วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
จับอีก4แก๊งพ่อทิพย์
อึ้งแจ้งเกิดเท็จพุ่งอื้อ
“บิ๊กราญ” นำทีมเปิดปฏิบัติการทลายขบวนการ “พ่อทิพย์” รับสวมสิทธิให้เด็กต่างด้าวเกือบ 1,500 ราย ได้รับสัญชาติไทย บุกค้นโรงพยาบาลเอกชน รวบตัว 4 ผู้ต้องหา พ่อ-แม่ไทย-จีน เตรียมถอนสัญชาติเด็ก ผลักดันครอบครัวกลับประเทศ ขณะที่รัฐบาลประกาศดีเดย์ 1 สิงหาฯ ทำสงครามนอมินีตรวจเข้มเชิงลึก
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ พร้อมด้วยพล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจและผู้แทนจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมการปกครอง DOPA N.IC.E สำนักงาน ปปง. ป.ป.ท.กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) เปิดปฏิบัติการบุกทลายขบวนการ “พ่อไทยทิพย์” ที่ลักลอบสวมสิทธิ์แจ้งเกิดให้เด็กต่างด้าวกว่า 1,500 ราย
พร้อมกันนี้ยังได้จับกุมผู้ร่วมขบวนการ 4 ราย ประกอบด้วยคนไทย 2 ราย คือ นาย หมง และ นาย วอ (พ่อทิพย์) และ ชาวจีน 2 ราย น.ส.ซี มารดาชาวจีน นายหู บิดาที่แท้จริง ชาวจีน นอกจากนี้ยังเข้าตรวจค้นบ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง โรงพยาบาลเอกชน 1 แห่ง และสำนักงานเขตที่เกี่ยวข้องอีก 1 แห่ง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเนื่องจากประชาชนร้องเรียน และส่งหลักฐานให้ตำรวจตรวจสอบขบวนการลักลอบช่วยให้ลูกของชาวต่างชาติ ได้รับสัญชาติไทย ด้วยการว่าจ้างชายไทย ที่ไม่ใช่พ่อแท้ๆ มาจดทะเบียนรับรองบุตร ทำให้เด็กต่างชาติ ได้รับสูติบัตร ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และสิทธิในฐานะคนไทย ทั้งที่เป็นข้อมูลเท็จ
“จากการสืบสวนพบข้อมูลเด็กต้องสงสัยกว่า 1,483 ราย เชื่อมโยงโรงพยาบาลต้องสงสัย 8 แห่ง โดยก่อนหน้านี้ตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรก พบเด็กต้องสงสัย 62 ราย ยืนยันการทุจริตแล้ว 19 ราย และยังอยู่ระหว่างขยายผลอีก 43 ราย”พล.ต.อ.สำราญ กล่าว
และว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ได้ตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 9 พบเด็กต้องสงสัย 3 ราย และพบพฤติการณ์เข้าข่ายทุจริตแล้ว 2 ราย อีก 1 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ก่อนที่ DOPA N.I.C.E. จะเข้าแจ้งความกับ สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ทางตำรวจได้ลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งสอบปากคำพยาน ตรวจเวชระเบียน ตรวจเอกสารการแจ้งเกิด และตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของพ่อ แม่ และเด็ก จนพบว่าหญิงชาวจีนรายหนึ่งและสามีชาวจีนต้องการให้ลูกทั้ง 2 คนได้สัญชาติไทย จึงติดต่อขบวนการนายหน้าให้หาชายไทย มารับรองบุตรแทนพ่อที่แท้จริง ชายไทยที่ถูกว่าจ้าง มี 2 คน คือนายหมง และนายวอ โดยทั้งคู่ไม่เคยรู้จักหรือมีความสัมพันธ์กับหญิงชาวจีน แต่ยอมใช้เอกสารส่วนตัวและแสดงตัวเป็นพ่อเด็กเพื่อแลกกับค่าจ้าง
ขณะที่นายวอ พบประวัติคดียาเสพติดและการพนันในพื้นที่ จ.พิจิตร ตำรวจเชื่อว่าขบวนการนี้ทำกันเป็นเครือข่าย มีการอาศัยช่องโหว่ของระบบและขั้นตอนการรับรองบุตร เพื่อให้เด็กต่างด้าวได้รับสัญชาติไทยอย่างผิดกฎหมาย เบื้องต้นดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ใช้เอกสารราชการอันเป็นเท็จ และทุจริตทะเบียนราษฎรเพื่อให้ได้สัญชาติไทยโดยมิชอบ
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า จะต้องถอนสัญชาติของเด็ก ก่อนผลักดันทั้งครอบครัวชาวจีนกลับประเทศ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งของภาครัฐเอง และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานทางการแพทย์ ซึ่งก็คือโรงพยาบาลทุกประเภท ก็จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญา หากเป็นเป็นเจ้าหน้าที่ของทางราชการที่เข้าไปมีส่วนร่วม มีโทษสถานเดียวคือให้ออกจากราชการ และลงโทษทางวินัยสูงสุด ส่วนสถานบริการพยาบาลหรือโรงพยาบาลเอกชนจะนำไปสู่การถอดถอนใบอนุญาตทั้งระดับบุคคลและระดับโรงพยาบาลด้วย
ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กำลังเร่งตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารรับรองการเกิดทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการฝากครรภ์ การทำคลอด ไปจนถึงการออกหนังสือรับรองการเกิด ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแจ้งเกิดและการออกสูติบัตร ขณะนี้ได้สั่งอายัดเอกสารที่เกี่ยวข้องจากโรงพยาบาลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนใช้เป็นพยานหลักฐาน
พร้อมขยายการตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลเอกชนกว่า 470 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า จะไม่มีการกระทำลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแส หากพบการกระทำผิดเกี่ยวกับการออกเอกสารรับรองการเกิด
สำหรับผลการปฏิบัติการทลายเครือข่าย “พ่อไทยทิพย์” ห้วงวันที่ 9-24 กรกฎาคม 2569 พบเด็กต้องสงสัย 22 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด พ่อไทยทิพย์ 16 ราย แม่ชาวจีน 13 ราย พ่อคนจีน 6 ราย เจ้าหน้าที่รัฐ 1 ราย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 ราย รวมทั้งสิ้น 37 ราย
ขณะเดียวกัน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้ายกระดับการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ “นอมินี” ในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสร้างการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม โดยจะเริ่มใช้มาตรการตรวจสอบรูปแบบใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569
โดยมาตรการดังกล่าวจะยกระดับการตรวจสอบจากการพิจารณาข้อมูลพื้นฐานไปสู่การใช้ข้อมูลเชิงลึกประกอบการวิเคราะห์ ทั้งข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น งบการเงิน ข้อมูลผู้ทำบัญชี รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อจำแนกระดับความเสี่ยงและคัดกรองบริษัทที่อาจเข้าข่ายเป็นนอมินีได้อย่างตรงจุด เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย และลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี