542.jpg
ภาคประชาสังคมเชียงของ เตรียมเสนอแผนเฝ้าระวังโลหะหนักแม่น้ำโขง

ภาคประชาสังคมเชียงของ เตรียมเสนอแผนเฝ้าระวังโลหะหนักแม่น้ำโขง

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.01 น.

ภาคประชาสังคมเชียงของเตรียมเสนอแผนเฝ้าระวังโลหะหนักแม่น้ำโขงให้ กก.จังหวัดเชียงราย 20 ก.ค.  หลังตรวจพบตะกอนดิน-ห่วงโซ่อาหารปนเปื้อนสารโลหะหนัก-นายอำเภอเผยประสาน รพ.-ทุกภาคส่วนเร่งรับมือ

วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 กลุ่มรักษ์เชียงของซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาสังคมใน อ.เชียงของ จ.เชียงราย เตรียมยื่นเสนอ "แผนการเฝ้าระวังความเสี่ยงการปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำโขงของอำเภอเชียงของ" ให้ที่ประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 5/2569 ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ หลังประสานความร่วมมือระหว่างทีมวิจัย ชาวบ้าน และนักวิชาการ ติดสถานการณ์มลพิษข้ามแดนการปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำโขงและตรวจสอบพบว่ามีสารโลหะหนักปนเปื้อนและเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารเบื้องต้นมานานกว่า 6 เดือน

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ "ครูตี๋" ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า การขับเคลื่อนในครั้งนี้เป็นการยกระดับจากการตื่นตระหนกของชุมชน ไปสู่ความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมในการปกป้องสุขภาวะของประชาชนริมฝั่งโขง ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่ทวีความรุนแรงขึ้น


"การแก้ปัญหาระหว่างประเทศต้องใช้เวลา แต่การดำเนินการภายในพื้นที่ของเราเองก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โจทย์ใหญ่คือเราจะทำอย่างไรให้ชุมชนลดความตระหนกและเปลี่ยนมาเป็นการเฝ้าระวังมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาร่วมกัน เราได้เสนอแผนเฝ้าระวังความเสี่ยงฯ ของอำเภอเชียงของในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ จะเป็นการขยับตัวไปสู่ความร่วมมือที่จับต้องได้และเป็นรูปธรรมที่สุด โดยเครือข่ายระดับชุมชนจะทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อนำผลการตรวจการปนเปื้อนและฐานข้อมูลแหล่งน้ำชุมชน รายงานต่อหน่วยงานระดับจังหวัดผ่านทางจังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาต่อไป" ครูตี๋ กล่าว

นายนิวัฒน์กล่าวว่า ในเบื้องต้น ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไป "ปักหมุดในแผนที่ความเสี่ยงชุมชน" ซึ่งจะรวมถึงการปักหมุดแหล่งน้ำประปาชุมชนและน้ำดื่ม เพื่อให้ชาวบ้านมองเห็นภาพรวมสถานการณ์ความปลอดภัยร่วมกัน พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.), องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ในการปรับปรุงระบบกรองน้ำอุปโภคบริโภค เช่น การใช้ระบบ RO และถ่านไบโอชาร์ (Biochar) เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยทางสุขภาพของประชาชนริมฝั่งโขง

ด้าน นส.สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพโดยชุมชน (สถาบัน HIA ชุมชน) ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงวิชาการจากการลงพื้นที่ร่วมกับภาคประชาสังคมและชาวบ้าน เก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอนดิน พืชผัก และสัตว์น้ำ ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ ไปจนถึง อ.เวียงแก่น โดยทำการตรวจวิเคราะห์พารามิเตอร์โลหะหนักสำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ สารหนู (As), ตะกั่ว (Pb), ปรอท (Hg) และแคดเมียม (Cd) จากจุดที่มีแนวโน้มเสี่ยงและจุดที่ชาวบ้านส่งตรวจทั้งหมด 13 จุด พบว่ายังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน แต่สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญคือ "ตะกอนดิน" และ "ห่วงโซ่อาหาร" 

นส.สมพรกล่าวว่า ผลตรวจตะกอนดินและดินริมฝั่งแม่น้ำโขงพบว่า ดินทรายและดินบนฝั่งหลายจุดมีค่าการปนเปื้อนสูง โดยมีถึง 3 จุดที่อยู่ในระดับอันตราย และอีกหลายจุดยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเนื่องจากพบสารสะสมในดินงอกใหม่ ซึ่งการปนเปื้อนในบางจุดส่งผลให้ดินนั้นไม่เหมาะแก่การนำไปปลูกพืช ขณะที่พืชผักการเกษตร พืชผักใบส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่จากการสุ่มตรวจพืชตระกูลมะเขือ (เช่น มะเขือยาว) กลับพบว่ามีตะกั่วปนเปื้อนเกินมาตรฐาน  ส่วนสัตว์น้ำและปลาธรรมชาติในแม่น้ำโขงพบการปนเปื้อนของ "ปรอท" แม้ภาพรวมจะยังไม่เกินค่ามาตรฐานอาหารปนเปื้อน แต่เนื่องจากปรอทเป็นโลหะที่มีพิษสูงและสะสมได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่ม "ปลานักล่า" จึงเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง ในส่วนของปลาที่เลี้ยงในกระชังระบบปิดริมน้ำโขง จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบการปนเปื้อนของปรอท

อ.สมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ "วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง" (Citizen Science) เพื่อให้ชาวบ้านและแกนนำชุมชนสามารถใช้ชุดทดสอบภาคสนาม (Test Kit) ในการตรวจคัดกรองสารปนเปื้อนในน้ำประปาหมู่บ้านและแหล่งน้ำดิบได้ด้วยตนเอง ก่อนจะส่งตัวอย่างที่น่าสงสัยเข้าสู่ห้องปฏิบัติการ (Lab) ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และห้องปฏิบัติการคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อความแม่นยำ

ด้าน นายสุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอเชียงของ กล่าวว่า ภายหลังที่ภาคประชาสังคมได้นำเสนอแผนเฝ้าระวังความเสี่ยงฯ ทางอำเภอเชียงของเห็นว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เริ่มต้นจากภาคประชาชน ซึ่งจะทำให้เกิดความร่วมมือและมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ ขณะนี้ทางอำเภอได้ประสานงานกับโรงพยาบาลเชียงของ เพื่อเตรียมแต่งตั้งคณะกรรมการที่จะเข้ามาดูแลเรื่องคุณภาพแหล่งน้ำ โดยเบื้องต้นจะนำฐานข้อมูลแหล่งน้ำชุมชนมาประเมินความเสี่ยง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา เฝ้าระวัง และป้องกันความเสี่ยง พร้อมทั้งวางมาตรการรองรับหากตรวจพบการปนเปื้อน ซึ่งในระยะต่อไปจะเป็นการดำเนินการร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอำเภอเชียงของอย่างเต็มรูปแบบ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top