542.jpg
สกู๊ปพิเศษ : สทน. ต่อยอดเทคโนโลยีนิวเคลียร์ พัฒนา ‘บึงประดิษฐ์’ กำจัดโลหะหนัก ฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน

สกู๊ปพิเศษ : สทน. ต่อยอดเทคโนโลยีนิวเคลียร์ พัฒนา ‘บึงประดิษฐ์’ กำจัดโลหะหนัก ฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. นำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง “การเพิ่มประสิทธิภาพพืชบำบัดโลหะหนักด้วยเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2569 (Thailand Research Expo 2026) โดยเป็นผลงานวิจัยที่มุ่งแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักในแหล่งน้ำจากบ่อเหมืองร้าง ผ่านการพัฒนาระบบ บึงประดิษฐ์ (Constructed Wetland) ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์และเทคนิควิเคราะห์ขั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูคุณภาพน้ำและสร้างต้นแบบที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

จุดเริ่มต้นของงานวิจัยเกิดจากการสำรวจคุณภาพน้ำในบ่อเหมืองร้าง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่หลงเหลืออยู่หลังการปิดกิจการเหมือง ในช่วงที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้นำน้ำจากบ่อดังกล่าวมาใช้ในการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ส่งผลให้เกิดอาการแพ้และผื่นคันในบางราย จึงมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างละเอียด


ผลการวิเคราะห์พบว่า น้ำในบ่อเหมืองมีค่าความเป็นกรดสูงและมีการปนเปื้อนของโลหะหนัก โดยเฉพาะ แมงกานีส” (Manganese: Mn) ซึ่งหากมีการสะสมในปริมาณสูงเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ตลอดจนระบบนิเวศและทรัพยากรน้ำในพื้นที่

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีนิวเคลียร์ไม่ได้มีบทบาทเฉพาะด้านพลังงานหรือการวิจัยพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษาสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เทคโนโลยีนิวเคลียร์ช่วยให้นักวิจัยสามารถวิเคราะห์และติดตามการสะสมของโลหะหนักได้อย่างแม่นยำ ทำให้เราสามารถพัฒนาระบบบึงประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และนำไปสู่แนวทางการฟื้นฟูแหล่งน้ำที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในพื้นที่ต่างๆของประเทศ

หัวใจสำคัญของงานวิจัยคือการพัฒนาระบบ บึงประดิษฐ์” (Constructed Wetland) ซึ่งเป็นระบบบำบัดน้ำตามธรรมชาติที่ออกแบบขึ้นเพื่ออาศัยกระบวนการทางชีวภาพร่วมกับพืชน้ำในการดูดซับ กักเก็บ และลดปริมาณสารปนเปื้อนในน้ำ ก่อนปล่อยกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม โดยทีมวิจัยได้คัดเลือกพืชน้ำที่มีศักยภาพในการดูดซับโลหะหนักจำนวน 6 ชนิด ได้แก่ บัวอเมซอน กก พุทธรักษา สาหร่ายหางกระรอก ผักตบชวา และจอกแหน เพื่อนำมาศึกษาประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำปนเปื้อนโลหะหนัก

ดร.วลีพรพงค์เกื้อหัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่า ความโดดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์และเทคนิควิเคราะห์ขั้นสูง เพื่อศึกษาและติดตามพฤติกรรมของโลหะหนักภายในระบบบึงประดิษฐ์ได้อย่างละเอียด โดยใช้เทคนิค Neutron Activation Analysis (NAA) ร่วมกับเทคนิค Inductively Coupled Plasma–Optical Emission Spectrometry (ICP-OES) และ Stable Isotope Ratio Analysis (SIRA) ในการวิเคราะห์การดูดซับ การเคลื่อนย้าย และการสะสมของโลหะหนักภายในส่วนต่างๆของพืช

การศึกษาดังกล่าวช่วยให้สามารถประเมินศักยภาพของพืชแต่ละชนิดได้อย่างแม่นยำ ระบุได้ว่าพืชชนิดใดมีความเหมาะสมต่อการนำมาใช้ในระบบบึงประดิษฐ์สำหรับการบำบัดน้ำปนเปื้อนโลหะหนัก และสามารถออกแบบระบบบำบัดน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นบนพื้นฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ ผลการวิจัยจะนำไปสู่การพัฒนาต้นแบบระบบบึงประดิษฐ์สำหรับฟื้นฟูแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนโลหะหนักจากเหมืองร้าง รวมถึงสามารถประยุกต์ใช้กับแหล่งน้ำที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมอุตสาหกรรมและพื้นที่เสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ช่วยลดผลกระทบต่อชุมชน ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและเพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศในระยะยาว

ผลงานวิจัยชิ้นนี้สะท้อนบทบาทของ สทน. ในการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม และยืนยันถึงศักยภาพของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในการสร้างประโยชน์ต่อสังคม ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด จากวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์สู่การนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top