วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เผยผลตรวจชนวนระเบียงถล่มแยกหมอมี! 'ศ.ดร.อมร' พบจุดยึดพื้นอาคารน้อยเกินไป-ใช้แค่เหล็กเส้นกลม ผนึก 3 ปัจจัยเก่าเสื่อมสภาพ-สนิมหน้าฝนทรุดครืนทับดับ 1 ราย จี้ กทม. สั่งเช็กตึกข้างเคียงด่วน
จากกรณีอุบัติภัยสะเทือนขวัญกลางเมืองหลวง เหตุการณ์ระเบียงกันสาดคอนกรีตของอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น เกิดการพังถล่มทรุดตัวร่วงลงมาทับผิวจราจรและรถยนต์อย่างรุนแรง บริเวณใกล้เคียงแยกหมอมี ถนนพระราม 4 เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีประชาชนผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 1 ราย ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น
ล่าสุด ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญภายหลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพิกัดเกิดเหตุร่วมกับทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเมื่อค่ำที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุในเชิงลึกและแนวทางการป้องกันอุบัติภัยสถาปัตยกรรมเก่าในเขตเมือง

ศ.ดร.อมร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบทางกายภาพของโครงสร้างอาคารที่เกิดเหตุ พบว่าส่วนที่พังถล่มลงมาไม่ใช่โครงสร้างหลักของตัวอาคารทั้งหลัง แต่น่าจะเป็นส่วนของระเบียงกันสาดคอนกรีตเสริมเหล็กที่ก่อสร้างในลักษณะโครงสร้างยื่นออกมาจากตัวอาคารหลัก ซึ่งในตอนแรกทีมวิศวกรได้ตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นไว้ 4 ประเด็นหลัก คือ ความเสื่อมสภาพของตึกเก่า, สนิมในเหล็กเสริมที่ถูกกระตุ้นด้วยความชื้นในหน้าฝน, การบรรทุกน้ำหนักสิ่งของที่มากเกินไปบนระเบียง และความเป็นไปได้เรื่องการต่อเติมโครงสร้างที่ผิดกฎหมาย
‘ทว่าเมื่อผมและทีมงานได้ลงพื้นที่จริงและตรวจสอบเศษซากแผ่นพื้นที่พังถล่มลงมากองด้านล่างอย่างละเอียด เราได้พบประเด็นสำคัญทางวิศวกรรมเพิ่มเติมที่เป็นชนวนเหตุโดยตรง กล่าวคือ โครงสร้างดังกล่าว มีจุดยึดเหนี่ยวระหว่างแผ่นพื้นคอนกรีตกับตัวอาคารหลักเพียงไม่กี่ตำแหน่งเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ช่างในอดีตเลือกใช้เพียง 'เหล็กเส้นกลม' ในการยึดรั้ง ซึ่งเหล็กชนิดนี้มีแรงยึดเกาะกับคอนกรีตน้อยกว่าเหล็กข้ออ้อย ส่งผลให้จุดยึดขาดความแข็งแรงและไม่มีความเหนียวพอที่จะต้านทานแรงดึงได้เมื่อเกิดการทรุดตัว’

นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ ระบุต่อไปว่า สรุปปมปัญหาน่าจะเกิดจาก ‘3 ปัจจัยทวีคูณร่วมกัน’ ได้แก่ 1.การเสื่อมสภาพตามกาลเวลาของอาคารเก่า , 2.เหล็กเสริมภายในเนื้อปูนเป็นสนิมขุมเนื้อเหล็กหายไปจากการโดนแดดโดนฝนสะสม โดยเฉพาะความชื้นสะสมช่วงหน้าฝนนี้ และ 3.ข้อบกพร่องรุนแรงของระบบจุดยึดที่ไม่เพียงพอมาตั้งแต่ต้น เมื่อปัจจัยทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมกัน จึงเป็นเหตุให้โครงสร้างระเบียงกันสาดขาดออกจากตัวตึกและพังครืนลงมาอย่างรวดเร็ว
ศ.ดร.อมร กล่าวแสดงความห่วงใยเพิ่มเติมว่า ปัญหาระเบียงปูนอาคารเก่าพังร่วงลักษณะนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก แต่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในเขตกรุงเทพมหานคร เนื่องจากในกรุงยังมีอาคารพาณิชย์และตึกแถวโบราณอายุหลายสิบปีในลักษณะนี้อยู่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ขาดการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธีจากเจ้าของอาคาร

ดังนั้น สิ่งที่ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนในขณะนี้ คือการสั่งการให้นายตรวจอาคาร หรือนายช่างโยธา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่มีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ออกตรวจตราความมั่นคงแข็งแรงของอาคารเก่าเชิงรุกอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงก่อนเข้าหน้าฝนเพื่อแจ้งเตือนให้เจ้าของอาคารรีบทำการปรับปรุงแก้ไข
‘สำหรับอาคารหลังที่เกิดเหตุนี้ ความจำเป็นเร่งด่วนคือต้องทำการตรวจสอบโครงสร้างส่วนที่เหลือทั้งหมดทันที ว่าได้รับแรงกระชากหรือผลกระทบจากการถล่มครั้งนี้จนสูญเสียความมั่นคงแข็งแรงไปด้วยหรือไม่ รวมถึงขอเรียกร้องให้ กทม. เร่งตรวจสอบระเบียงกันสาดของอาคารข้างเคียงที่ตั้งอยู่ในบล็อกเดียวกันโดยด่วนที่สุด เนื่องจากอาคารเหล่านี้มีรูปแบบการสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างในยุคเดียวกัน คาดว่าระบบจุดยึดน่าจะคล้ายคลึงกัน จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดการวิบัติถล่มซ้ำรอยลงมาจนสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนซ้ำอีก’ ศ.ดร.อมร กล่าวเน้นย้ำ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี