วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569
60/40ไปได้สวย
สรุปยอดใช้12วัน
สะพัด2.7หมื่นล.
กระตุ้นเศรษฐกิจ
รัฐบาลเผยความคืบหน้าการลงทะเบียนยืนยันสิทธิบัตร สวัสดิการแห่งรัฐ ปี’69 รายเดิมลงทะเบียนแล้วกว่า 11 ล้านราย แนะอีกกว่า 1 ล้านรายลงทะเบียนให้แล้วเสร็จ ก่อน เวลา 23.00 น. ภายในวันที่ 21 มิ.ย 2569 15 มิ.ย. “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ไปได้สวย แค่ 12 วัน ยอดทะลุสะพัด 2.7 หมื่นล้าน
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ(โครงการฯ) ปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 4-11 มิถุนายน 2569 ณ เวลา 23.00 น. และมีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 11,797,120 ราย และมีผู้ที่ยังไม่ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ 1,376,853 ราย
“รัฐบาลขอให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิมาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ภายในเวลา 23.00 น. และขอให้ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนยืนยันการลงทะเบียน สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนยืนยันสิทธิแล้วขึ้นสถานะข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมมีมติให้ผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิที่มีการกรอกข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชนถูกต้อง แต่มีการกรอกข้อมูลอื่นๆ ผิดพลาดเล็กน้อย ให้ถือว่าการลงทะเบียนสมบูรณ์แล้ว และไม่ต้องดำเนินการขอแก้ไขข้อมูลหรือลงทะเบียนใหม่ สำหรับผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิที่มีข้อมูลผิดพลาดในสาระสำคัญ จะเร่งดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล” นางสาวพลอยทะเล ย้ำ
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่าการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิกระทรวงการคลังจะประกาศฯ ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์โครงการฯ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร และสามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการฯ ผ่านเว็บไซต์https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และ https://welfare.mof.go.th หรือช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลัง
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” โดยตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จะเป็นวันแรกที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิผ่านบริการ ฟู้ดเดลิเวอรี่ บน 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood หลังจากเปิดให้ร้านอาหารทั่วประเทศลงทะเบียนเชื่อมระบบผ่านแอปพลิเคชัน“ถุงเงิน” ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันมีร้านอาหารที่ลงทะเบียนเข้าร่วมบริการฟู้ดเดลิเวอรี่และเชื่อมระบบสำเร็จแล้ว 88,198 ร้านค้าสะท้อนถึงความพร้อมของผู้ประกอบการทั่วประเทศในการเข้าร่วมมาตรการของรัฐบาล เพื่อขยายช่องทางการขาย เพิ่มรายได้ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้มากยิ่งขึ้น
สำหรับประชาชน สามารถใช้สิทธิผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ได้ตั้งแต่วันที่15 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00-21.00 น. ของทุกวัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสิทธิ ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และช่วยกระจายเม็ดเงินสู่ร้านอาหาร ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจชุมชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น. มีผู้ได้รับสิทธิแล้ว 26,040,623 คน และมีร้านค้าลงทะเบียนพร้อมใช้งานแล้วกว่า 1,041,907 ร้านค้า ขณะที่ยอดใช้จ่ายสะสมตั้งแต่เปิดโครงการอยู่ที่ 27,125.23 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินที่รัฐบาลร่วมจ่าย 15,737.95 ล้านบาทและเงินที่ประชาชนร่วมจ่าย 11,387.28ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิสำเร็จแล้ว 24,577,399 คน และมีผู้ใช้สิทธิครบวงเงิน 1,000 บาท แล้วกว่า 2,189,420 คน
“รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการเปิดใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน ขยายโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อยและทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากได้รวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กันไป” นางสาวลลิดา กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี