วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ขุนหาญจัดใหญ่! เปิดงานเทศกาลผลไม้และของดีศรีขุนหาญ ปี 69 ครั้งที่ 24 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์เสิร์ฟทุเรียนภูเขาไฟ GI คาดปีนี้โกยรายได้ทะลุ 1,200 ล้าน ชูแนวคิดล้ำ 'ทุเรียนคาร์บอนต่ำ' หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
ที่บริเวณสนามกีฬาวงกลมหน้าที่ว่าการอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด งานเทศกาลผลไม้และของดีศรีขุนหาญ ประจำปี 2569 ครั้งที่ 24 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างอำเภอขุนหาญ นำโดย นายศดิศ ณิชกุล นายอำเภอขุนหาญ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และกลุ่มเกษตรกรชาวสวน โดยกำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 2–10 กรกฎาคม 2569
วัตถุประสงค์หลักของการจัดงาน เพื่อเดินหน้าประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ’ ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นคือ ‘เนื้อเนียนนุ่ม ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน’ พร้อมทั้งสร้างช่องทางการตลาดแบบจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างเกษตรกรชาวสวนกับพ่อค้าคนกลางโดยตรง และร่วมรำลึกถึงคุณความดีของ ‘ขุนหาญ’ ผู้สร้างเมืองในอดีต ตลอดจนสืบสานวัฒนธรรมชน 3 เผ่าดั้งเดิม (เขมร ส่วย ลาว) ที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
ก่อนเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ นายศดิศ ณิชกุล นายอำเภอขุนหาญ ได้เป็นตัวแทนมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่จำนวน 30 ทุน พร้อมทั้งนำกลุ่มตัวแทนชาวสวนและผู้ร่วมงาน ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือใน ‘โครงการการพัฒนาและขยายผลเทคโนโลยีเตาชีวมวลไร้ควันเพื่อเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุในสวนทุเรียนภูเขาไฟ’ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และมุ่งสู่ระบบการผลิตทุเรียนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์เทรนด์การค้ายุคใหม่
สำหรับสีสันในพิธีเปิด ได้มีการนำนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์หุ่นยนต์จากฝีมือนักศึกษาความรู้ความสามารถของวิทยาลัยการอาชีพขุนหาญ มาใช้เป็นตัวบังคับขับเคลื่อนไปหยิบลูกทุเรียนใส่ลัง ก่อนส่งต่อให้นายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อวางบนแท่นเปิดงาน เมื่อวางลังทุเรียนแล้ว กลไกทุเรียนจำลองขนาดใหญ่ได้เปิดออก เผยให้เห็นกระเช้าผลไม้ของดีเมืองขุนหาญที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ประจำปีนี้ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ
นายศดิศ ณิชกุล นายอำเภอขุนหาญ เปิดเผยว่า พลเมืองส่วนใหญ่ในพื้นที่มีอาชีพเกษตรกรรม เนื่องจากสภาพดินทางภูมิศาสตร์ตอนใต้และตะวันออกเป็นดินภูเขาไฟเก่าและเป็นแหล่งต้นน้ำ มีแร่ธาตุสูง เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่หลากหลาย เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน
โดยจากการดำเนินงานตามแผนพัฒนาการเกษตรที่มุ่งเน้นการตรวจรับรองมาตรฐานความปลอดภัย (GAP) และการันตีด้วยเครื่องหมาย GI ส่งผลให้สถิติการเติบโตของทุเรียนภูเขาไฟขุนหาญในปี 2569 มีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้ 1.จำนวนเกษตรกรผู้ปลูก: ปัจจุบันมีจำนวนทุเรียนสะสมอยู่ที่ 927 ครัวเรือน 2.พื้นที่เพาะปลูกรวม: มีจำนวนทั้งสิ้น 7,380 ไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.9 จากปี 2568) 3.พื้นที่ที่ให้ผลผลิตแล้ว: มีจำนวน 5,982 ไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.25 จากปี 2568) 4.คาดการณ์ปริมาณผลผลิตปี 2569: มีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 9,000 ตัน และ 5.มูลค่าทางเศรษฐกิจรวม: คิดเป็นเงินหมุนเวียนสะพัดประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของจังหวัดได้อย่างมหาศาล
ทั้งนี้ ภายในงานตลอดทั้ง 9 วัน 9 คืน มีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย ประกอบด้วยการประกวดผลไม้เศรษฐกิจ (ทุเรียนหมอนทอง, กล้วยน้ำว้า, มะพร้าวน้ำหอม, สะตอ) และการเปิดบูธจำหน่ายสินค้า OTOP / วิสากิจชุมชน
นอกจากนี้ กิ่งกาชาดอำเภอขุนหาญได้จัดกิจกรรม ‘ออกร้านธารากาชาด’ เพื่อหารายได้ไปใช้ในภารกิจสังคมสงเคราะห์และบรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้ โดยจำหน่ายบัตรจับรางวัลราคาเพียงใบละ 20 บาท ซึ่งมีไฮไลต์ของรางวัลพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร คือ ‘ของรางวัลเป็นลูกทุเรียนภูเขาไฟสดๆจากสวน’ เพื่อให้ผู้ใจบุญได้ลุ้นรับไปรับประทาน พร้อมทั้งจัดเต็มความบันเทิงการแสดงรำวงย้อนยุคพื้นบ้าน (ขุนหาญคาลิปโซ่) และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังระดับประเทศ อาทิ วงลาบานูน, ใหม่ พัชรี, เสก โลโซ (เสทโลโซ) และมนต์แคน แก่นคูณ ตลอดระยะเวลาการจัดงาน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี