542.jpg
คพ.เผยสารหนูในตะกอนดินแม่น้ำโขง ยังสูงลิ่วเกินมาตรฐานหลายเท่า

คพ.เผยสารหนูในตะกอนดินแม่น้ำโขง ยังสูงลิ่วเกินมาตรฐานหลายเท่า

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.14 น.

คพ.เผยสารหนูในตะกอนดินแม่น้ำโขงยังสูงลิ่วเกินมาตรฐานหลายเท่าเป็นอันตรายกับสัตว์หน้าดินรุนแรง-นักวิจัยตรวจพบตะกั่วเกินเกณฑ์ในข้าวเหนียว-มะเขือยาว-มะเขือเปาะ

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ ที่ 1 จ.เชียงใหม่ กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) รายงานผลการตรวจคุณภาพตะกอนดินในแม่น้ำกกและลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง ครั้งที่ 11 ซึ่งเก็บตัวอย่างน้ำระหว่างวันที่ 18 – 23 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่าแม่น้ำกก พบสารหนูเกินมาตรฐานตะกอนดินระดับที่ปลอดภัย ต่อสัตว์หน้าดิน จำนวน 3 จุดตรวจวัดประกอบด้วยบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกก บริเวณฝายแม่น้ำกกและสะพานโยนกนาคนคร ซึ่งมีปริมาณสารหนู 11-16 มก./กก.(ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 10 มก./กก.) นอกจากนี้พบสารหนูเกินมาตรฐานตะกอนดินระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง จำนวน 1 จุดตรวจวัดคือบริเวณสะพานเฉลิมพระเกียรติ 1 ซึ่งมีค่า 38 มก./กก ขณะเดียวกันตะกอนดินบริเวณสะพานเฉลิมพระเกียรติ 1 ยังพบสารตะกั่วเกินค่ามาตรฐานด้วย


สำหรับผลการตรวจตะกอนดินในแม่น้ำสายพบว่า สารหนูเกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน 2 จุดตรวจวัดโดยอยู่ระหว่าง14-26 มก./กก.คือที่บริเวณบ้านหัวฝายและบ้านป่าซางงาม อย่างไรก็ตามผลการตรวจตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นมาพบว่าค่าสารหนูในตะกอนดินแม่น้ำสายสูงเกินค่ามาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง และยังพบนิเกิล ทองแดงและโครเมียม เกินค่ามาตรฐานด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการขุดลอกและทำพนังกั้นตลิ่งในแม่น้ำสายมาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันอุทกภัยในฤดูฝนนี้ ซึ่งมีตะกอนดินจำนวนมากถูกขุดออกไป ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าทำให้ผลการตรวจพบสารปนเปื้อนในตะกอนดินต่ำกว่าครั้งก่อนๆ อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่าตะกอนดินที่มีสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานถูกนำไปไว้ที่ใด

สคพ. 1 ยังรายงานถึงผลการตรวจตะกอนดินแม่น้ำรวกพบค่าสารหนูในระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรงที่บริเวณปากแม่น้ำรวกซึ่งไหลลงแม่น้ำโขง(สบรวก) ต.เวียง อ.เชียงแสน โดยมีค่าอยู่ที่41 มก./กก. ขณะที่ผลตรวจครั้งที่ 10 พบว่าค่าสารหนูสูงลิ่วถึง 296 มก./กก.ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงมากกับสัตว์หน้าดิน

ขณะที่ผลการตรวจตะกอนดินแม่น้ำโขงพบว่า ค่าสารหนูเกินมาตรฐานตะกอนดินระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง ทั้ง 4 จุดตรวจวัดคือบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน , ต.เวียง อ.เชียงแสน,บ้านสบกก อ.เชียงแสน และบ้านหัวเวียง อ.เชียงของ โดยมีค่าอยู่ระหว่าง 41-111 มก./กก. ซึ่งจุดที่พบสารหนูสูงสุดคือบ้านสบกกพบสารหนู 111 มก./กก.ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานร้ายแรงถึงกว่า 2 เท่า อย่างไรก็ตามผลการตรวจก่อนหน้านี้พบว่าตะกอนดินในแม่น้ำโขงมีสารปนเปื้อนในระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน คพ.ได้เผยแพร่ผลตรวจคุณภาพน้ำของแม่น้ำทั้ง 4 สาย และพบว่าในแม่น้ำโขงมีสารโลหะหนักไม่เกินมาตรฐาน เช่นเดียวกับผลตรวจครั้งที่ 18 เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่าน ซึ่งผลตรวจพบว่าสารโลหะหนักไม่เกินมาตรฐาน ทำให้สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยนำผลตรวจดังกล่าวไปอ้างอิงซึ่งเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เพราะผลตรวจตะกอนดินแม่น้ำโขงทุกครั้งพบว่า มีสารพิษปนเปื้อนจนก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสัตว์หน้าดินมาโดยตลอด และนักวิจัยต่างให้ความเชื่อถือกับการตรวจตะกอนดินมากกว่า เนื่องจากเป็นการสะสมสารพิษที่ไหลมาสะสม ขณะที่สารพิษในน้ำเป็นไปตามช่วงจังหวะของกระแสน้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลา

น.ส.สมพร เพ็งค่ำ นักวิจัยอิสระและผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภายโดยชุมชน ( Community Health Impact Assessment Platform หรือCHIA Platform) กล่าวว่า การที่เราตรวจพบค่าการปนเปื้อนที่แตกต่างกันระหว่างสารหนูในน้ำและในตะกอนดิน เนื่องจากว่า สารหนูสามารถอยู่ได้ทั้งในโครงสร้างทางเคมีที่ละลายน้ำได้ และของแข็งที่เกาะติดกับอนุภาคหรือดินตะกอน โดยโครงสร้างทางเคมีของสารหนูจะแปรผันตามสภาพแวดล้อมเคมี ทั้งนี้สารหนูมีคุณสมบัติชอบเกาะติดทางเคมีกับอนุภาคของแข็งสูงมาก โดยเฉพาะการจับตัวกับสารประกอบเหล็กออกไซด์ หรืออินทรียวัตถุที่นอนก้นอยู่ใต้ท้องน้ำ ซึ่งจะทำให้น้ำดูใสขึ้นเพราะสารหนูได้ย้ายไปสะสมอยู่ในดินตะกอน แต่เมื่อถึงฤดูน้ำหลากหรือกระแสน้ำพัดรุนแรง ดินตะกอนเหล่านี้จะฟุ้งกระจายขึ้นมา ทำให้สารหนูที่เกาะอยู่หลุดกลับกลายมาเป็นฟอร์มละลายน้ำปนเปื้อนในน้ำได้อีกครั้ง

น.ส.สมพรกล่าวว่า โลหะหนักตัวอื่น เช่น ตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม  ก็มีคุณลักษณะพื้นฐานคล้ายกันกับสารหนูคือ มีการสลับสถานะระหว่างการละลายน้ำและการเกาะติดกับตะกอนดิน แต่อาจจะต่างกันในเรื่อง ประจุเคมี และกลไกการยึดเกาะ ที่ทำให้พฤติกรรมในน้ำต่างกันเล็กน้อย โดยเฉพาะปรอทจะมีความพิเศษกว่าตัวอื่น คือสามารถถูกแบคทีเรียใต้เลนตะกอนเปลี่ยนโครงสร้างเป็น สารปรอทอินทรีย์ (Methylmercury) ซึ่งละลายในไขมันได้ดี ทำให้สะสมในห่วงโซ่อาหาร (Bioaccumulation) เช่น ในเนื้อปลาได้รวดเร็วและรุนแรงกว่าโลหะหนักชนิดอื่น

ผอ.CHIA Platform กล่าวว่า ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ตะกอนดิน ดิน และผลผลิตทางการเกษตร ที่สถาบัน CHIA ได้ทำงานวิจัยร่วมกับศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  สถาบันวิจัยสังคม จุฬา และ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พบว่าตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำโขง กก รวก งาว และระบบประปาหมู่บ้าน จำนวน 13 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ แต่ผลการตรวจวัดตะกอนดิน จำนวน 11 จุด พบสารหนูเกินเกณฑ์เฝ้าระวัง จำนวน 10 จุด และเกินเกณฑ์ระดับความเสี่ยงสูง จำนวน 4 จุด ได้แก่ หาดไคร้ อ.เชียงของ, จุดบรรจบแม่น้ำโขง–รวก อ.เชียงแสน, บริเวณแม่น้ำโขงฝั่งลาว–พม่า และแพปลาบ้านปากอิงใต้ อ.เชียงของ

“สำหรับตัวอย่างดินและผลผลิตทางการเกษตร พบสารหนูในดินแปลงเกษตรเกินมาตรฐานใน 2 จุด ได้แก่ บ้านห้วยลึก อ.เวียงแก่น และหาดไคร้ อ.เชียงของ โดยพบตะกั่วเกินเกณฑ์ในข้าวเหนียวที่ปลูกในแปลงริมโขง อ.เวียงแก่น ที่ 26.5 เท่า (ข้าวเปลือก) และ 10.4 เท่า (ข้าวขาว)  อีกทั้งยังพบตะกั่วเกินเกณฑ์ในมะเขือยาวและมะเขือเปราะจากพื้นที่เดียวกันด้วย”น.ส.สมพร กล่าว

น.ส.สมพร กล่าวว่า นอกจากนี้ผลการตรวจวิเคราะห์การสะสมโลหะหนักในตัวอย่างสัตว์น้ำ จำนวน 23 ตัวอย่าง พบปรอทในทุกตัวอย่าง โดยกลุ่มปลาผู้ล่ามีแนวโน้มสะสมสูงกว่าปลาทั่วไป ขณะที่การสะสมสารหนูพบได้บ่อยและมีระดับสูงกว่าในกลุ่มปลาทั่วไปเมื่อเทียบกับปลาผู้ล่า และพบการสะสมโลหะหนักทั้ง 4 ชนิด (สารหนู แคดเมียม ตะกั่ว และปรอท) ในตัวอย่างกุ้งฝอย ซึ่งเป็นตัวอย่างเดียวที่ตรวจพบแคดเมียมสูงอย่างชัดเจนด้วยดังนั้นในการเฝ้าระวังความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จึงไม่ควรดูเฉพาะค่าการตรวจวัดน้ำแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูค่าการปนเปื้อนในตะกอนดินร่วมด้วย เพราะการที่น้ำพัดพาตะกอนไปสะสมที่จุดต่างๆ ในแม่น้ำ ทำให้เกิดเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษย่อยๆ กระจายอยู่ในตะกอนท้องน้ำและริมตลิ่ง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงไปสู่การปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหารและเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ต่อไป

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top