537.jpg
พะเยาจับล็อตใหญ่! ตร.บุกรวบ 3 ลูกสมุนพร้อมยาบ้า 8 ล้าน-ไอซ์ 1 กิโลกรัม

พะเยาจับล็อตใหญ่! ตร.บุกรวบ 3 ลูกสมุนพร้อมยาบ้า 8 ล้าน-ไอซ์ 1 กิโลกรัม

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.11 น.

พะเยาจับล็อตใหญ่! สภ.เชียงคำ เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกพ่อค้าข้ามแดน ยึดยาบ้า 8 ล้านเม็ด ไอซ์ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนในรถกระบะ พร้อมผู้ต้องหาคาบ้านพัก 3 ราย อ้างนายทุนใหญ่จ้างมาขนหัวละ 50,000 บาท ล่าสุดทิ้งรถวิ่งหนีเข้าป่าข้าวโพดท่ามกลางความมืด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสถานีตำรวจภูธรเชียงคำ จังหวัดพะเยา ได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกเข้าบุกทลายเครือข่ายลักลอบขนส่งยาเสพติดรายใหญ่ข้ามชาติ หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทำการสืบทราบว่า มีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดแอบลักลอบใช้บ้านเช่าไม่มีชื่อแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลฝายกวาง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เป็นแหล่งซุกซ่อนและพักยาเสพติดล็อตใหญ่ เพื่อรอทำการเปลี่ยนถ่ายและใช้ผลผลิตทางการเกษตรปิดบังอำพรางก่อนจะส่งลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลต่อไป


ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก นโยบายการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดของ สภ.เชียงคำ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เคยทำการจับกุมยาไอซ์ล็อตใหญ่ได้ถึง 597 กิโลกรัม ซึ่งในคดีนั้นผู้กระทำความผิดได้ใช้วิธีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในถุงบรรจุขิงสดเพื่อตบตาการตรวจค้นตามด่านตรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตั้งกลุ่มตรวจตาและเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังรถขนส่งสินค้าเกษตรอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งพบเบาะแสว่าที่บ้านเช่า หมู่ 5 ต.ฝายกวาง มีการนำถุงพลาสติกสีดำบรรจุขิงสดจำนวนมากมากองทับถมอยู่บริเวณหน้าบ้านอย่างผิดสังเกต และมีกลุ่มชายวัยรุ่นขี่รถเข้าออกในเวลากลางคืนอยู่เป็นประจำ

กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 22.40 น. ของวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนที่ซุ่มกำลังอยู่รอบบริเวณ ได้สังเกตเห็นชายคนหนึ่งสวมถุงมือยางสีขาวกำลังเร่งขนย้ายถุงพลาสติกสีดำออกจากตัวบ้าน จากนั้นมีชายวัยรุ่นอีก 3 คนขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดสมทบ ต่อมาได้มีรถกระบะยี่ห้อ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ทะเบียนเชียงราย ขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพัก

เมื่อคนขับรถกระบะเปิดประตูเดินลงมาจากรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจค้น ทันทีที่คนขับเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ก็เกิดอาการไหวตัวทันและอาศัยความมืดพุ่งตัววิ่งหลบหนีข้ามถนนข้ามไปยังป่าไร่ข้าวโพดของชาวบ้านข้างทาง เจ้าหน้าที่พยายามวิ่งติดตามไปแต่เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนและพื้นที่เป็นป่าทึบทำให้คนร้ายหลบหนีไปได้ ตรวจสอบภายหลังทราบชื่อคนขับที่หลบหนีคือ นายภูมินทร์ หรือสัว อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ของเครือข่ายนี้

จากการตรวจค้นภายในรถกระบะมิตซูบิชิอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะเมื่อพบกระสอบปุ๋ยต้องสงสัยจำนวน 27 กระสอบ อัดแน่นอยู่ท้ายกระบะ ภายในบรรจุเป็นยาบ้ารวมประมาณ 8,000,000 เม็ด และยังพบ ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่บริเวณใต้เบาะนั่งคนขับ นอกจากนี้เมื่อเข้าตรวจค้นภายในบ้านเช่า สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นลูกสมุนหลงเหลืออยู่ภายในบ้านได้จำนวน 3 ราย

จากการเค้นสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ยอมรับสารภาพอย่างจำนนต่อหลักฐานว่า พวกตนได้รับการว่าจ้างจากนายภูมินทร์ หรือเสี่ยสัว (ผู้ต้องหาที่วิ่งหลบหนี) ให้มาทำหน้าที่รอสแตนด์บายขนย้ายกระสอบยาเสพติดดังกล่าวเพื่อนำมาแพ็กร่วมกับถุงขิงสดเพื่อปิดบังอำพรางสายตาตำรวจ โดยได้รับค่าจ้างในภารกิจนี้คนละ 50,000 บาท และยอมรับว่าเคยร่วมกันลงมือขนย้ายในลักษณะนี้สำเร็จมาแล้วหนึ่งครั้งในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาหนักร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยการมีไว้ในครอบเพื่อการค้าอันเป็นการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน พร้อมทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด ประกอบด้วย ยาบ้า 8 ล้านเม็ด, ไอซ์ 1 กิโลกรัม, รถกระบะมิตซูบิชิ 1 คัน, รถจักรยานยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อการค้าอีก 4 เครื่อง ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เชียงคำ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานกำลังชุดสืบสวนภาค 5 เร่งแกะรอยตามล่าตัวนายภูมินทร์ หรือสัว ที่ยังหลบหนี เพื่อนำตัวมาลงโทษและขยายผลขุดรากถอนโคนยึดทรัพย์สินเครือข่ายยานรกนี้ให้สิ้นซากต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top