.วิเชียรบุรี วัดได้ 101 มิลลิเมตร , ต.ตาดกลอย อ.หล่มเก่า วัดได้ 95 มิลลิเมตร , ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก วัดได้ 77.4 มิลลิเมตร และ ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก วัดได้ 71 มิลลิเมตร

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงขั้นวิกฤตที่จะเกิดสถานการณ์น้ำป่าหลากฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมทางน้ำไหล และพื้นที่ลาดเชิงเขา ซึ่งในพื้นที่โลกออนไลน์ ยูสเซอร์ผู้ใช้เฟซบุ๊กต่างพากันโพสต์ภาพและคลิปวิดีโอรายงานสถานการณ์น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนอย่างต่อเนื่องเต็มหน้าฟีดโซเชียลมีเดีย

สอดคล้องกับระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าของ ปภ. (Disaster Alert) ที่ได้ทำการส่งข้อความสั้น (SMS) แจ้งเตือนตรงถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเมื่อเวลา 04.09 น. ของเช้ามืดวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเตือนให้ระวังภัยน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง โดยแนะนำข้อควรปฏิบัติให้ประชาชนเร่งยกสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายยานพาหนะไปจอดในจุดที่ปลอดภัย รวมถึงจัดเก็บเอกสารสำคัญทางราชการใส่ถุงพลาสติกป้องกันความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม ในด้านการบริหารจัดการทางน้ำเพื่อเตรียมรับมือล่วงหน้า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.30 น. ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่กรมชลประทานได้ระดมเครื่องจักรกลหนักและรถขุดลงพื้นที่บริเวณหมู่ที่ 2 ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก เพื่อปฏิบัติการขุดลอกคูคลองและกำจัดวัชพืช สิ่งกีดขวางทางน้ำในแม่น้ำป่าสัก รวมระยะทางยาวกว่า 6 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำมลพิษและลดความรุนแรงของสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง ทั้งนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือพบเหตุฉุกเฉิน สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ ที่ว่าการอำเภอ, เทศบาล, อบต. ในพื้นที่ หรือโทรสายด่วนนิรภัย ปภ. 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top