538.jpg
แฉบาดแผลใหม่‘แตงโม’ คดีส่อพลิก อาจไม่ได้ตกท้ายเรือตาย

แฉบาดแผลใหม่‘แตงโม’ คดีส่อพลิก อาจไม่ได้ตกท้ายเรือตาย

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แฉบาดแผลใหม่‘แตงโม’

คดีส่อพลิก

อาจไม่ได้ตกท้ายเรือตาย

หมอพรทิพย์บุกDSI

วิเคราะห์ปมน่าสงสัย

ลุ้นรอสรุปสิ้นเดือนนี้

หมอพรทิพย์”มั่นใจ แตงโมไม่ได้ตกท้ายเรือตาย ตบเท้าพร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมตกแต่ง พบ DSI ให้ข้อมูลด้านนิติเวช ชี้ปมบาดแผลชุดใหม่ รอยกรีดด้านหลังขาขวาและอีกหลายจุดทะลุชั้นไขมัน บาดแผลไม่เข้ากับใบพัดเรือ ส่อปมอาจถูกทำร้ายก่อนจมน้ำ ด้านหัวหน้าพนักงานสอบสวนดีเอสไอ รอสรุปสำนวนพร้อมแสดงความเห็นในสิ้นเดือนนี้ ระบุถ้าจนท.รัฐมีเอี่ยวก็ต้องส่งเรื่องถึงป.ป.ช.

วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ อาคารซี(C) กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คณะพนักงานสืบสวนที่ 20/2568 กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม อดีตนักแสดงหญิงชื่อดัง ในประเด็นที่สงสัยว่ามีกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยมิชอบด้วยหมายหรือไม่ เพื่อให้การช่วยเหลือแก่บุคคลอื่นให้ไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ได้เชิญแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ 3 ราย มาให้ความเห็นทางวิชาการเพื่อนำถ้อยคำประกอบสำนวนการสืบสวนก่อนสรุปสำนวนส่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อไต่สวนการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมิชอบภายในเดือน มิ.ย.69


ซึ่งผู้เชี่ยวชาญที่เข้าพบดีเอสไอ ประกอบด้วยแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ และนายเอกราช นามโภคิน โปรแกรมเมอร์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และวิเคราะห์ระบบ GPS เพื่อเข้าให้ข้อมูลเชิงวิชาการภายหลังพบว่า การเสียชิวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม อดีตนักแสดงสาว จากกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาว่า บาดแผลขาขวาด้านหน้าของแตงโมไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ และต่อมามารดาของแตงโมได้นำส่งเอกสารให้กับคณะพนักงานสืบสวนตรวจ พบว่ามีบาดแผลหลายจุดทั้งขาขวา-ขาซ้าย โดยมี พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน ให้การรับรองต้อนรับ

โดย พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนที่ 20/2568 เปิดเผยว่า จากคดีการสืบสวนดังกล่าวนี้ คณะพนักงานสืบสวนได้สืบสวนสอบสวนมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว จึงคาดว่าภายในเดือน มิ.ย.69 จะได้มีการสรุปสำนวนคดีการสืบสวนพร้อมความเห็นทางคดีแน่นอน จากการสืบสวนในห้วงเวลาที่ผ่านมาเราพบประเด็นสงสัยของรูปภาพที่ปรากฏในสื่อ และตำแหน่งระบุพิกัด (GPS) ที่พยานได้เคยเข้ามาให้การ ประกอบกับคำพิพากษาของศาลในหลายคดี พบว่าศาลได้มีการยกฟ้อง จึงเป็นเหตุให้ในวันนี้เราได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้น 3 ราย ซึ่งหนึ่งในนี้ก็มีแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ที่เป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรก โดยได้เชิญมาให้ข้อมูลเรื่องบาดแผลขาหลังด้านขวาของคุณแตงโม รวมทั้งได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีอย่างนายเอกราช นามโภคิน เพื่อที่จะได้นำภาพจำลองที่อยู่ในคำพิพากษาศาลออกมาจำลองเป็นภาพสี และจัดทำภาพใหม่ขึ้นมา

นอกจากนี้ ยังมีภาพจริงที่เราได้มาจากสถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะก่อนหน้านี้ที่เราได้มีการขอภาพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ก็ยังไม่ได้ภาพมา จึงต้องใช้ภาพของสถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติแทน และเมื่อได้ภาพมาแล้วก็จะได้นำมาจำลองเหตุการณ์โดยวันนี้เรามีทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช และแพทย์ที่เชี่ยว ชาญด้านบาดแผลศัลยกรรมตกแต่ง มาร่วมกันให้ข้อมูลบาดแผลด้านหลังขาขวาของแตงโม ซึ่งก่อนหน้านี้คุณแม่ของแตงโมก็เคยบอกว่าบาดแผลดังกล่าวยังไม่เคยมีการถูกตรวจสอบข้อเท็จจริงมาก่อน

“หากการพิจารณาถกเถียงพูดคุยระหว่างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชวันนี้มีผลเสร็จสิ้น ก็คงจะได้ข้อยุติ และคณะพนักงานสืบสวนก็จะได้สรุปความผิดทางคดีภายในสิ้นเดือน มิ.ย.69 ว่าท้ายสุดแล้ว สำนวนคดีการเสียชีวิตของคุณแตงโมที่ผ่านมานั้น ได้มีการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมจริงหรือไม่ ซึ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงตรงนี้เราจะอาศัยผลทางนิติวิทยา ศาสตร์และการตรวจสอบทางเทคโนโลยี ประกอบคำให้การของพยานในชั้นศาลที่ไม่ตรงกันเลยเป็นหลัก”

เมื่อถามว่า บาดแผลด้านหลังขาขวาของแตงโม ถือเป็นภาพใหม่ที่พบ จะนำไปตรวจสอบอย่างไรได้บ้างนั้น พ.ต.ต.ณฐพล ระบุว่า เราพบข้อเท็จจริงว่าบาดแผลด้านหลังขาขวาดังกล่าวนี้ยังไม่เคยมีการถูกพิจารณาในชั้นศาลมาก่อน และหากดูจากสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดก่อนหน้านี้ มันก็มีอะไรที่น่าสงสัยอยู่ เราจึงต้องมีการจำลองบาดแผล ว่าบาดแผลดังกล่าวนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรได้บ้าง เพราะมันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ว่าท้ายสุดแล้วมันจะสอดคล้องกับข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้มาการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบหรือไม่ บาดแผลดังกล่าวหากดูตามเบื้องต้นอาจเป็นไปได้ว่าถูกของแข็งมีคม ซึ่งจะต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง มาให้ข้อมูลความน่าจะเป็น ว่ามันสามารถเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้างที่ทำให้เกิดร่องรอยบาดแผลดังกล่าว คิดว่าข้อมูลสำคัญนี้ไม่เกินสักระยะหนึ่งก็จะได้ข้อเท็จจริงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคณะพนักงานสืบสวน

“เบื้องต้นมีเหตุสงสัยว่าเคยมีการพิจารณามาก่อนหรือไม่อย่างไร เพราะเราก็ได้ประเด็นตรงนี้มาจากการตรวจสอบดูคำพิพากษาของศาล จึงต้องนำมาประกอบดูว่าตรงกันหรือไม่ ส่วนว่าบาดแผลด้านหลังขาขวามีลักษณะความลึกหรือร่องรอยคล้ายกับบาดแผลด้านหน้าขาหรือไม่นั้น เราเห็นว่ามันมีบาดแผลเกิดขึ้นจริง ส่วนลักษณะบาดแผลจะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร จึงอยากให้ทางแพทย์ที่เราเชิญมา ได้เป็นผู้ให้ข้อมูลความน่าจะเป็นดีกว่า เพื่อจะได้ข้อสรุปนำไปผนวกกับข้อเท็จจริงได้”

อย่างไรก็ตาม หากท้ายสุดแล้วพบว่าหลักฐานบาดแผลด้านหลังขาขวาของแตงโม ไม่เคยมีการตรวจสอบในสำนวนคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อน จะต้องมีการดำเนินคดีฐานละเว้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำสำนวนครั้งแรกหรือไม่นั้น ตนมองว่าอำนาจในการสืบสวนของดีเอสไอ คือการตรวจสอบกระบวนการข้อเท็จจริงที่ถูกนำไปสู่ชั้นศาล ชั้นพนักงานสอบสวน ว่าเคยมีการนำหลักฐานตรงนี้ปรากฏหรือไม่ ส่วนว่าใครได้ทำหรือไม่ได้ทำแล้วจะมีความผิดหรือไม่นั้น จะเป็นขั้นตอนภายหลังจากที่เราสืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อที่จะได้ข้อสรุปว่ามีกระบวนการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมหรือไม่

พ.ต.ต.ณฐพล ระบุด้วยว่า ตนยอมรับว่าสำหรับภาพบาดแผลก่อนหน้านี้ที่ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เคยบันทึกเก็บไว้ในสำนวนแรกก็มีส่วนสำคัญ แต่เราก็ต้องนำข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาประกอบคู่ขนานกัน รวมถึงกรณีที่คุณแม่ของแตงโมได้มอบหมายให้ทนายความไปขอคัดคำพิพากษาของศาล ซึ่งก็ทำให้ได้เป็นภาพบาดแผลเป็นภาพขาวดำมา เราจึงต้องนำมาทำเป็นภาพสี เพื่อที่จะได้ให้มันมีความใกล้เคียงสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เราจะนำมาพิจารณาประกอบกับหลักฐานของตำรวจมากที่สุด ทั้งนี้ กรณีว่าจะเป็นข้อกังขาหรือไม่ที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เกี่ยวกับการพิสูจน์ภาพบาดแผลนั้น มองว่าเทคโนโลยีคือการใช้ไขปัญหาได้ดีอย่างหนึ่ง อย่างไรแล้วมันก็อยู่ในสำนวนของศาลอยู่แล้ว ก็มองว่าเป็นแนวทางที่เราจะใช้พิสูจน์หาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้

ด้านแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ออกมาเปิด โดยสรุปเบื้องต้นแล้วเห็นว่าบาดแผลทั้งตัวของแตงโมที่พบ มันไม่เข้ากับพฤติการณ์ที่บอกว่ามีการตกท้ายเรือแล้วบาดแผลอาจเกิดจากใบพัดเรือ เพราะตนมองว่าบาดแผลมันเยอะเกินไป และในตอนแรกที่ตนเคยได้เห็นบาดแผลกับตา มันก็ไม่ได้เห็นชัดเจนขนาดนั้นเนื่องจากแผลได้ถูกเย็บไว้ และได้ดูจากภาพที่ถูกซูมจากระยะไกลแทน แต่ในวันนี้ เราได้เห็นภาพบาดแผลที่มาจากเอกสารคำพิพากษาศาล ทำให้เห็นภาพแผลชัด ๆ ซึ่งลักษณะของแผลที่มีมีทั้งแผลลึก ยาวและมีขนาดใหญ่ ก็ล้วนไม่เข้ากับลักษณะของใบพัดเรือ ซึ่งก็ต้องนำไปประกอบในรายงานการสืบสวนต่อไป

ส่วนลักษณะบาดแผลที่พบจะเป็นการบ่งบอกถึงการขัดขืนการต่อสู้ได้หรือไม่นั้น แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า เรายังไม่ลงลึกถึงขนาดนั้น เราเน้นเพียงแค่เรื่องของบาดแผลตามที่คุณหมอธวัชชัย และอาจารย์ปานเทพ ตั้งข้อสังเกตติดใจบาดแผลที่มีมีไขมันติดมาด้วย เพราะหากดูแล้ว อย่างไรก็ไม่เข้ากับลักษณะของการโดนใบพัดเรือ แต่มันเหมือนเกิดจากของมีคมมากกว่า พร้อมย้ำว่า บาดแผลที่พบเจอบนล่างแตงโมทั้งหมด ยังไม่สามารถตอบได้ว่าเกิดขึ้นก่อน หรือหลังจากตกเรือ เพราะมันต้องไปขยายดูจากการตรวจสอบในภาพรวมอื่นด้วย ว่าเกิดจากอะไร เกิดขึ้นเมื่อไร เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า สำหรับการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามามาช่วยในการแปลงภาพขาวดำเป็นภาพสี มองว่าอาจช่วยพิสูจน์ได้บ้างในเรื่องของลักษณะร่องรอยบาดแผล แต่เนื่องด้วยภาพถ่ายในสำนวนก็ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ซึ่งการนำเอามาสแกนซ้ำ ก็คงช่วยในเรื่องของสำนวนการสืบสวนได้บ้าง อย่างไรก็ดี หากถามว่ามีร่องรอยบาดแผลบริเวณใดที่รู้สึกตั้งข้อสังเกตหรือไม่นั้น ตนมองว่าคดีนี้ บางส่วนก็เป็นความเห็นของตน แล้วก็มองว่ามันถูกผลกระทบตั้งแต่ตอนแรกแล้ว เพราะการชันสูตรศพจะต้องทำโดยแพทย์นิติเวชในพื้นที่ แต่กลับมีคำสั่งที่ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ ให้มีการย้ายศพเกิดขึ้น เพราะการย้ายศพจะทำให้ทุกอย่างช้า และภาพศพที่ถูกปล่อยออกมาตามสื่อ มันก็เป็นภาพศพที่เริ่มเน่ามากขึ้นแล้ว ยิ่งเราเสียเวลา หลักฐานก็จะหายไปด้วย อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องของเรือที่จะต้องตรวจ จริง ๆ แล้ว เรือจะต้องถูกตรวจสอบด้วยแต่เหมือนมีบางอย่างที่ทำให้ไม่ต้องได้ตรวจในตอนแรก จึงทำให้ผู้เสียชีวิตกลายเป็นสิ่งเดียวที่ถูกตรวจ ฉะนั้น หากกระบวนการตรวจสอบมันอิสระมากพอ มันคงทำให้เรารู้ว่าบาดแผลบนล่างของแตงโมเกิดจากอะไรบ้าง

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ กล่าวด้วยว่า ในวันนี้ตนพูดเพียงได้แค่ว่ามันมีบาดแผลที่ไม่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์จริง ซึ่งเป็นบาดแผลถลอก ลักษณะคล้ายถูกของมีคม และก็มีแผลที่มีรูเยอะ ซึ่งในมุมของเรา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะตอบว่าตกท้ายเรือ คงจะต้องมีการสอบสวนให้มากขึ้น คิดว่าความเห็นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญวันนี้เป็นประโยชน์กับดีเอสไอ ทั้งนี้ ทางผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ก็ได้มีการให้ข้อสังเกตเรื่องของรองเท้าด้วย ซึ่งมันก็ไปสอดคล้องกับเรื่องห่วงโซ่วัตถุพยาน เพราะการตรวจวัตถุพยานที่น่าเชื่อถือจะต้องไม่ถูกรบกวนในระหว่างขั้นตอน แต่เมืองไทยของเรา ติดปัญหาในเรื่องของการอ้างว่าไม่มีระเบียบให้ดำเนินการในเรื่องนั้น ฉะนั้น เมื่อขาดห่วงโซ่วัตถุพยาน ก็ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงไปด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top