วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เขื่อนลำปาวเปิดฉากส่งน้ำฤดูฝนปี 69 ดีเดย์ปล่อยน้ำลงคลองสายใหญ่ หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกว่า 3 แสนไร่ เผยยอดน้ำกักเก็บ 43% พร้อมปันน้ำรักษาระบบนิเวศยาวถึงอุบลฯ ผอ.ยันไม่ประมาทคุมเข้มเอลนีโญ
วันที่ 26 มิ.ย. 69 นายสำรวย อินพิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือ เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการชลประทานล่าสุด ประจำวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวมีอยู่ที่ประมาณ 836 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 43 เปอร์เซ็นต์ ของความจุอ่างสูงสุดที่ 1,980 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณน้ำที่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ทางโครงการฯ ได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการชลประทานแบบมีส่วนร่วม ในรูปแบบคณะกรรมการจัดการชลประทาน หรือ JMC (Joint Management Committee for Irrigation) เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการส่งน้ำชลประทานเพื่อเสริมฝน และมีมติส่งน้ำฤดูฝนประจำปี 2569 โดยได้เริ่มดำเนินการให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ร่วมกันทำความสะอาดลอกคูคลองส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน เป็นต้นไป
นายสำรวย กล่าวว่า หลังจากเตรียมความพร้อมเรื่องคูคลองแล้ว ทางโครงการฯ ได้เริ่มเปิดประตูระบายน้ำเพื่อส่งน้ำเข้าสู่คลองส่งน้ำสายใหญ่ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เพื่อเข้าไปช่วยเหลือดูแลพื้นที่การเกษตรด้านล่างครอบคลุมกว่า 300,000 ไร่ ซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่ใน 4 อำเภอของจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แก่ อำเภอเมือง, อำเภอกมลาไสย, อำเภอฆ้องชัย, และอำเภอยางตลาด รวมไปถึงพื้นที่บางส่วนใน อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม
นอกจากนี้ ในส่วนของการระบายน้ำลงสู่ลำน้ำเดิมตามธรรมชาตินั้น ปัจจุบันทางเขื่อนลำปาวได้คงอัตราการระบายน้ำเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 6 ล้าน ลบ.ม. เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาระบบนิเวศทางธรรมชาติ และช่วยสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรในลุ่มน้ำสายล่าง ถือเป็นการส่งมอบอานิสงส์ยาวไปถึงพื้นที่บางส่วนของ จังหวัดร้อยเอ็ด, จังหวัดยโสธร, และจังหวัดอุบลราชธานี อีกด้วย
สำหรับความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เอลนีโญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ยืนยันว่า ปัจจุบันเขื่อนลำปาวยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากปรากฏการณ์ดังกล่าว เนื่องจากยังคงมีฝนตกในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเกณฑ์ค่าเฉลี่ยปีปกติ
อย่างไรก็ตาม ทางโครงการฯ จะไม่ตั้งอยู่ในความประมาท โดยมีการจัดทีมเฝ้าติดตามสถานการณ์สภาพอากาศและน้ำหลากอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงลึก ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในพื้นที่อย่างเด็ดขาด
‘อย่างไรก็ดี ทางโครงการฯ ต้องขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และพี่น้องเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำทุกท่าน ให้ช่วยกันดูแลทำความสะอาดคูคลองส่งน้ำในความรับผิดชอบ และขอความกรุณาให้ผู้ใช้น้ำในทุกภาคส่วน ร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า และเน้นการแบ่งปันน้ำอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เกิดความทั่วถึง เพียงพอ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม’ นายสำรวย กล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี