542.jpg
รัฐบาลเอาจริง! เชือดหาดฟรีด้อม ปิดประกาศให้ผู้บุกรุกพื้น รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 5 ส.ค.นี้

รัฐบาลเอาจริง! เชือดหาดฟรีด้อม ปิดประกาศให้ผู้บุกรุกพื้น รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 5 ส.ค.นี้

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.46 น.

 รัฐบาลเอาจริง! “สุชาติ” เชือดหาดฟรีด้อม ปิดประกาศ ม.25 สั่งรื้อ 22 สิ่งปลูกสร้าง ขานรับนโยบาย “อนุทิน” ปราบผู้รุกที่ดิน

รัฐบาลเดินหน้าเอาจริงกับการทวงคืนที่ดินของรัฐ ภายใต้นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับทุกหน่วยงานเร่งปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ของรัฐและการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างผิดกฎหมาย โดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นนายทุน ผู้มีอิทธิพล หรือผู้ใดก็ตาม พร้อมเร่งคืนพื้นที่สาธารณะกลับสู่ประชาชน


วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ นำเจ้าหน้าที่ดำเนินการติดประกาศคำสั่งกรมป่าไม้ตามมาตรา 25 บริเวณหาดฟรีด้อม จังหวัดภูเก็ต แจ้งผู้ครอบครองพื้นที่ให้รื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างรวม 22 รายการ ภายในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เพื่อเร่งทวงคืนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกลับมาเป็นสมบัติของประชาชน

นายสุชาติ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งปราบปรามการบุกรุกที่ดินของรัฐอย่างจริงจัง เด็ดขาด และต่อเนื่อง โดยย้ำว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของคนไทยทั้งประเทศ จะไม่ปล่อยให้บุคคลหรือกลุ่มทุนเข้าครอบครองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนอีกต่อไป ทุกกรณีต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่มีข้อยกเว้น และไม่มีการเลือกปฏิบัติ

“กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อทวงคืนผืนป่าและที่ดินของรัฐกลับคืนสู่ประชาชน พร้อมพัฒนาพื้นที่หาดฟรีด้อมให้เป็นป่านันทนาการและพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน” นายสุชาติ กล่าว

ด้านนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดประกาศคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด เนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา เพื่อให้ผู้ครอบครองพื้นที่รื้อถอนอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินรวม 22 รายการ พร้อมออกจากพื้นที่ภายในกำหนด

หากผู้ครอบครองไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด กรมป่าไม้จะเข้ารื้อถอนตามขั้นตอนของกฎหมาย และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้กระทำผิดทั้งหมด โดยการอุทธรณ์คำสั่งไม่เป็นเหตุให้ระงับการบังคับใช้ เว้นแต่จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนออกคำสั่ง กรมป่าไม้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองพื้นที่ชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว แต่เมื่อพิจารณาแล้ว พยานหลักฐานยังไม่สามารถหักล้างผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ได้ จึงมีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด เพื่อยืนยันหลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของชาติไม่ให้ถูกบุกรุกอีกต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top