วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นาทีชีวิตสารคาม! ตำรวจกันทรวิชัยลุยช่วย นศ.ปี 2 มหาวิทยาลัยดัง หลงกลแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกขังตัวเองในห้องพักรายวัน บังคับท่องสคริปต์ขอเงินพ่อแม่ 50,000 อ้างแลกไปดูงานนอก เพื่อนเอะใจหายข้ามคืนแจ้ง ตร. ลากตัวออกจากห้องพักหวุดหวิดก่อนสูญเงินล้าน
วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 พ.ต.ท.สุวันชัย สีทา รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรกระนวน (ปฏิบัติราชการ รอง ผกก.สส.สภ.กันทรวิชัย) จังหวัดมหาสารคาม ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กันทรวิชัย บุกเข้าทำการตรวจสอบห้องพักภายในหอพักรายวันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เพื่อประสานการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแก่ ‘นายเอ’ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม ภายหลังสืบทราบว่านักศึกษาหนุ่มรายนี้กำลังตกเป็นเหยื่อของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ที่ใช้อุบายหลอกลวงสั่งการให้กักขังและซ่อนตัวอยู่ภายในห้องพักตามลำพัง พร้อมบังคับให้กดดันผู้ปกครองเพื่อรีดไถเงินก้อนใหญ่

พ.ต.ท.สุวันชัย สีทา ได้เปิดเผยถึงลำดับเหตุการณ์เชิงลึกว่า แผนประทุษกรรมของคนร้ายในคดีนี้เริ่มจากการสุ่มโทรศัพท์เข้าหานายเอ โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างตนเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือค่ายยักษ์ใหญ่ค่ายหนึ่ง แจ้งข้อมูลเท็จว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพนำสำเนาบัตรประชาชนของนายเอไปเปิดใช้บริการหมายเลขโทรศัพท์และตรวจพบพฤติการณ์การทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติเข้าข่ายฟอกเงิน โดยคนร้ายสามารถระบุชื่อ-นามสกุล และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักของเหยื่อได้อย่างถูกต้องแม่นยำจนเหยื่อเริ่มคล้อยตาม จากนั้นขบวนการนี้ได้ทำการโอนสายต่อไปยังบุคคลที่อ้างว่าเป็นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเลย (ตำรวจปลอม) ก่อนจะใช้จิตวิทยาอ้างว่าสัญญาณโทรศัพท์ไม่ชัดเจนและบังคับให้เหยื่อแอดไลน์เพื่อทำธุรกรรมตรวจสอบผ่านวิดีโอคอล จากนั้นคนร้ายได้สั่งให้นายเอเปิดฟังก์ชันแชร์หน้าจอโทรศัพท์มือถือ และสั่งให้เดินทางออกจากที่พักเดิมไปเปิดห้องพักรายวันในจุดอับสายตาเพื่อทำการจำกัดบริเวณและเฝ้าดูพฤติกรรม โดยมิจฉาชีพได้โทรศัพท์ไปหาผู้ปกครองของเหยื่อเพื่อสร้างเรื่องลวงโลกหลอกให้โอนเงินจำนวน 50,000 บาท

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มแดงขึ้นเนื่องจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่พักอาศัยอยู่ร่วมบ้านเช่าเดียวกับนายเอ เกิดพฤติการณ์เอะใจว่าเพื่อนหายตัวไปอย่างลึกลับและขาดการติดต่ออย่างผิดปกติ จึงได้ช่วยกันกระจายกำลังออกตามหาตามสถานศึกษาและสถานที่สาธารณะ พร้อมทั้งรายงานเหตุให้แก่อาจารย์ประจำคณะทราบเรื่องเพื่อช่วยประสานงาน ก่อนจะเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันทรวิชัย ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยคุณอาของนายเอ ได้ร่วมกันแกะรอยสัญญาณและเดินทางมาถึงหอพักรายวันดังกล่าว ก่อนจะเคาะประตูเรียกและช่วยพูดคุยดึงสติอธิบายให้ขวัญใจนักศึกษาเข้าใจว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นการสร้างฉากทัศน์ลวงตาจากแก๊งไซเบอร์
ด้าน นายเอ (นามสมมุติ) นักศึกษาผู้เสียหาย ได้สะท้อนความรู้สึกและพฤติการณ์ขณะเผชิญเหตุว่า สาเหตุที่ตนเองหลงเชื่ออย่างสนิทใจเพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง และต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อเจ้าหน้าที่รัฐ โดยฝั่งตำรวจปลอมได้ส่งภาพถ่ายบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจมาให้ดูในไลน์ ซึ่งจากการตรวจสอบภายหลังร่วมกับตำรวจจริงพบว่า ตัวชื่อ นามสกุล และตำแหน่งในบัตรเป็นของข้าราชการตำรวจที่มีตัวตนอยู่จริง แต่ภาพใบหน้าที่นำมาแปะทับนั้นแท้จริงแล้วคือกลุ่มนายร้อยปอยเปตประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้คนร้ายยังส่งเอกสารสำนวนคดีจับกุมยาเสพติดที่มีตราครุฑราชการไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมรูปภาพของกลางและสมุดบัญชีธนาคารจำนวนมากทำให้ดูน่าเชื่อถือ

‘ตอนนั้นในบัญชีธนาคารของผมมีเงินเหลืออยู่เพียงประมาณ 1,300 บาท ทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงยื่นโทรศัพท์และบังคับให้ผมติดต่อกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ โดยส่งสคริปต์ข้อความมาให้ผมพูดตามว่า ทางมหาวิทยาลัยกำลังจัดโครงการพิเศษพานักศึกษาเดินทางไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องรีบทำวีซ่าและต้องมีเงินหมุนเวียนคงค้างในบัญชีจำนวน 50,000 บาทเพื่อเป็นหลักค้ำประกัน แต่เนื่องจากตามปกติแล้วผมไม่เคยโทรศัพท์ไปขอเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้จากทางบ้านมาก่อน จะมีเพียงแค่ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายจิปาถะเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความเอะใจและชะลอการโอนเงินเอาไว้ จนกระทั่งผมมีโอกาสได้คุยสายกับคุณอาและตำรวจจริงมารับตัว รวมเวลาที่ผมถูกจิตวิทยากดดันและนั่งคุยสายติดอยู่กับแก๊งนี้ยาวนานเกือบ 24 ชั่วโมง นับว่าโชคดีมากที่ไหวตัวทันและยังไม่เสียเงิน 50,000 บาทให้กับคนร้าย’ นายเอ กล่าวด้วยความโล่งอก
ขณะที่ เพื่อนสนิทของนายเอ ผู้มีส่วนสำคัญในการแจ้งเหตุ ให้การเสริมว่า ปกติตนเองกับนายเอจะเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลาเนื่องจากเพื่อนไม่มีรถส่วนตัว หากจะไปซื้ออาหารหรือไปเรียนก็จะนั่งรถไปด้วยกันเสมอ ทว่าในวันเกิดเหตุนายเอได้เดินเท้าออกจากบ้านเช่าไปเพียงลำพังและปิดการรับสาย ตอนแรกคิดว่าเพื่อนอาจจะไปซ้อมกีฬาบาสเกตบอลตามปกติ แต่พอรุ่งเช้าอีกวันเพื่อนก็ยังไม่กลับมา จึงมั่นใจว่าเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นแน่ จึงรีบตั้งสติประสานงานอาจารย์และญาติทันที ทั้งนี้อยากฝากอุทาหรณ์เตือนใจประชาชนทั่วไปว่า หากมีเบอร์แปลกโทรมาอ้างเรื่องคดีความผิดหรือข่มขู่ ให้ตั้งสติให้มั่นและพึงระลึกไว้เสมอว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อป้องกันความสูญเสีย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี