วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ป.ป.ส.จี้คดีขนยา
ไล่ล่าตัวการใหญ่
หนีออกนอกปท.
AOTเข้มลูกเรือ
เลขาฯป.ป.ส.ไม่ละความพยายามลากคอ “ตัวการใหญ่” แก๊งขนยานรกไปต่างแดน แม้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ด้านรมว.ยุติธรรมลั่นรู้ตัวการคดีขนยาเสพติด เกี่ยวพันแอร์สาว สั่ง AOTล้อมคอก คุมเข้มลูกเรือ ห้ามรับหิ้วของไปต่างประเทศ สุ่มตรวจกระเป๋า ส่งสุนัข K9 ร่วมตรวจ
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีลักลอบขนเฮโรอีน ไปยังประเทศออสเตรเลีย เกี่ยวพันกับ น.ส.มีนา แอร์สาวสายการบินแห่งหนึ่ง และคดีขนกัญชาออกนอกประเทศ ไปยังประเทศออสเตรเลีย และไต้หวัน ว่าภาพรวมของทั้ง 2 คดี มีการจับกุมผู้ที่นำผ่าน ทั้งผู้ที่เป็นชาวลาวและคนไทย กลางทาง คือผู้หิ้ว ส่วนปลายทางที่รอรับที่ออสเตรเลีย และไต้หวัน มีการประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิด
สำหรับคดี น.ส.มีนา ทางตำรวจออสเตรเลีย ดำเนินการอย่างเข้มข้น มีการไล่ไปถึงต้นตอ ที่เราคิดว่า เป็นเจ้าของ และขณะนี้ได้หลบหนีไปต่างประเทศ ถือเป็นขบวนการยาเสพติดข้ามชาติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ไล่ครบทั้งขบวนการแล้วหรือไม่ พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ยังไม่ครบ ยังขาดผู้บงการที่อยู่ข้างบน ซึ่งเรายังไม่ละความพยายาม ทาง ป.ป.ส.ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังคงทำงานร่วมกันเพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งปรากฏการณ์ของ น.ส.มีนา เป็นตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ที่ผ่านมามีการดำเนินการจับกุมอย่างต่อเนื่อง แต่ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่สื่อมวลชนให้ความสำคัญ สังคมจะได้ตระหนัก ทราบว่ากลางทางหรือผู้หิ้ว เป็นทั้งแอร์โฮสเตส และบุคคลทั่วไป รวมถึงนักศึกษา ยังคงหลงผิดอยู่ในขบวนการรับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศ มีทั้งรู้และไม่รู้ ว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติด แต่นั่นหมายความว่าท่านกำลังทำผิดกฎหมายอยู่ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเป็นยาเสพติด แต่การหิ้วสินค้าไปต่างประเทศ มันผิด พ.ร.บ.ศุลกากร อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาเราก็ละเลย ไม่ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงเป็นที่มาและช่องทางให้ขบวนการนำส่งยาเสพติดไปต่างประเทศ ใช้โอกาสนี้ในการจ้างคนเหล่านี้มาทำงาน เพราะฉะนั้น ปรากฏการณ์โดยภาพรวมเรื่องนี้ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความสำคัญ จึงอยากฝากเตือนผู้ที่ยังรับหิ้ว แม้ไม่ใช่ยาเสพติดแต่มีฐานความผิดเรื่องหลบเลี่ยงศุลกากร ซึ่งมีโทษสูง จำคุกไม่เกิน 10 ปี มีการเปรียบเทียบปรับตามมูลค่าของสินค้าด้วย
เมื่อถามว่า ตัวการใหญ่ที่ระบุ หนีไปต่างประเทศแล้วหรือไม่ พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่าหนีไปต่างประเทศแล้ว แต่ขบวนการเครือข่ายบางส่วนยังอยู่ในประเทศไทย เป็นในลักษณะองค์กรอาชญากรรม ที่เป็นองค์กรใหญ่ ต่อข้อถามว่า ตัวการใหญ่ที่ว่านี้ พอจะแย้มได้หรือไม่ว่าเป็นใคร หรือมีตำแหน่งอะไร พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า เรื่องนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวไปแล้ว ที่จริงเราทราบมานานแล้ว แต่เราไม่ได้ให้ข่าว เพราะกลัวเขาจะหลบหนี แต่วันนี้ทุกคนทราบหมดแล้ว ถือเป็นเบี้ยตัวหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะมีผลทำให้ น.ส.มีนา ได้รับประโยชน์ในทางคดีที่ออสเตรเลียหรือไม่ เช่น โทษน้อยลง พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า การดำเนินการเรื่องนี้แยกคนละส่วนกันระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ซึ่งทางออสเตรเลีย มีมาตรฐานดำเนินคดีของเขา โดยฟังพยานหลักฐานทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเราได้ข้อมูลจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม ได้คนนำส่ง จะแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางออสเตรเลีย
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ทาง ป.ป.ส.และกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ติดตามทุกคดีที่เกิดขึ้น ซึ่ง บช.ปส.ได้เร่งรัดคดี น.ส.มีนา ตรงนี้เท่าที่ทราบก็รู้ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้ว ส่วนมาตรการของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้แก้ไขเรื่องเครื่องมือ โดยเพิ่มเครื่องมือการตรวจสอบ กรณีที่นักบินและลูกเรือจะเดินทางไปต่างประเทศ ในส่วนนี้มีสุนัข K9 ด้วย และมีระเบียบว่าห้ามลูกเรือ รับหิ้วของไปต่างประเทศ และจะสุ่มตรวจกระเป๋าเป็นระยะ รวมถึงติดตามเพจต่างๆ ที่รับจ้างหิ้วของ ว่ามีลูกเรือของบริษัทการบินใดบ้าง ตรงนี้จะเป็นมาตรการควบคู่กันไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี