537.jpg
สว. ลุยสุราษฎร์ฯ ดัน โมเดลพัฒนา ศก.ฐานรากยุคใหม่ ต่อยอด ขมิ้นชัน สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงระดับอุตสาหกรรม

สว. ลุยสุราษฎร์ฯ ดัน โมเดลพัฒนา ศก.ฐานรากยุคใหม่ ต่อยอด ขมิ้นชัน สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงระดับอุตสาหกรรม

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.47 น.

สว. ลุยสุราษฎร์ฯ ดัน โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากยุคใหม่ ต่อยอด ขมิ้นชัน สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงระดับอุตสาหกรรม - ศึกษาระบบผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล-ขยะชุมชนครบวงจร สร้างสมดุลเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมยั่งยืน

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 ที่จ.สุราษฎร์ธานี คณะอนุกรรมการเสริมสร้างขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา เดินหน้าขับเคลื่อน "โครงการเชื่อมโยงข้อมูลผลงานด้านวิชาการและงานวิจัย" นำโดย นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่2 ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ และ นายชิบ จิตนิยม ประธานอนุกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและประชุมหารือร่วมกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนรายใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 4 - 5 มิถุนายน 2569 เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมสู่กระบวนการนิติบัญญัติระดับชาติ


ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯได้เข้าร่วมประชุมหารือกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสน่ห์ บุญกำเนิด รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรภ.สุราษฎร์ธานี) เพื่อรับฟังบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนงานวิจัยพัฒนาพื้นที่ ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

นายชิบ ในฐานะประธานอนุกรรมการฯ เปิดเผยว่า มรภ.สุราษฎร์ธานี มีผลงานวิจัยเชิงประจักษ์กว่า 300 ชิ้นในรอบ 10 ปี โดยเฉพาะนวัตกรรมการสกัดน้ำมันหอมระเหยจาก "ขมิ้นชัน" ที่ช่วยเปลี่ยนมูลค่าวัตถุดิบจากกิโลกรัมละ 25 บาท ให้กลายเป็นน้ำมันหอมระเหยมูลค่าสูงถึงลิตรละ 33,000 บาท สร้างรายได้มหาศาลแก่เกษตรกร นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอาหารแห่งอนาคต (Future Food) จาก "แมงพลัด" รวมถึงการสร้างนวัตกรรมเชิงสังคมผ่านหลักสูตรระยะสั้นสร้าง "วิศวกรสังคม" (นักคิด นักประสาน นักสื่อสาร นักนวัตกร) เพื่อเป็นแกนนำพัฒนาชุมชน ก่อนที่คณะผู้แทนมหาวิทยาลัยจะนำคณะอนุกรรมการฯ เยี่ยมชมสถานีจัดการขยะเพื่อดูการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ และการผลิตไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ภายในมหาวิทยาลัย

ด้านนายบุญส่ง กล่าวว่า พัฒนาการแบบก้าวกระโดดของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ สะท้อนว่าการหลอมรวมองค์ความรู้เชิงพื้นที่เข้ากับกระบวนการนิติบัญญัติระดับชาติ จะช่วยยกระดับงานวิจัยกฎหมายให้เฉียบคม ใช้งานได้จริง และเป็นสะพานเชื่อมความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นสู่สภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานต่อ ณ บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE (อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี) โดยมี นายสืบตระกูล บินเทพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปภาพรวมและโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ

นายสืบตระกูล กล่าวว่า บริษัทฯ ประกอบธุรกิจในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากชีวมวลและขยะชุมชน รวมทั้งการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและของเสียในชุมชน ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งหมด 83.5 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็น กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวล 29.7 เมกะวัตต์ กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากขยะชุมชน 46.8 เมกะวัตต์ และกลุ่มธุรกิจบริหารจัดการโรงไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัทท่าฉาง ไบโอแก๊ส จำกัด (TBG) มีกำลังการผลิตติดตั้งอยู่ที่ 7 เมกะวัตต์

จากนั้น ผู้แทนบริษัทฯ ได้นำคณะอนุกรรมการฯ เข้าเยี่ยมชมพื้นที่กระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งนำของเหลือใช้จากต้นปาล์มและเศษผลปาล์มที่เป็นขยะในพื้นที่มาแปรรูปเป็นกระแสไฟฟ้า ซึ่งการลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงานต้นแบบผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในครั้งนี้ ทำให้คณะอนุกรรมการฯ ได้รับองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้งานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด การเพิ่มมูลค่าของเสียทางการเกษตร การลดก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโมเดลการเปลี่ยนเศษขยะปาล์มในพื้นที่ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตต่อแห่งไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ สามารถจ่ายไฟฟ้าใช้ประโยชน์ได้ครอบคลุมทั้งอำเภอท่าฉาง และจ่ายเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ อ.ท่าฉาง มีโรงงานรวมกันถึง 9 โรงงาน และมีแผนขยายเพิ่มในจังหวัดอื่นๆ อีก 5 แห่ง เช่น จังหวัดชุมพร และจังหวัดสระแก้ว นอกจากนี้ TGE ยังมีความโดดเด่นในฐานะองค์กรสีเขียวที่มีคาร์บอนเครดิตสะสมรวมประมาณ 4 แสนกว่าตัน (ราคาปกติ 50 บาทต่อตัน) เป็นสิ่งยืนยันความสำเร็จที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม นายชิบ กล่าวว่า ธุรกิจเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานนี้กำลังเป็นแนวโน้มระดับโลก ในอนาคตคาดว่าจะเกิดเทรนด์การแย่งขยะ เนื่องจากคนหันมาเปลี่ยนขยะเป็นเงินทอง ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ จะนำองค์ความรู้ ข้อมูล และนวัตกรรมที่ได้รับจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ ไปขับเคลื่อนและสนับสนุนงานด้านวิชาการ การวิจัยของวุฒิสภา เพื่อประโยชน์ในการตรากฎหมายและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top