วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ศาลสั่งจำคุกประสิทธิ์ เจียวก๊ก อีก 4 ปี 12 เดือน หนีศาลระหว่างสอบคำให้การเมื่อปี 65 ส่วนคนช่วยเจอคุก3 ปี 6 เดือน
วันที่ 21 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ฟ้องนายสมประสงค์ ทิพย์สุคน จำเลยที่ 1 กับพวก โดยมี
นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก อดีตผู้บริหารบริษัทเหนือโลก ฯจำเลยที่ 5 จากกรณีที่พวกจำเลยพยายามช่วยเหลือนายประสิทธิ์ จำเลยที่5หลบหนีระหว่างการนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานคดีฉ้อโกงประชาชนหลอกให้ร่วมลงทุนซื้อคูปองทอง, ลงทุนซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว และ ระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ เมื่อปี 2565
โจทก์ระบุฟ้องสรุปว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยที่ 5 กับพวกซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันลักเอาลูกกุญแจที่ไขเครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) ยี่ห้อ BOA W.W.W.BOA-S.T.COM MEDECO หมายเลข 4 จำนวน 1 ดอก ราคา 9,950 บาท ของเรือนจำกลางคลองเปรม สังกัดกรมราชทัณฑ์ ผู้เสียหาย ที่เก็บรักษาไว้ภายในอาคารส่วนควบคุมผู้ต้องขังของเรือนจำกลางคลองเปรม อันเป็นสถานที่ราชการโดยระหว่างต้นเดือนธันวาคม 2565 เวลาใดไม่ปรากฏชัด ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2565 ต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 1 กับพวก ร่วมกันช่วยจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1837/2564 ของศาลนี้ ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ซึ่งถูกใส่เครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) อันเป็นการถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ให้หลบหนีจากห้องพิจารณาคดี หมายเลข 903 ของศาลอาญา ด้วยการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยที่ 1 กับพวก ร่วมกันจัดหาและส่งมอบลูกกุญแจไขเครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ถูกลักเอาไปตามฟ้อง ให้แก่จำเลยที่ 5 นำไปไขเครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) ออกได้สำเร็จ ร่วมกันจัดหาและส่งมอบเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน 1 ตัว กางเกงยีนส์ 1 ตัว รองเท้าคัชชู 1 คู่ ถุงเท้า 1 คู่ ให้แก่จำเลยที่ 5 ใช้เปลี่ยนชุดนักโทษออกแล้ว นำเสื้อ กางเกง ถุงเท้า และรองเท้าดังกล่าวสวมใส่แทนเพื่ออำพรางตัวจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และประชาชน และร่วมกันจัดหาเงินสด 11,000บาทมอบ ให้จำเลยที่ 5 ติดตัวสำหรับใช้หลบหนี
โดยนายประสิทธิ์ จำเลยที่ 5 ทำทีขออนุญาตเจ้าพนักงานที่อยู่ในห้องพิจารณา 903ไปเข้าห้องน้ำชาย จากนั้น ใช้ลูกกุญแจซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 5 กับพวกร่วมกันลักไปข้างต้น ไขเครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) ออกสำเร็จ จากนั้นจำเลยที่ 5 ถอดชุดนักโทษออกแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า กางเกง ถุงเท้า รองเท้า และรับเงินสด 11,000 บาท ซึ่งจำเลยที่ 1 กับพวก ร่วมกันจัดหาเตรียมไว้ให้ หลบหนีการคุมขังออกจากห้องน้ำชายดังกล่าวไปบริเวณโถงทางเดินกลาง ชั้น 9 และลงบันไดไปที่ชั้น 3 อาคารศาลอาญา ต่อมาเจ้าพนักงานจับกุมจำเลยที่ 5 ได้ พร้อมยึดเสื้อผ้ารองเท้า ฯ และเงินสด 11,000 บาท จากจำเลยที่ 5 และตรวจยึดลูกกุญแจไขเครื่องพันธนาการ 1 ดอก เครื่องพันธนาการ (กุญแจเท้า) จากจำเลยที่ 1 เป็นของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
ทั้งนี้จำเลยที่ 5 เป็นผู้ต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1837/2564 ของศาลนี้ ให้จำคุก 1,155 ปี ซึ่งเป็นโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป และเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย.273/2569 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.607/2567 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย.638/2567 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2569 ของศาลนี้ และเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3437/2568 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.2943/2568 ของศาลนี้ และเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3740/2568 ของศาลนี้ และเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1835/2566 ของศาลนี้ ที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 191 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 ฐานกระทำด้วยประการใดให้ผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาลหลุดพ้นจากการคุมขังไป โดยผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังไปนั้นเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาจากศาลให้จำคุก จำคุก 7 ปี
จำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) (8) วรรคสอง, 190 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 5 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปในสถานที่ราชการ จำคุก 7 ปี ฐานหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล จำคุก 3 ปี
จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้3 ปี 6 เดือน และลงโทษจำเลยที่ 5 ฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปในสถานที่ราชการ จำคุก 3 ปี 6 เดือน ฐานหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล จำคุก 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 5 เป็นเวลา 4 ปี 12 เดือน นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 5 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย.273/2569 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.607/2567 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย.638/2567 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2569 ของศาลนี้ โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3437/2568 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.2943/2568 ของศาลนี้ โทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3740/2568 ของศาลนี้ และโทษจำคุกของจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1835/2566 ของศาลนี้ ริบของกลางทั้งหมด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี