ตร.บุกช่วยระทึก! 2 นักศึกษาเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลวงกักขังตัวเองเรียกค่าไถ่-วิดีโอคอลเฝ้า 24 ชม. สูญเงินรายละ 450,000 บาท แม่เผยเอะใจเจอเพจอาจารย์ปลอม
วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.ฯ และ พ.ต.ต.อิทธิพล พุทธรักษา สว.สส.ฯ ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าวผลการปฏิบัติการเชิงรุก นำกำลังชุดสืบสวนบุกเข้าช่วยเหลือสองนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ถูกขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข่มขู่และล่อลวงให้ทำร้าย-กักขังตัวเองอยู่ภายในห้องพัก เพื่อสร้างสถานการณ์เรียกค่าไถ่จากผู้ปกครอง จนส่งผลให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปรวมแล้วกว่า 450,000 บาท
พ.ต.อ.พัฒนชัย เปิดเผยถึงพฤติการณ์เชิงลึกว่า กลุ่มคนร้ายได้ใช้กลอุบายโทรศัพท์ติดต่อหาผู้เสียหาย โดยอ้างว่าผู้เสียหายได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อยังต่างประเทศ พร้อมส่งเอกสารราชการปลอมที่มีตราประทับของทางมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

ขณะที่ พ.ต.ท.สิรภพ กล่าวเสริมว่า คดีนี้คนร้ายใช้วิธีทางจิตวิทยาตัดขาดเหยื่อจากโลกภายนอก โดยจากการตรวจสอบทางเทคนิคพบว่า สัญญาณโทรศัพท์ต้นทางของคนร้ายถูกส่งมาจากต่างประเทศ กระทั่งช่วงเช้าของวันนี้ชุดสืบสวนได้ทำการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบพื้นที่ จนพบเบาะแสของ นายเต (นามสมมติ) อายุ 19 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากหอพักมุ่งหน้าไปยังรีสอร์ตแห่งหนึ่งในตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ก่อนจะย้ายตัวหลบหนีไปตามคำสั่งคนร้ายยังหอพักอีกแห่งใกล้เคียงกัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สะกดรอยตามไปจนพบรถจักรยานยนต์ของนายเตจอดอยู่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบภายในห้องพัก เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบตัวนายเต และ นายปลื้ม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเดียวกัน อยู่ภายในห้อง โดยนายปลื้มอยู่ในสภาพถูกคนร้ายบังคับให้ใช้ผ้าขนหนูมัดข้อเท้าของตนเองไว้แน่น
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบว่าบนหน้าจอโทรศัพท์ของเหยื่อยังคงเปิดระบบวิดีโอคอล ซึ่งปลายสายคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังเฝ้าสังเกตการณ์และคุมตัวนักศึกษาทั้งสองอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าช่วยเหลือแยกเหยื่อออกมาได้อย่างปลอดภัยเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา พร้อมฝากย้ำเตือนประชาชนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจริงไม่มีนโยบายติดต่อทางวิดีโอคอลหรือสั่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบเด็ดขาด

ด้าน นางเดือนนวล อายุ 45 ปี มารดาของนายปลื้ม เปิดเผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลูกชายได้ติดต่อมาขอเงินจำนวน 350,000 บาท อ้างด้วยความดีใจว่าจะได้ทุนไปต่างประเทศ ตนจึงหลงเชื่อรวบรวมเงินโอนให้ ต่อมาลูกชายแจ้งเพิ่มว่าบัญชีส่วนตัวอีกบัญชีที่มีเงินอยู่ 100,000 บาท ถูกอายัดไม่สามารถถอนได้ รวมสูญเงินให้คนร้ายไปแล้ว 450,000 บาท
ซึ่งตนพยายามวิดีโอคอลหาลูกทุกวันเพื่อถามไถ่ แต่ต่อมามีสายลึกลับอ้างเป็นเจ้าหน้าที่โทรมาเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มระหว่างอยู่ต่างประเทศ ตนจึงเริ่มผิดสังเกตและทำการตรวจสอบข้อมูลจนพบว่า เฟซบุ๊กของอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ส่งมาล่วงหน้าเป็นบัญชีปลอม จึงรีบเดินทางจากต่างจังหวัดมาหาลูกและแจ้งตำรวจให้ช่วยตามหาจนเจอตัว
ทั้งนี้ นายต้า (นามสมมติ) อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ซึ่งเป็นญาติของนายเต กล่าวว่า ทางผู้ปกครองของนายเตติดต่อมาหาตนเมื่อวันอังคารเนื่องจากติดต่อลูกชายไม่ได้ และได้รับไลน์ขู่ว่าน้องถูกมัดมือมัดเท้าเรียกค่าไถ่ ตนจึงไปขอคีย์การ์ดหอพักเปิดเข้าไปดูแต่ห้องว่างเปล่า จึงเข้าแจ้งความกับ สภ.ปากคลองรังสิต เมื่อเวลา 17.00 น. วันอังคารที่ผ่านมา ประกอบกับก่อนหน้านี้นายเตได้โทรไปขอยืมเงินพ่อตนอีก 50,000 บาท ตนขึ้นไปดูก็พบว่าน้องกำลังคุยโทรศัพท์สายเคร่งเครียดกับใครบางคนอยู่ กระทั่งวันนี้ตำรวจสามารถปฏิบัติการช่วยเหลืออกมาได้อย่างปลอดภัยในที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี