542.jpg
ฝนทิ้งช่วงนับเดือน! ชาวนาอำนาจเจริญทุกข์ ‘ต้นข้าวแห้งตาย’ วอนฝนตกช่วยชีวิต

ฝนทิ้งช่วงนับเดือน! ชาวนาอำนาจเจริญทุกข์ ‘ต้นข้าวแห้งตาย’ วอนฝนตกช่วยชีวิต

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.16 น.

ชาวนาอำนาจเจริญ 7 อำเภออ่วม! 'ฝนทิ้งช่วงนับเดือน' แดดเผากล้าข้าวแห้งตายคาแปลงนา ซ้ำร้ายเจาะบาดาลหวังช่วยดันเจอน้ำเค็มวอนฟ้าประทานฝนด่วนสัปดาห์นี้ก่อนหมดตัว

วันที่ 24 มิ.ย. 69 เกษตรกรผู้ทำนาปลูกข้าวในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ กำลังเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยขณะนี้พบว่าพื้นที่การเกษตรทั่วทั้ง 7 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมืองอำนาจเจริญ, อำเภอเสนางคนิคม, อำเภอหัวตะพาน, อำเภอลืออำนาจ, อำเภอพนา, อำเภอปทุมราชวงศา และอำเภอชานุมาน เริ่มประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงเป็นเวลาร่วม 1 เดือนเต็ม ส่งผลให้ต้นข้าวและต้นกล้าที่ชาวนาเพิ่งปักดำและหว่านไปในช่วงต้นฤดู ทยอยเหี่ยวแห้งยืนต้นตายต่อหน้าต่อตาเกษตรกรทีละแปลงนา ส่งผลให้ชาวนาหลายรายต้องดิ้นรนตระเวนหาซื้อต้นกล้าพันธุ์ในราคามัดละ 4 – 5 บาท เพื่อนำมาหว่านและปักดำซ่อมแซมใหม่ ซึ่งหากภายในสัปดาห์นี้ยังไม่มีฝนตกลงมา คาดว่าต้นกล้าข้าวจะได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างทวีคูณทั้งจังหวัด


จากการลงพื้นที่สอบถาม นายสอน อายุ 60 ปี เกษตรกรชาวนาในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ตนเองยึดอาชีพทำนาปลูกข้าวสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยในปีนี้ได้ลงทุนทำนาปลูกข้าวทั้งหมดจำนวน 50 ไร่ แบ่งเป็นข้าวเหนียว 30 ไร่ และข้าวจ้าวอีกจำนวน 20 ไร่ ซึ่งในช่วงต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา มีพายุฝนตกลงมาประเดิมฤดูกาล ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอในการทำนาหว่านและนาดำจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์

แต่หลังจากดำนาเสร็จ จู่ ๆ ฝนกลับทิ้งช่วงยาวนานเกือบเดือน แถมแสงแดดในแต่ละวันยังร้อนจัดมาก ทำให้น้ำในแปลงนาแห้งขอดจนดินเริ่มแตก ต้นข้าวไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงมาร่วมเดือนจนเริ่มทยอยเหลืองแห้งตายไปทีละต้นต่อหน้าต่อตา ตอนแรกผมพยายามแก้ปัญหาด้วยการควักทุนขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลในที่นาหวังสูบน้ำขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าว แต่โชคร้ายซ้ำสองเพราะน้ำใต้ดินที่สูบขึ้นมากลายเป็นน้ำเค็มจัด ไม่สามารถนำไปรดต้นข้าวได้เพราะจะยิ่งทำให้ข้าวตายเร็วขึ้น ทุกวันนี้ทำได้แค่นั่งมองท้องฟ้าโปร่งใสไม่มีก้อนเมฆอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ฝนตก ถ้าอาทิตย์นี้ฝนไม่ตกลงมา ข้าวทั้ง 50 ไร่คงแห้งตายจนหมดเนื้อหมดตัวแน่นอน’ นายสอน กล่าวด้วยความอัดอั้น

เช่นเดียวกับ นายโส อายุ 55 ปี เกษตรกรชาวนาจากอำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้งฝนทิ้งช่วงไม่ต่างกัน โดยเล่าว่า ปีนี้ตนทำนาปลูกข้าวทั้งหมด 20 ไร่ แบ่งเป็นปลูกข้าวจ้าว 3 ไร่ และข้าวเหนียวอีก 17 ไร่ ซึ่งการที่ฝนหยุดตกทิ้งช่วงไปนานกว่า 1 เดือน ส่งผลให้ข้าวบางแปลงนาแห้งเหี่ยวตายไปแล้ว

เพื่อไม่ให้ที่นาต้องปล่อยทิ้งว่างเปล่า ตนจึงจำเป็นต้องดิ้นรนเดินทางไปหาซื้อต้นกล้าพันธุ์ข้าวจากเพื่อนชาวนาในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งขายกันในราคามัดละ 4 – 5 บาท เพื่อนำกลับมาปักดำทดแทนต้นข้าวเก่าที่แห้งตายไป ทำให้ปีนี้ต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายในการทำนาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และหากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงยังลากยาวต่อไปเกินกว่าสัปดาห์นี้ คาดว่าข้าวนาปีในพื้นที่อำเภอเสนางคนิคมและอำเภอใกล้เคียงจะต้องทยอยแห้งตายเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างแน่นอน จึงอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสำรวจและช่วยเหลือเร่งด่วน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top