วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ช็อกโยงอีก5รพ.เอกชน
แก๊งพ่อทิพย์
คาดแจ้งเกิดเท็จ500คน
ล่า26คนร่วมขบวนการ
ตำรวจเร่งขยายผลคดี “ถอดเกล็ดมังกร” สะเทือนวงการสาธารณสุข หลังพบข้อมูลเชื่อมโยงโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง 5 แห่ง ในกรุงเทพฯ อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการรับรองบุตรโดยมิชอบ พร้อมเร่งตรวจสอบบทบาทผู้เกี่ยวข้อง พร้อมล่าตัว “พ่อทิพย์” ที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดี เตรียมส่งฝากขังผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวในขณะนี้ ส่วนลูกสาวตัวจริงโผล่เยี่ยม คาดพ่อถูกหลอกให้จดทะเบียนสมรสกับคนจีน ก่อนจะหย่าในภายหลัง โดยได้ค่าจ้าง 2 พัน
ความคืบหน้าปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” ของตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการกวาดล้างเครือข่ายรับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้เด็กต่างชาติ เพื่อให้ได้รับสัญชาติไทย หลังจากที่ตำรวจได้ขยายผล กวาดล้างขบวนการ“ถอดเกล็ดมังกร”โดยจับกุมทั้งหมด 19 คน จาก 40 หมายจับ แบ่งเป็นพ่อไทยทิพย์ 10 คน หญิงจีน 7 คน และนางสาวสุนีย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียนโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง และนางสาวศิริพร นายทะเบียนสำนักงานเขตธนบุรีโดยตอนนี้ตำรวจกำลังขยายผลติดตามตัวผู้กระทำผิดที่เหลืออยู่จากขบวนการนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ สน.บางยี่เรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ควบคุมตัว นายประจวบ ชายสัญชาติไทย และนางเสี่ยว อึ่ง หวู หญิงสัญชาติจีน มายังห้องสอบสวน โดยทั้งสองคนมีทนายความเดินทางมาด้วย เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยตลอดเวลาที่อยู่ภายในห้องสอบสวน นายประจวบมีสีหน้าเคร่งเครียด ก้มหน้าอยู่เป็นระยะ ก่อนถูกนำตัวไปควบคุมภายในห้องขัง
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่คุมตัวนายประจวบเข้าห้องขัง ทีมข่าวพยายามสอบถามถึงข้อเท็จจริงกรณีรับจ้างเป็นพ่อเด็ก ได้รับค่าตอบแทนเท่าใด รวมถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้เคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนอมินีของบริษัทแห่งหนึ่ง และมีสิ่งใดต้องการชี้แจงเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ตลอดเวลานายประจวบปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยก่อนเดินเข้าห้องขังได้หันไปมองทนายความของตนเองเพียงครู่หนึ่ง
ทนายความไม่สะดวกให้ข้อมูล
จากนั้น ทีมข่าวได้พยายามสอบถามทนายความของนายประจวบและหญิงชาวจีน แต่ทนายความของทั้งสองฝ่ายไม่สะดวกให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะเดินทางกลับทันที
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังทยอยควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีปั้นเด็กต่างด้าวเป็นคนไทย เพื่อหวังให้เด็กถือสองสัญชาติและได้รับสิทธิทั้งจากประเทศไทยและจีน มาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยผู้ต้องหาแต่ละคู่ที่เดินทางมาถึง สน.บางยี่เรือ ต่างก้มหน้า ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ก่อนถูกนำตัวเข้าห้องสอบสวน
นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้พบหญิงชาวไทยรายหนึ่งที่เดินทางมาเยี่ยมญาติ ซึ่งยอมรับเพียงว่าคนในครอบครัวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดหรือระบุชื่อ พร้อมระบุเพียงว่าจะดำเนินการยื่นประกันตัว และปฏิเสธให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับสื่อมวลชน
สาวเวชระเบียนไม่ตอบคำถามสื่อ
ต่อมาเมื่อเวลา 20.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นางสาวสุนีย์ ออกจากห้องสอบสวน โดยเมื่อเธอเดินออกมา ผู้สื่อข่าวซึ่งปักหลักติดตามสถานการณ์อยู่ที่ สน.บางยี่เรือ ได้พยายามเข้าสอบถามถึงกรณีที่เธอเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเอกชน และถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้แจ้งเกิดให้กับเด็กชาวจีน
ทันทีที่ก้าวออกจากห้องสอบสวน นางสาวสุนีย์ ได้ดึงหมวกลงมาปิดบังใบหน้า พร้อมเร่งเดินหลบเลี่ยงสื่อมวลชน ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าวได้อย่างไร ได้รับค่าตอบแทนจากการแจ้งเกิดให้เด็กชาวจีนหรือไม่ รวมถึงผ่านมาเคยดำเนินการในลักษณะดังกล่าวมาแล้วกี่ครั้ง และมีสิ่งใดต้องการชี้แจงเพิ่มเติมหรือไม่ แต่เธอไม่ตอบคำถามใด ๆ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวออกไป
นายจ้างยื่นขอประกันตัว‘วิโรจน์’
ด้าน นางเอื้อม อายุ 60 ปี นายจ้างของนายวิโรจน์ ที่ถูกควบคุมตัวจากบ้านพัก จ.ราชบุรี เปิดเผยกับทีมข่าวภายหลังเดินทางมายื่นขอประกันตัว นายวิโรจน์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว โดยระบุว่าตัวเองทำธุรกิจเกี่ยวกับนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนและมีสามีเป็นคนจีน จึงมีญาติของสามี ที่เป็นคนจีนมาทำงานในฐานะลูกจ้างคอยสื่อสารเกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศจีนให้เป็นระยะเวลา 10 ปี เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตทำงาน หรือเวิร์กเพอร์มิต เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่นเดียวกับ นายวิโรจน์ ที่เป็นลูกจ้างของตนเช่นเดียวกัน
ยัน‘วิโรจน์’ไม่ได้รับค่าจ้าง
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ นายวิโรจน์ มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นพ่อของเด็กชาวจีน ซึ่งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทราบว่าเด็กคนนี้มีแม่เป็นชาวจีนชื่อ นางหยาง เว่ยเซีย มีพ่อแท้ๆชื่อ นายนิ และมี นายวิโรจน์ อายุ 50 ปี ลูกจ้างของตนเซ็นรับเป็นพ่อของเด็กชาวจีน 3 คน ประกอบด้วย เด็กชายอายุ 9 ขวบ เด็กหญิงอายุ 7 ขวบและเด็กหญิงอายุ 3 ขวบ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นลูกของ นางหยาง และนายนิ โดยการที่ให้นายวิโรจน์ ไปเซ็นเป็นพ่อของเด็กทั้ง 3 คน และครอบครัวคิดว่าเป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายสามารถทำได้ เพราะเด็กทั้ง 3 คนเกิดที่ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งมีนางสุนีย์ เป็นพยาบาลอยู่ที่นั่น ทำหน้าที่เป็นล่ามภาษาจีนให้ แต่ไม่รู้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการพ่อทิพย์อย่างไร
ทั้งนี้ นางสาวเอื้อม ยืนยันว่า นายวิโรจน์ไม่ได้รับค่าจ้างตามที่มีข่าวปรากฏออกไปก่อนหน้านี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีชาวจีนรายอื่น ติดต่อให้นายวิโรจน์ เซ็นเอกสารเป็นพ่อด้วยหรือไม่? นางสาวเอื้อม กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบรายละเอียด และย้ำว่าเอกสารที่เป็นประเด็นไม่ใช่เอกสารของบริษัทตนเอง เพราะตนเดินทางมาเพียงเพื่อช่วยประกันตัวนายวิโรจน์ เท่านั้น พร้อมกับยืนยันว่าตนและหลานที่เป็นชาวจีนไม่ใช่กลุ่มจีนเทา ไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นนอมินีของบุคคลใด และไม่มีความจำเป็นต้องกระทำเช่นนั้น เนื่องจากบริษัทมีเจ้าของกิจการอย่างถูกต้องอยู่แล้ว
ลูกสาวหนึ่งในพ่อไทยทิพย์รุดเยี่ยม
ต่อมา ในช่วงเช้าวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สน.บางยี่เรือว่า ได้มีลูกสาวของนายองอาจ หนึ่งในพ่อไทยทิพย์ ที่เดินทางมาเยี่ยมพ่อ ซึ่งลูกสาวเล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว พ่อมีภรรยาใหม่ ทำงานอยู่ย่านสำเพ็ง และภรรยาก็แนะนำให้พ่อรู้จักกับ นางหลี่เหย่น คนจีน และได้มีการให้ไปเซ็นเอกสารทะเบียนสมรสกับคนจีน ซึ่งเธอไม่ทราบเหตุผลที่ไปจดทะเบียน เพราะตอนนั้นเธอยังเด็ก
จากนั้นได้มีโอกาสสอบถามพ่อโดยพ่อบอกว่าไม่รู้ตอนนั้นภรรยาใหม่ที่เป็นคนไทย ให้ไปเซ็นทะเบียนสมรสกับสาวจีน ซึ่งพ่อไม่รู้เรื่องเอกสาร จึงเซ็นไปโดยไม่รู้ว่ามีการสอดไส้ ให้มีการเซ็นรับรองบุตรด้วยหรือไม่ และตอนนั้นพ่อได้เงินค่าเซ็นเอกสารจำนวน 2,000 บาท และเมื่อถามว่าตอนนั้นนางหลี่เหย่นท้องหรือยัง เธอบอกว่ายังไม่ได้ท้อง เพิ่งจะมาท้องเมื่อไม่กี่ปีนี่เอง และหลังจากนั้นก็มีการเซ็นหย่ากับนางหลี่เหย่น ซึ่งเธอไม่รู้เหตุผลของการหย่าในครั้งนั้นด้วยเช่นกัน จนกระทั่งเกิดเรื่อง ตนจึงถามกับสาวไทยที่เป็นภรรยาของพ่อตอนนั้น ซึ่งเขาปฏิเสธว่าไม่รู้ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงเดินทางมาที่ สน.บางยี่เรือ เพื่อทำเรื่องขอประกันตัวพ่อ แต่เจ้าหน้าที่ให้ไปประกันตัวในชั้นศาล
เตรียมพาไปขออำนาจศาลฝากขัง
สำหรับพ่อไทยทิพย์ทั้งหมด โดนแจ้งในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นโดยมิชอบและสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ ขณะที่ตำรวจจะคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ไปขออำนาจศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางฝากขังในวันที่ 11 ก.ค.
ส่วน น.ส.ศิริพร เจ้าหน้าที่เขตธนบุรี ที่ถูกคุมตัวมาพิมพ์ลายนิ้วมือ ยังไม่ตอบคำถามใดๆ กับผู้สื่อข่าว
หนึ่งในผู้ต้องหาแจงเหตุรับรองเด็ก
ที่ สน.บางยี่เรือ นายวิโรจน์ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีรับรองบุตรโดยมิชอบ เปิดเผยระหว่างถูกควบคุมตัวมาพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยยังปฏิเสธให้รายละเอียดเกี่ยวกับคดี และไม่ตอบคำถามถึงบทบาทของตนในขบวนการ
นายวิโรจน์ ยอมรับว่า รู้จักหญิงชาวจีนในฐานะญาติ และเป็นผู้ลงนามในเอกสารรับรองบุตรจริง โดยอ้างว่าเซ็นเอกสารให้เพราะเห็นว่าเป็นญาติ และไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ แต่ไม่ตอบชัดเจนว่าขณะลงนามทราบหรือไม่ว่าเอกสารดังกล่าวเป็นการรับรองบุตรตามกฎหมาย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว จำไม่ได้ว่าเริ่มลงนามตั้งแต่เมื่อใด รวมถึงจำจำนวนเด็กที่รับรองไม่ได้ แต่ยืนยันว่าเพิ่งทราบเรื่องหลังถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม
เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่ญาติชาวจีนขอให้ลงนามรับรองบุตร นายวิโรจน์ ระบุว่า ต้องการพาเด็กมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย และยอมรับว่าเป็นการดำเนินการเพื่อให้เด็กสามารถเข้ามาเรียนในไทย โดยในขณะนั้นเด็กมีอายุประมาณ 6-7 ขวบ ส่วนสถานที่ดำเนินการจำได้เพียงว่าอยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่ไม่สามารถระบุสำนักงานเขตได้ เนื่องจากเวลาผ่านมานานแล้ว พร้อมยอมรับว่าขณะนี้รู้สึกเครียดกับคดี และเตรียมยื่นขอประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาล
เผยเคยรับรองบุตรให้เด็ก4คน
ขณะที่ข้อมูลจากชุดสืบสวนระบุว่า นายวิโรจน์ ให้การว่า เคยลงนามรับรองบุตรให้เด็กทั้งหมด 4 คน จาก 2 ครอบครัว โดยครอบครัวแรกที่รับรองเด็ก 2 คน ได้เดินทางกลับประเทศจีนแล้ว ส่วนอีกครอบครัวยังคงอาศัยอยู่ในประเทศไทย
นอกจากนี้ จากแนวทางการสืบสวนยังพบชื่อของนายปริญญา ซึ่งถูกระบุว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการ “พ่อทิพย์” โดยเด็กที่มีการรับรองบิดาตามเอกสาร มีมารดาเป็นหญิงชาวจีนชื่อ น.ส.เป้าเจียว เฉิน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนายเฉิน ยินไล ผู้ต้องหาชาวจีน ที่เคยถูกจับกุมในคดีเครือข่ายสแกมเมอร์และฟอกเงินมูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่สามารถขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์ DNA เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดของเด็กกับผู้ที่อ้างเป็นบิดา
พบจนท.รพ.เอกชน5แห่งมีเอี่ยว
มีรายงานข่าวแจ้งว่า คดี“พ่อทิพย์” ที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ คาดว่าจะมีการแจ้งเกิดเท็จกับเด็กชาวต่างชาติประมาณ 500 คน ยังไม่ถึง 1,000 คน ตามที่เป็นข่าว ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง 5 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตบางรัก, ธนบุรี, บางกอกน้อย, บางขุนเทียน และภาษีเจริญ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนผู้ต้องหาอีก 26 คน ที่ถูกออกหมายจับนั้น มีพฤติกรรมเป็นพ่อทิพย์ล้วนๆ อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมมาดำเนินคดี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี