วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569
รอบรั้วเมืองใต้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับนี้ ผู้เขียนขอเข้าร่ายข่าวสังคม ชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม ตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น….เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ในขณะที่ เศรษฐกิจ ยังย่ำแย่ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในภาคใต้ ก็ประสพ ปัญหา เมื่อ ประเทศมาเลเซีย ยังระงับการส่งออกกุ้งขาวไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นการ ตอบโต้ ที่ กรมประมงไทย สั่งห้ามนำเข้า ปลากะพง จาก มาเลเซีย เรื่องนี้ เกษตรกรภาคใต้ ซึ่งมี มูลค่าการส่งออกกุ้งขาวไปยัง มาเลเซียปีละ 4,000 ล้านบาท ได้ ยืนหนังสือถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในวันที่ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธาน ทอดผ้าป่า ที่ จ.กระบี่ เพื่อให้ เจรจา กับ รัฐบาลมาเลเซีย .... ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่า การเจรจา จะมีขึ้นเมื่อไหร่ กระทรวงที่เกี่ยวข้องบ ทั้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั่งเป็น รัฐมนตรี ว่าการฯ และ ศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังไม่ได้ออกมา ส่งเสียง ว่าจะ ช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอย่างไร หรือจะไป เจรจา กับ รัฐบาลมาเลเซียใน ชั่วโมงไหน หรือจะปล่อยให้เป็นไปตาม ยถากรรม นั้นคือ ขายกุ้งให้กับ ตลาดมหาชัย ในราคา กิโลกรัมละ 40 บาท ที่เป็น ราคา ขาดทุน.....เรื่องที่ อธิบดีกรมประมง อาจจะไม่รู้ และ ประมงจังหวัดสงขลา และ นราธิวาส รู้ดี และ อาจจะ รู้เห็นเป็นใจ ด้วยนั้นคือ การห้ามนำปลากะพงจากมาเลเซียเข้าประเทศไทย เพราะเรื่อง สารตกค้าง และจากการร้องของ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง ใน จ.สงขลา และอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าปลากะพงมาเลเซียมาตีตลาดในราคาถูก ทำให้ปลากะพงจากประเทศมาเลเซีย ไม่สามารถนำเข้าประเทศใน ช่องทาง ที่ถูกต้องตามกฎหมาย.....แต่ปรากฏว่า ขบวนการค้าของหนีภาษี รายใหญ่ และมี อิทธิพล ใน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ใช้ ช่องทางเถื่อน หรือช่องทางธรรมชาติ นำปลากะพง จากประเทศมาเลเซีย ข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ที่ท่าข้ามใกล้สำนักงานปศุสัตว์ ที่ท่าข้ามผู้ใหญ่มัง และท่าข้ามกำนันลี มีการนำปลากะพง และไข่ไก่จาก มาเลเซีย เข้ามาอย่าง เป็นล่ำเป็นสัน และผูกขาดเพียง คนเดียว ส่วนการนำเข้า จะมีการการจ่าย เบี้ยใบ้รายทาง ให้กับ หน่วยงานใดบ้าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไป สืบสาวราวเรือง กันเอง และ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ที่เป็นผู้กำกับดูแลปัญหาเรื่องภัยแทรกซ้อน ในรูปแบบใหม่ สำเหนียก ถึง ขบวนการอิทธิพลนี้หรือไม่ ก็ไหนว่ามีการซีลชายแดนด้านแม่น้ำสุไหงโก-ลก อย่างเข้มข้น แล้วทำไม่ใน ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก สินค้า ส่งออก จาก ฝั่งไทย และสินค้าน้ำเข้า จากมาเลเซีย ยัง ส่งออก นำเข้า อย่างเสรี ไม่มีการ จับกุม ไหน พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส ให้ สัมภาษณ์ สื่อมวลชน ว่า มีการ สั่งปิดช่องทางธรรมชาติ ท่าข้ามเถื่อน ทั้ง 300-400 ร้อยแห่งหมดแล้ว แต่ทำไม่ ปลากะพงมาเลเซีย และ ขาไก่ มาเลเซีย ยังถูกนำเข้าประเทศไทยได้ โครมๆ.....ก็ต้องดูว่า หลังจาก รัฐบาลมาเลเซีย ห้ามนำเข้ากุ้งขาว หรือกั้งแวนาไม จาก เกษตรกรไทย ไม้ต่อไป จะมีการห้ามส่งออก ปลากะตัก ไปยัง มาเลเซียหรือไม่ ถ้ามีมาตรการห้ามปลากะตักเข้าประเทศ ก็จะเป็นดาบสอง ของ มาเลเซีย ในการ ตอบโต้ เรื่องของการที่ไทย ห้ามปลากะพง ของมาเลเซียเข้าประเทศไทยและอีกหนึ่งสินค้าที่ คาราคาซัง อยู่ นั้นคือ กุ้งเคย หรือ กุ้งกะปิ ที่มี เจ้าหน้าที่ศุลกากร ในพื้นที่มีส่วน พัวพัน และถูกยึด สินค้า เป็นคดีความกันอยู่ เรื่องของ การค้าชายแดน การค้าระหว่างประเทศ เป็นเรื่องสำคัญ ถ้ามีเรื่อง กระทบกระทั่ง จนสร้างความ เสียหาย รัฐบาล ต้องเร่งแก้ไขทันที การ ชักช้าเป็นเรือเกลือ คือความ เสียหาย ของประเทศ และการหมดเนื้อหมดตัวของ เกษตรกร..เรื่องของ ตู้เกม ที่ด่านนอก ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจากมีการ ร้องเรียนจากประชาชน และ สื่อมวลชน มีการ ขุดคุ้ย ถึง นายทุน ที่เป็น ผู้นำท้องที่ เป็นผู้ ดำเนินการ ถึง 50 แห่ง ที่มีการ ติดตั้ง ตู้เกม ให้มีการเล่นการพนัน ใน เมืองด่านนอก ต.สำนักขาม มีบัตรสมาชิกสำหรับผู้เข้าไป เล่นเกม มี ตำรวจ ในพื้นที่ ทำหน้าที่ รักษาความปลอดภัย หลังเป็นข่าว มีการ สั่งปิด 1 สัปดาห์ แต่มาบัดนี้ เปิดเล่นการพนัน ตามปกติ แล้ว และมีการขึ้น ค่าส่วย เพื่อ ปิดปาก นักข่าว เพื่อให้ จ่อเตี่ยมๆ ( นั่งเฉยๆ ) ก็ต้องถามไปยัง กฤชณัทท์ พลรัตน์ นายอำเภอสะเดา จ.สงขลา ที่อยู่ในบัญชีนายอำเภอดีเด่น ที่ ทางจังหวัด กำลังเสนอให้เป็น นายอำเภอดีเด่น ว่าท่าน รู้เห็น กับเรื่อง ตู้เกม ของ ผู้นำท้องที่ ในพื้นที่ ซึ่งท่านรับผิดชอบ หรือไม่ เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.พัฒนชัย ปาละสุวรรณ ผกก.สภ.สะเดา จ.สงขลา ว่า เรื่องการ ตั้งตู้เกมการเล่นการพนัน เพื่อ มอมเมาประชาชน ถ้า ตำรวจ ไม่มีผลประโบชน์ ทำไมจึงไม่มีการ จับกุม..... คดี เจ้าหน้าที่รัฐ หลายหน่วยงาน ที่ร่วมกันเป็นขบวนการ เข้าไป ขโมยเก็บ รังนกอีแอ่น ที่เกาะ สี เกาะ ห้า อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมีการ วิ่ง เต้น เพื่อ เคลียร์ คดี จนเป็นข่าวอื้นฉาว วันนี้ ศาลจังหวัดพัทลุง มีคำพิพากษาแล้ว ผู้ที่ร่วมขบวนการ ทั้งฝ่ายปกครอง ป่าไม้ และ อื่นๆ ถูกศาลทุจริตภาค 9 ตัดสินให้มีความผิด จำคุกนายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผกก.และ สารวัตร คนละ 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา ขอบคุณ ที่ประเทศนี้ ศาล ยังเป็นหน่วยงานที่ พึ่งได้ และ มีความ ยุติธรรม ให้ปรากฏ.....
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี