วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
คลินิกสิ่งแวดล้อม
ถอดบทเรียนหรือถอดใจ กับกรณีเพลิงไหม้โรงเบียร์ ย่านลาดพร้าว
กรณีกฎหมายเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับในการจัดตั้งสถานบริการนั้น จะมีกฎหมาย (พระราชบัญญัติสถานบริการ ) รวมระเบียบข้อบังคับที่มีหลายหน่วยงานรับผิดชอบ ซึ่งมีส่วนสำคัญดังนี้
ใบอนุญาตสถานบริการ ต้องยื่นขออนุญาตตั้งสถานบริการตามกฎหมาย โดยในกรุงเทพฯ ยื่นที่สถานีตำรวจนครบาลท้องที่ ส่วนต่างจังหวัดยื่นที่ที่ทำการปกครองอำเภอ
ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ต้องยื่นขอต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นั้นๆ
ใบอนุญาตประกอบกิจการอาหาร เป็นขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข โดยต้องยื่นขอต่อ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น สำนักงานเขต หรือเทศบาล
ประเด็นสำคัญต่อมา เกี่ยวกับเหตุการณ์เพลิงไหม้และสถานบันเทิงในประเทศไทย
วันที่ 1 มกราคม 2552 เพลิงไหม้ซานติก้าผับ ย่านเอกมัย กรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิต 67 ราย บาดเจ็บ 229 คน
วันที่ 5 สิงหาคม 2565 เกิดเพลิงไหม้เมาน์เทน บี อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เสียชีวิตรวม 26 ราย บาดเจ็บประมาณ 50 คน
วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เกิดเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว กรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 63 คน
โศกนาฏกรรม ที่เกี่ยวกับเพลิงไหม้ในสถานบันเทิงทั้ง 3 ครั้งนั้น มีความเหมือนกันคือเป็นการเกิดเพลิงไหม้ในสถานประกอบการบันเทิงในช่วงเวลาที่เปิดทำการและส่งผลให้มีทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยสาเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดความสูญเสีย ส่วนสำคัญมาจาก โครงสร้างอาคารของสถานประกอบการโดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการเรื่องอัคคีภัยที่สำคัญคือ
ระบบทางหนีไฟ ต้องจัดให้มีทางออกฉุกเฉินและป้ายทางออกฉุกเฉินที่มีไฟส่องสว่างสำรองอย่างชัดเจน ประตูทางหนีไฟต้องเปิดออกสู่ภายนอกได้ง่ายและห้ามล็อกในเวลาทำการเด็ดขาด
ระบบดับเพลิง ต้องทำการติดตั้งระบบตรวจจับควัน (Smoke Detector) สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ และถังดับเพลิงในจำนวนที่เพียงพอและพร้อมใช้งาน
เกี่ยวกับวัสดุตกแต่ง หลีกเลี่ยงการใช้โฟมซับเสียงหรือวัสดุตกแต่งภายในที่ติดไฟง่าย เนื่องจากเป็นตัวการหลักที่ทำให้ไฟลุกลามเร็วและเกิดก๊าซพิษหนาแน่น
ความหนาแน่น ควบคุมจำนวนผู้เข้าใช้บริการให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ ไม่ปล่อยให้เกิดความแออัดจนเกินความจุของอาคาร
ซึ่งทั้งระเบียบข้อกฎหมายเกี่ยวกับสถานบริการรวมถึงบทเรียนผลของคำพิพากษาในคดีที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่าจะเป็นคำพิพากษาศาลฎีกา คดีซานติก้าผับฎีกาที่ 8565-8566/2558 ซึ่งศาลได้มี การกำหนดโทษ ทั้งโทษจำคุก โทษปรับ รวมถึงค่าเสียหายในทางแพ่ง
แต่สิ่งที่หน่วยงานหลายหน่วยงาน กำลังจะอ้างเพื่อถอดบทเรียนก็ดีหรือหามาตรการรัดกุมก็ดีแท้จริงแล้ว เพียงแต่หน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมายได้กระทำการบังคับใช้กฎหมายโดยการตรวจตราสถานประกอบการอย่างเคร่งครัด และใช้กฎหมายรวมถึงระเบียบข้อบังคับอย่างตรงไปตรงมา เท่าเทียมกันในทุกสถานประกอบการแล้ว คงไม่ต้องมีเหตุที่จะต้องถอดบทเรียนกันอีก แต่หากการบังคับใช้กฎหมายยังมีการเลือกปฏิบัติ หรือการบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เคร่งครัด การถอดบทเรียนคงจะเปลี่ยนเป็นการถอดใจแทน
036
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี