542.jpg
ดังบึ้ม3ครั้งติด  สนั่นชายแดน

ดังบึ้ม3ครั้งติด สนั่นชายแดน

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ดังบึ้ม3ครั้งติด

สนั่นชายแดน

ทหารเขมรรุก

ขุดคูเลตชิดรั้ว

นายกฯ เรียกรมว.กลาโหม-ผบ.สส.เข้าพบ อัปเดตด้านความมั่นคง ยันไม่ยุ่งเรื่องนอกอธิปไตย ด้านกองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุระเบิดชายแดนศรีสะเกษ ไม่พบหลักฐานกำลังพลไทยใช้อาวุธ ย้ำยึดข้อเท็จจริง ยับยั้งชั่งใจ ส่วนชาวบ้านหวั่นเขมร เร่งขุดคูเลต ทำบังเกอร์ประชิดชายแดนบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเรียก พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เข้าพบ เป็นการหารือเรื่องอะไรเกี่ยวกับประเด็นชายแดน กรณีที่กัมพูชา เตรียมยื่นข้อเสนอขอคืนพื้นที่หนองจาน จ.สระแก้ว หรือไม่ ว่าแต่ละสัปดาห์ ตนก็พยายามเชิญหน่วยงานด้านความมั่นคง มาอัพเดท เพราะช่วงนี้ก็มีประเด็นอย่างที่ว่าเดี๋ยวจะมีข้อเสนอนั่นข้อเสนอนี่ ก็ต้องมาถามให้เรียบร้อยว่าข่าวเป็นอย่างไร บางทีก็บอกว่ามีเสียงระเบิดตรงโน้น แต่ทั้งหมดคำตอบคือทุกอย่างเกิดขึ้นนอกเขตแดนไทย เราก็ทำอะไรไม่ได้ เขาจะยั่วยุหรือทำอะไรก็แล้วแต่ เราก็ต้องมีความอดทน ไม่ใช่ไปกระทำผิดเสียเองถือว่าอธิปไตยใครอธิปไตยมัน


ด้านกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับเสียงระเบิดในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ช่วงเวลาประมาณ 05.50 น.วันเดียวกัน ว่าได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยทหารในพื้นที่ พบว่ากำลังพลได้ยินเสียงระเบิด 3 ครั้ง ในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จากลักษณะและทิศทางของเสียง มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าแหล่งกำเนิดเสียงดังกล่าวมาจากพื้นที่ควบคุมของฝ่ายกัมพูชา และไม่ปรากฏหลักฐานหรือรายงาน ว่าหน่วยทหารไทย ได้ใช้อาวุธหรือดำเนินการใดที่เป็นสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่าพื้นที่ชายแดนบริเวณดังกล่าวเคยมีรายงานการได้ยินเสียงระเบิดเป็นครั้งคราวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย อาทิ การใช้วัตถุระเบิดเพื่อกิจกรรมด้านการก่อสร้างหรือทำเหมืองหิน รวมถึงกรณีสัตว์ป่าเหยียบกับระเบิดที่ยังตกค้างอยู่ในฝั่งกัมพูชา จึงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริง จนกว่าจะมีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน

กองทัพภาคที่ 2 ย้ำว่าการระบุชนิดอาวุธ หรือกล่าวอ้างถึงแหล่งที่มาของเสียงระเบิดโดยอาศัยเพียงการคาดการณ์ อาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อน ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความสัมพันธ์บริเวณแนวชายแดน จึงยึดหลักการนำเสนอข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบและสามารถยืนยันด้วยพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือ

พร้อมกันนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลทุกนายเป็นไปด้วยความยับยั้งชั่งใจ ภายใต้กรอบกฎหมาย หลักสากล และข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ควบคู่กับการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของฝั่งกัมพูชา ได้กลับมาสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่อีกครั้ง หลังจากพบกำลังทหารกัมพูชา นำรถแบ็กโฮ และเครื่องจักรหนัก เข้าขุดคูสนาม และก่อสร้างแนวป้องกันคล้ายบังเกอร์ประชิดแนวชายแดนไทย โดยบางจุดอยู่ห่างจากแนวรั้วลวดหนามฝั่งไทย ไม่ถึง 20 เมตร

จากการติดตามสถานการณ์พบว่าการก่อสร้างดังกล่าว ไม่เพียงขุดหลุม หรือจัดทำที่กำบังชั่วคราว แต่เป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอดแนวชายแดนบริเวณบ้านหนองจาน มีการใช้รถแบ็กโฮ รถตัก และเครื่องจักรกลหนักเข้าปรับพื้นที่ ขุดคูสนาม สร้างแนวป้องกัน สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนจากฝั่งไทย

แหล่งข่าวในพื้นที่ เปิดเผยว่า เดิมทีฝ่ายกัมพูชา เสริมความแข็งแรงของฐานที่มั่นและขุดบังเกอร์อยู่บริเวณด้านหลังแนวถนน K-5 ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในเขตพื้นที่กัมพูชา แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดพบว่ามีการขยับแนวการก่อสร้างเข้ามาใกล้พื้นที่ชายแดนอย่างเห็นได้ชัด บางจุดอยู่ประชิดแนวรั้วลวดหนามของไทย ในระยะไม่ถึง 20 เมตร ถือเป็นหนึ่งในจุดอ่อนไหว เนื่องจากอดีตเคยเป็นพื้นที่ยึดครองของฝ่ายกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม หลังจากฝ่ายไทยสามารถยึดคืนพื้นที่ได้ มีการได้จัดระเบียบพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวด มีการติดตั้งแนวรั้วลวดหนาม วางตู้คอนเทนเนอร์เป็นแนวกั้นตลอดแนวชายแดน รวมถึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน เฝ้าตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการรุกล้ำและรักษาความสงบเรียบร้อย

สำหรับความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของฝ่ายกัมพูชา เกิดขึ้นภายหลังจากสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับพื้นที่ชายแดน โดยชาวบ้านบริเวณชายแดนยอมรับว่า เริ่มรู้สึกวิตกกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และอาจนำไปสู่เหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างกำลังทหารของทั้งสองประเทศได้ หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฝ้าตรวจความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดกำลังลาดตระเวนตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top