วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
จากกรณีที่มีตัวแทนสื่อมวลชนซึ่งพักอาศัยและดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการนิติบุคคลของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ได้เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก "กัน จอมพลัง" เนื่องจากถูกบุคคลที่อ้างตัวเป็นนักการเมืองและอดีตผู้สมัคร สส. บุกเข้ามาคุกคาม ทำร้ายร่างกายผู้เกี่ยวข้อง และขโมยหลักฐานสำคัญถึงภายในคอนโดมิเนียม เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้พักอาศัยและกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากถึงพฤติกรรมอันอุกอาจของผู้ที่เรียกตนเองว่าทำงานเพื่อสังคม
ปูมหลังความขัดแย้ง จากผู้ช่วยเหลือสู่ปัญหาความแตกแยก
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่คอนโดมิเนียมดังกล่าวประสบเหตุแผ่นดินไหวและได้รับผลกระทบอย่างหนัก ระบบน้ำและไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ นักการเมืองรายนี้ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือในฐานะบุคคลภายนอก โดยมีการประสานงานหน่วยงานต่างๆ เข้ามาดูแลพื้นที่ ซึ่งในระยะแรกการดำเนินงานเป็นไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตาม ภายหลังเหตุการณ์คลี่คลาย บุคคลดังกล่าวยังคงตั้งสำนักงานบรรเทาทุกข์ชั่วคราวอยู่บริเวณชั้นล่างของคอนโดมิเนียม และได้ดึงลูกบ้านบางส่วนไปทำงานจิตอาสาด้วย
เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลชุดใหม่ บุคคลนี้ได้พยายามเข้ามามีบทบาทในการควบคุมการทำงานของคณะกรรมการ ทำให้เกิดความขัดแย้งและแบ่งพรรคแบ่งพวกในกลุ่มลูกบ้าน จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อมีทีมงานของนักการเมืองคนดังกล่าวนำข้อมูลไปโพสต์ในกลุ่มไลน์ลูกบ้านที่มีสมาชิกกว่า 600 คน โดยแอบอ้างว่านักการเมืองรายนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะทำงานของนายกรัฐมนตรี พร้อมแนบลิงก์ข่าวเก่าตั้งแต่ปี 2562 ด้วยสัญชาตญาณของสื่อมวลชน นักข่าวรายนี้จึงได้ตรวจสอบข้อมูลไปยังพรรคการเมืองต้นสังกัด และได้รับการยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง จากนั้นทางผู้ใหญ่ของพรรคได้โทรศัพท์ไปตักเตือนนักการเมืองรายนี้โดยตรง สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าตัวเป็นอย่างมาก

ขอบคุณภาพจาก กันจอมพลัง ช่วยสู้
เหตุการณ์บุกคุกคามและทำร้ายร่างกาย
เหตุการณ์ความรุนแรงปะทุขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคม เวลาประมาณ 20.00 น. ขณะที่นักข่าวผู้เสียหายกำลังเดินลงมาบริเวณป้อมยามหน้าคอนโดมิเนียม นักการเมืองพร้อมกลุ่มทีมงานประมาณ 5-6 คน ซึ่งสวมเสื้อทีมและมีกลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างรุนแรง ได้ปรี่เข้ามาประชิดตัวผู้เสียหายในทันที โดยเปิดฉากใช้วาจาข่มขู่และตะโกนต่อว่าด้วยความไม่พอใจอย่างหนักถึงกรณีที่นักข่าวโทรศัพท์ไปตรวจสอบประวัติของตนกับทางพรรคภูมิใจไทย พร้อมทั้งพยายามเดินจี้และใช้ร่างกายดันตัวเข้าหาเพื่อคุกคามผู้เสียหายอย่างต่อเนื่องจนไม่ยอมถอย ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือด
ในระหว่างการปะทะคารม นักการเมืองรายนี้ได้นำโทรศัพท์มือถือมาเปิดภาพใบแจ้งความและเอกสารการฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทเพื่อใช้ข่มขู่ผู้เสียหายและคณะกรรมการนิติบุคคล โดยหยิบยกประเด็นการพูดคุยในกลุ่มไลน์ของคณะกรรมการคอนโดมิเนียมมาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว นักการเมืองรายนี้ "ไม่ได้เป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์ดังกล่าวแต่อย่างใด" แต่ได้รับข้อมูลมาจากทีมงานของตนเองที่แฝงตัวเป็นกรรมการนำไปฟ้องร้อง

ขอบคุณภาพจาก กันจอมพลัง ช่วยสู้
นอกจากนี้ นักการเมืองรายดังกล่าวยังได้บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความชอบธรรมในการคุกคาม โดยกล่าวหาว่าผู้เสียหายได้ส่ง "รูปภาพปืน" เข้าไปในกลุ่มไลน์เพื่อข่มขู่ตนเองจนทำให้รู้สึกหวาดกลัว ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว รูปภาพดังกล่าวเป็นเพียงภาพที่ผู้เสียหายถ่ายรายงานการปฏิบัติงานขณะลงพื้นที่ทำงาน เพื่อแจ้งให้คณะกรรมการในกลุ่มไลน์รับทราบเรื่องการทำงานเท่านั้น แต่กลับถูกลูกน้องของนักการเมืองนำภาพไปบิดเบือนและยุยง ทำให้นักการเมืองใช้เป็นข้ออ้างในการเรียกตัวคณะกรรมการนิติบุคคลคนอื่นๆ ลงมาต่อว่า ข่มขู่ และใช้อำนาจคุกคามด้วยสารพัดวิธี
เมื่อสถานการณ์ทวีความรุนแรงและถูกคุกคามหนักขึ้น กลุ่มผู้เสียหายจำนวน 3 คน เริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจเดินไปที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิดบริเวณชั้น 1 และต่อเนื่องไปยังชั้น 5 เพื่อคัดลอกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานปกป้องตนเอง ทว่ากลุ่มของนักการเมืองเมื่อเห็นความเคลื่อนไหว ได้ยกโขยงติดตามขึ้นไปถึงห้องวงจรปิดที่ชั้น 5 ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป นักการเมืองรายนี้ได้กระทำการอุกอาจด้วยการเอามือล้วงกระเป๋า แล้วพุ่งใช้ศีรษะโขกทำร้ายร่างกายบุคคลท่านหนึ่งอย่างแรง จนผู้บาดเจ็บล้มหงายท้องศีรษะเกือบฟาดขอบโต๊ะ ซ้ำยังตะโกนแก้ตัวหน้าตาเฉยว่า "กูเอามือล้วงกระเป๋านะเว้ย กูไม่ได้ใช้มือต่อย มึงล้มไปเอง" เพื่อปัดความรับผิดชอบต่อการทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้น
พฤติกรรมอุกอาจ ขโมยหลักฐานและตามรังควาน
นอกจากพฤติกรรมการทำร้ายร่างกายแล้ว ภายในห้องกล้องวงจรปิดยังเกิดเหตุการณ์โจรกรรมขึ้นด้วย ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนว่า ทีมงานของนักการเมืองได้วางแผนให้ชายรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาบังสายตาของนักข่าวผู้เสียหาย จากนั้นนักการเมืองได้ฉวยโอกาสดึงแฟลชไดรฟ์ที่เสียบอยู่กับเครื่องบันทึกภาพหลบหนีไป ซึ่งแฟลชไดรฟ์ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เสียหาย ภายในบรรจุข้อมูลสำคัญ ทั้งบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สเตทเมนต์ธนาคาร และข้อมูลการทำงานส่วนตัว เมื่อผู้เสียหายทวงถามถึงแฟลชไดรฟ์ที่หายไป กลับถูกปฏิเสธและท้าทายให้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแสดงท่าทีเยาะเย้ยโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย
พฤติกรรมการคุกคามยังไม่จบเพียงเท่านั้น นักการเมืองรายนี้ได้ทำการไลฟ์สดผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของตนเอง โดยระบุชื่อผู้เสียหายและชื่อคอนโดมิเนียมอย่างชัดเจน พร้อมกล่าวหาว่าคณะกรรมการนิติบุคคลชุดนี้เป็นมาเฟียกลั่นแกล้งตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้พาพวกบุกไปรังควานผู้เสียหายถึงสถานที่ทำงาน เพื่อพูดคุยกดดันหัวหน้างานให้ไล่ผู้เสียหายออกจากงาน โดยอ้างว่าตนเองรู้จักกับผู้ใหญ่ในที่ทำงานดังกล่าว แต่ทางหัวหน้างานทราบถึงพฤติการณ์และไม่หลงเชื่อ
.png)
ขอบคุณภาพจาก กันจอมพลัง ช่วยสู้
จุดยืน "กัน จอมพลัง" ไม่รับเคลียร์ พร้อมดำเนินคดีเด็ดขาด
หลังจากที่เรื่องราวถูกส่งมาถึง "กัน จอมพลัง" เขาเปิดเผยว่านี่เป็นคดีที่มีผู้ใหญ่ทางการเมืองโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาเพื่อขอไกล่เกลี่ยมากที่สุดเท่าที่เคยทำงานมา อย่างไรก็ตาม "กัน จอมพลัง" ได้ยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่า จะไม่มีการรับเคลียร์คดีใดๆ ทั้งสิ้น เขาได้อธิบายข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดให้ผู้ที่โทรมาติดต่อได้รับทราบ ซึ่งเมื่อผู้ใหญ่เหล่านั้นได้ทราบความจริง ต่างก็เห็นพ้องว่าไม่ควรเข้าข้างผู้กระทำผิด และขอให้ผู้ก่อเหตุยอมรับผลจากการกระทำของตนเอง
"กัน จอมพลัง" ยังได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมถึงพฤติกรรมของนักการเมืองรายนี้ว่า การแก้ไขปัญหาด้วยการใช้ความรุนแรงและขโมยทรัพย์สินผู้อื่น เป็นการกระทำที่เหมาะสมกับผู้ที่อ้างตัวว่าช่วยเหลือสังคมหรือไม่ รวมถึงได้ฝากตั้งคำถามถึงกรณีที่นักการเมืองรายนี้สวมใส่ชุดข้าราชการสีขาวพร้อมประดับเครื่องหมายรักษาดินแดนของกระทรวงมหาดไทย ว่าได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามระเบียบหรือไม่
สำหรับการดำเนินการทางกฎหมาย ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทางผู้ก่อเหตุบางส่วนได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดย "กัน จอมพลัง" ยืนยันว่าจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจท้องที่ เพื่อติดตามดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนในเหตุการณ์นี้อย่างถึงที่สุด พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดโอกาสและท้าทายให้นักการเมืองคู่กรณีออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมมองของตนเองต่อสังคม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี